วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลอโนโวลั่น ปีนี้ขึ้นเบอร์1สมาร์ทโฟนจีน

ซีอีโอเลอโนโววางแผนท้าชนซัมซุงขึ้นเป็นผู้จำหน่ายสมาร์ทโฟนอันดับ 1ในตลาดจีนปี 2556

ประธานและซีอีโอของเลอโนโว"หยาง หยวนซิง" เปิดเผยระหว่างการให้สัมภาษณ์ที่ปักกิ่งว่า “ปัจจัยสำคัญซึ่งทำให้มือถือสมาร์ทโฟนของเลอโนโวโดดเด่นคือนวัตกรรม ช่องทางจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งและการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ”

เลอโนโว ซึ่งก่อตั้งขึ้นที่ศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี ‘ซงกวนคัน’ ในนครปักกิ่ง เมื่อปี 2527 คือ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลยักษ์ใหญ่ ซึ่งสามารถต่อกรกับคู่ปรับจากต่างชาติ อาทิเช่น ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (เอชพี) และเดลล์ โดยปัจจุบันเลอโนโวกำลังขยายประเภทสินค้าไปสู่ตลาดสมาร์ทโฟน

จากรายงานของอินเตอร์เนชั่นเนล ดาต้า คอร์ปอเรชั่น (ไอดีซี) ระบุว่า บริษัทเลอโนโว คือ ผู้จำหน่ายมือถือสมาร์ทโฟนขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของประเทศจีนในไตรมาสที่ 3 ของปี 2555 ตามยอดการจัดส่งสินค้า โดยเป็นรองเพียงแค่บริษัทซัมซุงเท่านั้น ขณะที่ยอดขายสมาร์ทโฟนของแอปเปิลลดลง 2 อันดับมาอยู่ที่อันดับที่ 6

ด้านบริษัทวิจัยตลาด ‘อะนาไลซิส อินเตอร์เนชั่นเนล’ บ่งชี้ว่า ปัจจุบันส่วนแบ่งตลาดของเลอโนโวอยู่ที่ 14.2% ในไตรมาสที่ 3 จากระดับ 4.8% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

นายหยาง เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี่ว่า “เลอโนโวไม่ต้องการเป็นผู้เล่นอันดับ 2 แต่ต้องการเป็นหมายเลข 1” โดยเขามีความหวังว่า บริษัทจะสามารถก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ของตลาดสมาร์ทโฟนของจีนได้ในปีนี้ เนื่องจากเลอโนโวมีความมั่นใจศักยภาพที่่เหนือกว่าซัมซุงและแอปเปิล อย่างน้อยก็ในตลาดของจีน

เลอโนโว เริ่มการศึกษาวิจัยและพัฒนามือถือมาตลอดตั้งแต่ปี 2545 โดยเลอโนโว คือ ผู้นำเสนอสมาร์ทโฟนและแท็บแล็ตรายแรกในจีนแผ่นดินใหญ่ ด้วยการเปิดตัวมือถือ ‘เลอ-โฟน’และมือถือสมาร์ทโฟนเมื่อ 5 ปีก่อน

นักวิเคราะห์จากไอดีซี มองว่า “ความสำเร็จของเลอโนโวเกิดจาก การเพิ่มขึ้นและการพัฒนาในเชิงรุกของบริษัทกับพันธมิตร ซึ่งเป็นช่องทางจัดจำหน่ายสินค้า”

เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทแอปเปิล ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วเปิดตัวสมาร์ทโฟน 1 รุ่นต่อ 1 ปีเท่านั้น เลอโนโวเปิดตัวสมาร์ทโฟนมากถึง 46 รุ่นในปี 2555 ครอบคลุมทุกระดับราคา

นอกจากนี้ เลอโนโวทุ่มเงินกว่า 5 พันล้านหยวน หรือราว 793.5 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงาน ซึ่งมีประสิทธิภาพในการผลิตสมาร์ทโฟนได้มากถึง 30 ถึง 40 เครื่องต่อปีในมณฑลหูเป่ย โดยนายหยาง ชี้ว่า โรงงานดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทมีความจำเป็นในการเก็บสินค้าน้อย แต่มีปริมาณซัพพลายที่มั่นคง