เงินบาทกลับมาอ่อนค่าท้ายสัปดาห์... ขณะที่หุ้นไทยทะยานสู่ระดับสุงสุดในรอบ 17 ปี หลังครองเกรสผ่านร่างแก้ Fiscal Cliff
ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้
อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น
๐ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยมีการทยอยไหลกลับเข้าสู่ระบบของสภาพคล่องหลังเทศกาลปีใหม่ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.65% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.75% เทียบกับระดับ 2.74180-2.75% จากสัปดาห์ก่อน
ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 7-11 ม.ค. 2556 ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ ในขณะเดียวกันก็จะมีการตัดจ่ายเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบธนาคารในช่วงต้นสัปดาห์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.75%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ
๐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.21% ในวันศุกร์ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 3.15% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับเพิ่มขึ้นในวันพุธ โดยมีแรงขายทำกำไร หลังสหรัฐฯ สามารถหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาทางการคลัง (Fiscal Cliff) ได้ ก่อนที่จะมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างประเทศกลับเข้ามาในวันพฤหัสบดี จากนั้นอัตราผลตอบแทนปรับเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ ตามตลาดต่างประเทศ หลังเฟดส่งสัญญาณว่าการซื้อพันธบัตรของเฟด (QE) อาจมีโอกาสปรับลดขนาด หรือสิ้นสุดลงในปีนี้
๐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 1.91% ในวันพฤหัสบดี เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 1.70% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันส่งท้ายปีเก่า ท่ามกลางมุมมองเชิงบวกว่าภาคการเมืองสหรัฐฯ น่าจะบรรลุข้อตกลง เพื่อเลี่ยงภาวะ Fiscal Cliff ได้ ขณะที่ เมื่อเปิดตลาดในวันที่ 2 ม.ค. อัตราผลตอบแทนพุ่งขึ้น หลังรายงานการประชุมเดือนธ.ค.2555 ของเฟด บ่งชี้ถึงความวิตกที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการเพิ่มงบดุลบัญชีของเฟดเป็น 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ซึ่งทำให้ตลาดกังวลว่าการซื้อพันธบัตรของเฟด อาจปรับลดขนาด หรือสิ้นสุดในปีนี้
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินบาท (Onshore)
๐ เงินบาทแข็งค่าหลังสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงแก้ปัญหา Fiscal Cliff ยกแรก ก่อนจะลดช่วงบวกลงในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาททรงตัวอยู่ในกรอบแคบๆ ในช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางธุรกรรมที่เบาบางเนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ ก่อนจะกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างมากในช่วงกลางสัปดาห์ สอดคล้องกับการทะยานขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงในหลายตลาด หลังจากที่ร่างกฎหมายเลี่ยงความเสี่ยง Fiscal Cliff ผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรสด้วยเสียงสนับสนุนที่ท่วมท้น นอกจากนี้ แนวโน้มที่สดใสของสกุลเงินเอเชียในช่วงต้นปี 2556 ก็เป็นปัจจัยบวกของเงินบาทด้วยเช่น อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกบางส่วนลงในช่วงท้ายสัปดาห์ ท่ามกลางแรงขายทำกำไรของนักลงทุนหลังจากที่นักลงทุนกลับมากังวลต่อการเจรจาตัดลดงบประมาณและการปรับเพิ่มเพดานหนี้ ที่เป็นโจทย์การคลังของสหรัฐฯ ที่รออยู่ในช่วง 2 เดือนข้างหน้า
๐ ในวันศุกร์ (4 ม.ค. 2556) เงินบาทอยู่ที่ 30.51 เทียบกับระดับปิดตลาดในวันศุกร์ก่อนหน้า (28 ธ.ค. 2555) ที่ 30.59 บาทต่อดอลลาร์ฯ
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (7-11 ม.ค. 2556) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.25-30.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องติดตามประเด็นต่อเนื่องเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการคลังของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการเจรจาการตัดลดงบประมาณ และการปรับเพิ่มเพดานหนี้ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีกำหนดรายงานในระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ สต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนพ.ย. งบประมาณของรัฐบาลเดือนธ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ อนึ่ง ตลาดการเงินในประเทศน่าจะเพิ่มจุดสนใจในช่วงกลางสัปดาห์ไปที่ผลการประชุมกนง. วันที่ 9 ม.ค. 2556
เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ
๐ เงินยูโรร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ หลังจากปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงแรกรับข่าวที่สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงในการเลี่ยงภาวะ Fiscal Cliff ซึ่งช่วงลดทอนความเสี่ยงต่อภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจลง อย่างไรก็ดี เงินยูโรกลับมาเผชิญแรงขายอย่างต่อเนื่องในช่วงต่อมาท่ามกลางแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ หลังจากที่บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 11-12 ธ.ค. 2555 ระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายบางรายเชื่อว่า เป็นการเหมาะสมที่เฟดจะชะลอหรือหยุดโครงการซื้อสินทรัพย์ (QE) ก่อนสิ้นปี 2556 นอกจากนี้ ความกังวลต่อโจทย์การตัดลดงบประมาณและการเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐฯ ก็เป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมา
๐ เงินเยนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะเพิ่มมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมในปีนี้
๐ ในวันศุกร์ (4 ม.ค. 2556) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3008 เทียบกับ 1.3214 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า ขณะที่ เงินเยนอยู่ที่ 88.31 อ่อนค่าจาก 86.01 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า
ตลาดทุน
ตลาดหุ้นไทย
๐ ดัชนี SET ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสุงสุดในรอบ 17 ปี หลังสภาครองเกรสผ่านร่างแก้ปัญหา Fiscal Cliff ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,416.66 จุด เพิ่มขึ้น 1.78% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 68.77% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 45,746.14 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายย่อย และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 421.28 จุด เพิ่มขึ้น 1.35% จากสัปดาห์ก่อน
๐ ตลาดหุ้นไทยปรับปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในวันพุธและวันศุกร์ หลังจากหยุดทำการช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากการที่สภาครอง เกรสผ่านร่างแก้ปัญหา Fiscal Cliff ท่ามกลางภาวะที่นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง
๐ สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 7-11 ม.ค. 2555 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้น โดยขึ้นอยู่กับพัฒนาการเศรษฐกิจของประเทศแกนหลัก สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์และดุลการค้า ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,400 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,430 จุด ตามลำดับ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
๐ ดัชนี DJIA ปรับเพิ่มขึ้น หลังสภาครองเกรสบรรลุข้อตกลงในการแก้ปัญหา Fiscal Cliff โดยในวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 13,391.36 จุด เพิ่มขึ้น 3.50% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ ท่ามกลางมุมมองเชิงบวกว่าภาคการเมืองสหรัฐฯ น่าจะบรรลุข้อตกลง เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะ Fiscal Cliff ได้ จากนั้นตลาดหุ้นปรับเพิ่มขึ้นในวันพุธ หลังหยุดทำการเนื่องในวันปีใหม่ จากการที่สภาคองเกรสได้อนุมัติร่างกฏหมายเพื่อสกัดกั้นการปรับขึ้นภาษีและเลื่อนการปรับลดค่าใช้จ่าย ก่อนที่จะปรับตัวลดลงในวันพฤหัสบดี จากรายงานการประชุมเดือนธ.ค.ของเฟดบ่งชี้ถึงความวิตกที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการเพิ่มงบดุลบัญชีของเฟดเป็น 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ฯ
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
๐ ดัชนี Nikkei ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 22 เดือน หลังสหรัฐฯ รอดพ้นภาวะ Fiscal Cliff โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 10,688.11 จุด เพิ่มขึ้น 2.82% จากสัปดาห์ก่อน ปรับเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ สู่ระดับสูงสุดในรอบ 22 เดือน หลังจากหยุดทำการเนื่องในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทั้งนี้ ดัชนีได้แรงหนุนจากการที่ภาคการเมืองสหรัฐฯ สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อเลี่ยงภาวะ Fiscal Cliff ได้ รวมทั้งปัจจัยบวกจากเงินเยนที่อ่อนค่า







