วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลุ่มเจริญขยายซื้อเอฟแอนด์เอ็นเป็นครั้งที่5

กลุ่ม'เจริญ' ขยายเส้นตายซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็นออกไปอีกเป็นครั้งที่ 5 เป็นวันที่ 10 ม.ค.

กลุ่มของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้ขยายเส้นตายสำหรับเสนอซื้อหุ้นมูลค่า 7,200 ล้านดอลลาร์ของบริษัทเฟรเซอร์แอนด์นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) ยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์และเครื่องดื่มของสิงคโปร์ ออกไปเป็นครั้งที่ 5 โดยเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 10 ม.ค.

ปัจจุบันกลุ่มนายเจริญมีหุ้น 33.6% ในเอฟแอนด์เอ็น ผ่านบริษัทไทยเบฟเวอเรจ และทีซีซีแอสเซตต์ โดยกลุ่มของนายเจริญพยายามเพิ่มหุ้นในเอฟแอนด์เอ็นให้มากกว่า 50% เพื่อกันกลุ่มบริษัทโอเวอร์ซีส์ยูเนียนเอนเตอร์ไพรส์ (โอยูอี) ในสิงคโปร์ ที่ยื่นเสนอซื้อแข่งในราคา 10,700 ล้านดอลลาร์ หรือหุ้นละ 9.08 ดอลลาร์สิงคโปร์เมื่อเดือนพ.ย. อันนับว่าสูงกว่าข้อเสนอของกลุ่มนายเจริญที่หุ้นละ 8.88 ดอลลาร์สิงคโปร์

แหล่งข่าวเผยว่าเมื่อเดือนที่แล้ว กลุ่มของนายเจริญพยายามแต่ไม่ประสบความสำเร็จในการซื้อหุ้นเพิ่มอีก 10% หลังจากเสนอราคาหุ้นละ 9.60 ดอลลาร์สิงคโปร์ให้แก่กองทุนต่างๆ หลายกองทุน

กลุ่มบริษัทภายใต้การนำของโอยูอีได้กำหนดเส้นตายเป็นวันที่ 3 ม.ค. ในการเสนอซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็น อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่ใกล้ชดเรื่องนี้คาดว่าโอยูอีก็คงต้องเลื่อนเส้นตายออกไป อาจเป็นถึงสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนม.ค.

ทั้งนี้ นายสตีเฟน ไรอาดี ประธานบริษัทโอยูอี เป็นประธานกลุ่มบริษัทลิปโปของอินโดนีเซียเช่นกัน

ส่วนผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 ในเอฟแอนด์เอ็นรองจากกลุ่มของนายเจริญ คือบริษัทคิรินโฮลดิงส์ ที่มีหุ้นอยู่ประมาณ 14.8% และได้ให้การสนับสนุนอย่างมีเงื่อนไขแก่กลุ่มภายใต้การนำของบริษัทโอยูอี โดยคิรินเสนอว่าจะซื้อธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของเอฟแอนด์เอ็นเป็นเงิน 2,700 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หากกลุ่มโอยูอีประสบความสำเร็จในการเสนอซื้อเอฟแอนด์เอ็น

เจพีมอร์แดน ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระของเอฟแอนด์เอ็น ระบุว่าข้อเสนอของกลุ่มนายเจริญและบริษัทโอยูอีไม่ค่อยน่าดึงดูดใจ ส่วนข้อเสนอของคิรินที่จะซื้อธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของเอฟแอนด์เอ็นก็ยุติธรรมดีแต่ไม่สมเหตุสมผล

ราคาหุ้นของเอฟแอนด์เอ็นซื้อขายอยู่ในระดับสูงกว่าราคาที่ทั้งสองบริษัทเสนอซื้อ เพราะตลาดคาดว่าจะมีการเพิ่มข้อเสนอ โดยหุ้นเอฟแอนด์เอ็นปรับตัวขึ้นเกือบ 6% ตั้งแต่บริษัทโอยูอีประกาศเสนอซื้อแข่งกับกลุ่มของนายเจริญ และล่าสุดราคาหุ้นปิดตลาดที่ระดับ 9.67 ดอลลาร์สิงคโปร์ในตลาดสิงคโปร์