อดีตนักกีฬาเทนนิสอาชีพ จากแดนซามูไร ทิ้งฝันแชมเปี้ยนโอลิมปิกสู่อาชีพนักธุรกิจ นั่งเก้าอี้ประธานกรรมการกองทุน A.P.F. Group"มิทซึจิ โคโนชิตะ"
ชื่อ "มิทซึจิ โคโนชิตะ" ซามูไรหนุ่มจอมเทคโอเวอร์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร A.P.F Group (เอเชียพาร์ทเนอร์ชิพ ฟันด์ กรุ๊ป) กองทุนจากประเทศญี่ปุ่น ว่ากันว่ามูลค่าพอร์ตลงทุนกว่า 3 หมื่นล้านบาท ช่วงที่ผ่านมายังเข้าซื้อกิจการในไทยไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง
จนมาค้นพบสัจธรรมที่ว่า “ธุรกิจมีขึ้นมีลง” ทางที่ดีควรสแกนการลงทุนเฉพาะสิ่งที่ถนัดจะดีกว่า ลงเอยที่การเข้าถือหุ้นใหญ่บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) (GL) จากผู้ถือหุ้นเดิม (กลุ่มขรรค์ชัย บุนปาน และกลุ่มอนุศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์) เพื่อให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ (ลีสซิ่ง) มอเตอร์ไซค์ในไทย มาตั้งแต่ปี 2549 โดยเขานั่งหัวโต๊ะในตำแหน่ง ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรุ๊ปลิส
เมื่อจังหวะลงล็อก ตลาดอาเซียนเริ่มเปิดต้อนรับทุนต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 เขาไม่รอช้าเร่งสปีดวางเส้นทางสู่การเป็นหนึ่งใน"ผู้นำบริการทางการเงินอาเซียน” โดยใช้ธุรกิจลีสซิ่งรถมอเตอร์ไซค์เป็นหัวหอกเข้าสร้างคอนเนคชั่นกับดีลเลอร์และในรัฐบาลกัมพูชา ที่ผู้คนใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะในการเดินทางเพิ่มขึ้น
ตอนนี้หนุ่มอาทิตย์อุทัยจึงใช้ชีวิตในดินแดนทุ่งสังหารเกินกว่า 50% เพื่อท่องตลาดเพลินไปกับเปิดประตูธุรกิจ "เป็นเจ้าแรก" (First Mover) ในกัมพูชา ที่สะกดเป็นแต่คำว่า "ซื้อเงินสด"
โดยเขาจะต้องเปลี่ยนผู้คนเหล่านี้ให้สะกดคำว่าเป็น “ซื้อผ่อน” ให้ได้ เพื่อเก็บกินส่วนต่าง !
ทักษะการอ่านเกมเร็ว เคลื่อนตัวเร็วในเกมธุรกิจ ของเขาน่าจะได้มาจากการเล่นเทนนิส กีฬาโปรดที่เจ้าตัวชื่นชอบ หมั่นซ้อมทุกวัน คล้ายกับการหมั่นศึกษาฐานข้อมูลตลาดในอาเซียนให้ทะลุปรุโปร่ง ยิ่งซ้อมหนักมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งเก่งเร็วมากขึ้นเท่านั้น !
“เกมธุรกิจ เกมเทนนิส” สำหรับมิทซึจิ อยู่บนคอนเซปต์เดียวกัน คือเป็นเกมที่“ต้องใช้ความเร็ว” First Fast Forward ทำให้เขามุ่งไปสู่ธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์เป็นเจ้าแรกในอาเซียน
มิทซึจิ เล่าถึงจุดพลิกสู่เกมธุรกิจว่า ที่ผ่านมาเขาเล่นกีฬาเทนนิสจนกลายเป็นนักกีฬามืออาชีพในญี่ปุ่น ทว่าเกมเทนนิสเป็นกีฬาสนุกแต่ไม่ทำเงิน เขาจึงตัดสินใจหันมาเอาดีในสนามธุรกิจ ในวัย 30 ปี โดยทิ้งฝันจากเส้นทางโอลิมปิก สู่เส้นทางอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน ในเก้าอี้ประธานฯกองทุน A.P.F ที่ระดมทรัพย์สินทางการเงินมาจากพรรคพวกในประเทศญี่ปุ่น (กองทุนส่วนบุคคล) จนกลายเป็นกองทุนที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทในปัจจุบัน
ถามว่าทำไมเขาถึงมานั่งเก้าอี้ตัวนี้ได้ เจ้าตัวไม่ตอบ แต่น่าจะเป็นเพราะคอนเนคชั่นที่แน่นปึ้กจากเกมกีฬาที่ต่อยอดมายังเกมธุรกิจ
กองทุนแห่งนี้ เข้าไปลงทุนแล้วในหลายสิบประเทศทั่วโลก ทั้งบราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน ส่วนในไทยเข้ามาลงทุนมูลค่าประมาณ 100 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,400 ล้านบาท)
โดยเข้าไปซื้อหุ้นในกิจการเกือบ 30 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทางการเงิน อสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนโรงแรม แม้กระทั่งสื่อ อาทิ บล.หลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) ,แอดวานซ์ อินชัวรันส์ ,พี.พี.คอรัล รีสอร์ท รวมถึงธุรกิจสื่อ อย่าง Business Week และหนังสือพิมพ์กระแสหุ้น
ก่อนจะค่อยๆทยอยขายหุ้นตัวที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไป อย่าง บล.ยูไนเต็ด ,แอดวานซ์ อินชัวรันส์ (เอ.พี.เอฟ.อินชัวรันส์) เมื่อเห็นท่าไม่ดี ครั้งที่เกิดเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ย่านราชประสงค์
ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจสื่อ ก็ต้องถอดใจ แม้อยากทำ แต่เมื่อรู้ว่ามันไม่ใช่ความถนัดของเขา สัญชาตญาณเตือนตัวเอง “รู้จักคำว่าถอย” ให้เร็วที่สุด
“เรามีหลายธุรกิจก็ต้องมีบางธุรกิจที่ซื้อแล้วไม่เป็นไปตามคาด อย่างธุรกิจประกันเราเทคโอเวอร์มาก็เพื่อฟาซิลิตี้ และสื่อก็ทำเพื่อความสนุกซึ่งเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของการลงทุน ท้ายที่สุดเมื่อมันไม่ดีก็ขายออกไป ประมวลดูจากธุรกิจที่เคยซื้อก็มีดี 90% และไม่ดีเพียง 10%” อีกหนึ่งบทเรียนที่ปรับมาจากเกมกีฬา ที่สอนว่า…
เมื่อเสียแต้ม ต้องแพ้ในสนาม ก็ต้องใช้มันเป็นต้นทุนบอกทางสู่ความสำเร็จของเกมต่อไปในอนาคต
เขาเล่าถึงการทำตลาดในกัมพูชาว่า รู้จักกับเลขาธิการสมาพันธ์เทนนิสกัมพูชา เมื่อครั้งเป็นนักกีฬาทำให้ทุกอย่างสะดวกโยธิน นั่นคือ การได้ไลเซ่นส์ เป็นรายแรกและรายเดียวในธุรกิจนี้
นอกจากนี้ กรุ๊ปลีสยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น โดยจับมือกับ Honda NCX (ตัวแทนจำหน่ายจักรยานยนต์ฮอนด้ารายเดียว ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาด 95%) ในกัมพูชา ฐานที่เป็นกลุ่มทุนเลือดซามูไรด้วยกัน กลายเป็นใบเบิกทางสำคัญในการเปิดตลาดในกัมพูชา
ตลาดกัมพูชา คือตลาดเริ่มต้น ในอนาคตจะตามมาด้วยลาว และพม่า ที่ใช้รูปแบบคอนเนคชั่นกับดีลเลอร์เข้าไปทำตลาดรายแรกและรายเดียว กินรวบในตลาดที่ยังเริ่มเปิดประเทศไปหาระบบสินเชื่อ
ส่วนอินโดนีเซียปัจจุบันตลาดมอเตอร์ไซค์มีกว่า 8 ล้านคัน และเวียดนาม 2.2 ล้านคัน ตลาดใหญ่ที่มีสินเชื่ออยู่แล้วแต่ยังต้องการระบบที่ได้มาตรฐาน เขาบอกว่า รอเพียงจังหวะเข้าเทคโอเวอร์ เพราะรู้จักผู้แทนจำหน่ายดีอยู่แล้ว
มิทซึจิ เล่าว่า สินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ในอาเซียนถือเป็นบันไดขั้นแรก ก่อนจะขยายไลน์ธุรกิจไปยังบริการสินเชื่ออื่นๆ เช่น รีไฟแนนซ์,เงินกู้ รวมไปถึงแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securities)
โดยเป้าหมายของเขาคือ ในปี 2558 จะต้องทำธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อจักรยานยนต์ในอาเซียนให้ครบ "1 ล้านคัน"





