วันอังคาร ที่ 3 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ทำไม ‘บ้านหรู’ โตสวนเศรษฐกิจ ? คนไม่ได้อยู่เอง-ซื้อเพื่อลงทุน สะท้อนกำลังซื้อ เปลี่ยนกลุ่ม’

อสังหาฯ กลาง-ล่าง แผ่ว แต่ “บ้านหรู” ยังโตต่อ! นายหน้าอสังหาฯ ชี้ บางส่วนซื้อบ้านหรูเพื่อลงทุน-มองไกลมากกว่าอยู่เอง เฉพาะครึ่งปีแรกทำยอดรวม 2,000 ล้าน ส่วนใหญ่เน้นทำเลกรุงเทพ-เมืองท่องเที่ยว ขายได้ตั้งแต่ยังสร้างไม่เสร็จ!

ท่ามกลางความกังวลด้านเศรษฐกิจที่ทำให้หลายคนมองว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่ภาวะซบเซา ทว่า “Propernista” บริษัทตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ปัจจุบันลูกค้ากลุ่มนักลงทุนและผู้ซื้อระดับบนยังมองหาโอกาสเข้าซื้อโครงการที่ตรงกับเป้าหมาย สะท้อนจากยอดขายพรีเซลส์หรือยอดจองล่วงหน้าจากลูกค้ากลุ่มดังกล่าว โดยพบว่า ช่วงครึ่งปีแรก “Propernista” ทำยอดพรีเซลลส์จากอสังหาริมทรัพย์กลุ่มลักชัวรีรวมกันมากถึง “2,000 ล้านบาท”

“ณัฐพล สาสนะสุข” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Propernista ให้ความเห็นถึงภาพตลาดอสังหาฯ ปัจจุบัน โดยระบุว่า สถานการณ์เศรษฐกิจส่งผลต่อผู้ซื้อแต่ละกลุ่มแตกต่างกัน ผู้ซื้อที่ต้องพึ่งพาสินเชื่อบางส่วนจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาจากรายได้ ภาระผ่อนชำระ และความพร้อมทางการเงินอย่างรอบคอบ ขณะที่ลูกค้าที่มีเงินทุนมองช่วงเวลานี้เป็น “โอกาส” ในการคัดเลือกอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนระยะยาว

ทำไม ‘บ้านหรู’ โตสวนเศรษฐกิจ ? คนไม่ได้อยู่เอง-ซื้อเพื่อลงทุน สะท้อนกำลังซื้อ เปลี่ยนกลุ่ม’

“เมื่อพูดถึงเศรษฐกิจไม่ดี หลายคนคิดว่า อสังหาริมทรัพย์ต้องขายไม่ได้ แต่อ้างอิงจากลูกค้าที่ Propernista ดูแล เรายังเห็นกำลังซื้อตรงนั้น และพบว่า มีนักลงทุนเข้ามามากขึ้น คนที่มีเงินพร้อมบางส่วนมองช่วงเวลานี้เป็นโอกาสเลือกซื้อ เพราะสามารถเปรียบเทียบโครงการ ราคา และเงื่อนไขต่างๆ เพื่อหาสินทรัพย์ที่เหมาะกับการลงทุนของตัวเอง”

“ณัฐพล” กล่าวว่า ความสนใจของนักลงทุนที่บริษัทดูแลครอบคลุมโครงการที่ตอบโจทย์การปล่อยเช่าและอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี โดยลูกค้าบางส่วนพิจารณาการใช้อยู่อาศัยควบคู่กับการลงทุน ให้ความสำคัญกับทำเล คุณภาพโครงการ ราคาที่เข้าซื้อ และความต้องการอยู่อาศัยในพื้นที่ด้วย

“ลูกค้าลักชัวรีไม่ได้ซื้อเพื่ออยู่เองทุกคน บางคนมีเป้าหมายเพื่อการลงทุน แต่คำว่าลักชัวรีเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันความคุ้มค่า ต้องดูว่า ราคาที่ซื้อเหมาะสมหรือไม่ ทำเลมีความต้องการจริงแค่ไหน และมีต้นทุนอะไรระหว่างถือครอง ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการข้อมูลที่ช่วยให้ประเมินได้ทั้งโอกาสและความเสี่ยง”

ทำไม ‘บ้านหรู’ โตสวนเศรษฐกิจ ? คนไม่ได้อยู่เอง-ซื้อเพื่อลงทุน สะท้อนกำลังซื้อ เปลี่ยนกลุ่ม’ -ณัฐพล สาสนะสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Propernista-

ทั้งนี้ วิจัยจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาระบุถึงแนวโน้มธุรกิจที่อยู่อาศัยใน 6 จังหวัดหลักภูมิภาค ระหว่างปี 2569–2571 ว่า ตลาดในปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ปานกลางถึงล่าง ขณะที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการระดับบน รวมถึงที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์ หรือ “Branded Residences” เพื่อรองรับผู้มีรายได้สูงและชาวต่างชาติ โอกาสการฟื้นตัวจึงขึ้นอยู่กับทำเลและกำลังซื้อที่รองรับในแต่ละตลาด 

ขณะเดียวกัน “ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์” (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รายงานเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ว่า ครึ่งปีแรก 2569 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ “167,665 หน่วย” เพิ่มขึ้น 17.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่าราว 429,839 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ทั้งหนี้ครัวเรือน ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดยังมีการซื้อขายเกิดขึ้น แม้ผู้ซื้อแต่ละกลุ่มจะมีความพร้อมและข้อจำกัดแตกต่างกัน สำหรับ “Propernista” พบว่า ระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 สามารถทำยอดขายพรีเซลส์จากลูกค้ากลุ่มนักลงทุนและตลาดบน รวมกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวอย่างของกำลังซื้อที่เกิดขึ้นจริงในฐานลูกค้าของบริษัท