วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘กรมสรรพากร’ เปิดรับฟังความเห็นร่าง พรบ.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จ่อเก็บ 1,000 บาท/ครั้งจากคนไทยและต่างชาติ

‘กรมสรรพากร’ เตรียมเก็บภาษีออกนอกประเทศทางอากาศ 1,000 บาทต่อครั้งในระยะแรกจากทั้งคนไทยและต่างชาติ ‘ทุกสัญชาติ’ เพดานไม่เกิน 5,000 บาทต่อครั้ง หลังเปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการร่าง พ.ร.บ. ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.-29 ต.ค. 2569

ล่าสุด "กรมสรรพากร" เปิดรับฟังความคิดเห็นบนเว็บไซต์ law.go.th เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.-29 ต.ค. 2569

สำหรับที่มาของร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ประเทศไทยได้เคยมีการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรจากผู้มีสัญชาติไทยและคนต่างด้าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรซึ่งเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยตราพระราชกำหนดภาษี การเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2526 เพื่อป้องกันมิให้มีการนำเงินตราต่างประเทศออกนอกราชอาณาจักรเกินสมควรเพื่อรักษาดุลการชำระเงินของประเทศ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2526 และจัดเก็บจากการเดินทางโดยทางอากาศในอัตราครั้งละ 1,000 บาท และการเดินทางโดยทางบกและโดยทางน้ำ ในอัตราครั้งละ 500 บาท ตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2526) ออกตามความในพระราชกำหนดภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2526 ต่อมาได้มีการยกเว้นภาษีให้แก่ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยทางบก และโดยทางน้ำตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2529)ฯ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2529 และโดยทางอากาศ ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2534)ฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2534

โดยที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้กรอบวินัยทางการเงินการคลัง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะต่อไป กระทรวงการคลังจึงได้มอบหมายให้กรมสรรพากรพิจารณาการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรจากผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรทุกสัญชาติ ซึ่งเป็นหลักการที่แตกต่างจากหลักการการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรตามพระราชกำหนดภาษีการเดินทางออกราชอาณาจักร พ.ศ. 2526 ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

‘กรมสรรพากร’ เปิดรับฟังความเห็นร่าง พรบ.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จ่อเก็บ 1,000 บาท/ครั้งจากคนไทยและต่างชาติ

ประเด็นสำคัญของร่างกฎหมายหรือกฎหมายที่นำมารับฟังความคิดเห็น

 

1.จัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรจากผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรทุกสัญชาติ แต่ไม่รวมถึงผู้มีหน้าที่ทำการเกี่ยวกับการประกอบกิจการขนส่งซึ่งโดยลักษณะหน้าที่ผู้นั้นไม่ต้องเสียค่าโดยสาร และเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยหน้าที่การงานของผู้ประกอบกิจการขนส่งซึ่งตนมีหน้าที่

 

2.ให้ผู้เดินทางมีหน้าที่เสียภาษีทุกครั้งที่เดินทางออกนอกราชอาณาจักรตามอัตราที่กำหนดโดยกฎกระทรวง แต่ไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท

 

3.ให้ผู้เดินทางตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวงได้รับยกเว้นภาษี

3.1 ในระยะแรกให้ผู้เดินทางโดยทางบกหรือทางน้ำได้รับยกเว้นภาษี

3.2 สำหรับผู้เดินทางโดยทางอากาศ ให้กำหนดผู้ได้รับยกเว้นภาษีตามหลักเกณฑ์เดียวกันกับผู้ได้รับยกเว้นตามการจัดเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออก [Passenger Service Charge (PSC)] ดังต่อไปนี้

(1) พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระราชโอรส พระราชธิดา พระชามาดา พระสุณิสา พระเจ้าหลานเธอ และผู้ติดตามในขบวนเสด็จ

(2) สมเด็จพระสังฆราช และผู้ติดตามในขบวนเสด็จ

(3) ประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ และผู้ติดตาม

(4) ราชอาคันตุกะของพระมหากษัตริย์หรือพระราชินี และผู้ติดตาม

(5) อาคันตุกะของรัฐบาล และผู้ติดตาม

(6) เด็กอายุไม่เกิน 2 ปี

(7) คณะผู้ตรวจขององค์การห้ามอาวุธเคมี

(8) ผู้โดยสารซึ่งเดินทางโดยอากาศยานของราชการไทยหรือของราชการต่างประเทศ หรือโดยอากาศยานอื่นที่ใช้ในภารกิจของราชการนั้น

(9) ผู้โดยสารผ่าน ซึ่งมิได้ออกไปนอกบริเวณห้องผู้โดยสารผ่าน ในกรณีการเดินทางระหว่างประเทศ

(10) ผู้โดยสารผ่าน ซึ่งจำเป็นต้องพักอยู่ภายในสนามบินเพื่อเปลี่ยนเครื่อง ในกรณีการเดินทางภายในประเทศ

 

4.ในระยะแรกให้กำหนดอัตราภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยทางอากาศครั้งละ 1,000 บาท

 

5.ให้ผู้เดินทางเสียภาษีก่อนเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยให้ผู้ประกอบกิจการขนส่งหรือตัวแทน ซึ่งจำหน่ายบัตรโดยสารเป็นผู้เรียกเก็บภาษีจากผู้เดินทางพร้อมกันกับการเรียกเก็บค่าโดยสาร

 

6.ในกรณีที่ผู้เดินทางไม่ได้ซื้อบัตรโดยสารหรือไม่ได้ชำระค่าโดยสารผ่านผู้ประกอบกิจการขนส่ง หรือตัวแทนซึ่งจำหน่ายบัตรโดยสาร หรือเป็นการเดินทางที่ไม่มีการออกบัตรโดยสารหรือไม่มีการเรียกเก็บค่าโดยสาร ให้ผู้เดินทางเสียภาษีตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

 

7.ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

8.ไม่ใช้บังคับกับผู้เดินทางที่ซื้อบัตรโดยสารก่อนวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับและได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรตั้งแต่หรือหลังจากวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ

 

9.กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินและเรียกเก็บภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม รวมทั้งมีอำนาจออกหมายเรียกหรือคำสั่ง ตรวจค้นหรือยึดบัญชี เอกสาร และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

 

10.กำหนดเบี้ยปรับเป็นจำนวน 2 เท่าของภาษีที่ต้องเสียหรือที่ต้องชำระหรือนำส่ง และกำหนดเงินเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องเสียหรือที่ต้องชำระหรือนำส่ง โดยไม่รวมเบี้ยปรับ

 

11.กำหนดโทษสำหรับกรณีหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีโดยการแจ้งข้อความหรือให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จ การแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือการกระทำโดยวิธีการอื่น รวมทั้งกรณีขัดขวางหรือไม่ให้ความร่วมมือ แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ และกรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด โดยอาจใช้การปรับเป็นพินัย

 

‘กรมสรรพากร’ เปิดรับฟังความเห็นร่าง พรบ.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จ่อเก็บ 1,000 บาท/ครั้งจากคนไทยและต่างชาติ