คนไทยแห่เที่ยวต่างประเทศปี 2569 มาแรงจ่อทะลุ 16 ล้านคน เอกชนประเมินฮิต ‘เที่ยวจีน’ แตะ 4 ล้าน คาดโตพุ่ง 30% ยอดรวมใกล้เคียงตลาด ‘คนจีนเที่ยวไทย’ ราว 5 ล้านคนในปีนี้ตามคาดการณ์ของ ททท.
เอกชนท่องเที่ยวประเมินภาพรวมตลาดคนไทยแห่เที่ยวต่างประเทศปี 2569 มีแนวโน้มคึกคัก เติบโตดี ทำนิวไฮต่อเนื่องจากปี 2568
ล่าสุดทีมวิจัย Bnomics ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยเมื่อปลายเดือน ก.ย. เกี่ยวกับสถิติคนไทยเที่ยวต่างประเทศปีที่แล้ว ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งในแง่จำนวนการเดินทาง 13.06 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11.4% เทียบกับปี 2567 และใช้จ่ายรวม 5.59 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.5% ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริป 42,790 บาท เพิ่มขึ้น 16.2%
สำหรับ 5 อันดับแรกของจุดหมายปลายทางที่มีคนไทยไปเที่ยวมากที่สุดในปี 2568 พบว่า “จีน” ขึ้นเป็นอันดับ 1 มีจำนวนคนไทยไปเยือนกว่า 3.06 ล้านคน เพิ่มขึ้น 46.2% เทียบปี 2567 หลังมาตรการฟรีวีซ่าช่วยลดอุปสรรคการเดินทาง มีข้อได้เปรียบจากความคุ้มค่า โครงสร้างพื้นฐาน และความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว
อันดับ 2 มาเลเซีย มีคนไทยไปเที่ยว 1.72 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5% จากข้อได้เปรียบเรื่องความใกล้ สะดวก พรมแดนติดกัน
อันดับ 3 ลาว มีจำนวน 1.44 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18.6% ได้เปรียบจากความใกล้ ค่าใช้จ่ายไม่สูง มีความเชื่อมโยงกับไทยอยู่แล้ว และโครงสร้างพื้นฐานด้านรถไฟลาว-จีน เปิดโอกาสใหม่ในการเดินทาง
อันดับ 4 ญี่ปุ่น มีคนไทยไปเที่ยว 1.23 ล้านคน เพิ่มขึ้น 15.7% ด้วยธรรมชาติ อาหาร วัฒนธรรม แหล่งชอปปิง ความสะอาด ความปลอดภัย และระบบขนส่งที่เดินทางด้วยตัวเองได้ง่าย ทำให้นักท่องเที่ยวไทยยอมจ่ายมากขึ้นต่อหนึ่งทริป
และอันดับ 5 สหราชอาณาจักร 4.92 แสนคน เพิ่มขึ้น 39.7% เป็นจุดหมายระยะไกลที่กลับมาคึกคักจากการเดินทางเพื่อท่องเที่ยว การศึกษา และเยี่ยมญาติ
เอกชนคาดปี 69 คนไทยฮิตเที่ยวต่างประเทศทะลุ 15-16 ล้านคน
ธนพล ชีวรัตนพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส จำกัด บริษัททัวร์ชั้นนำ ในฐานะนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศปี 2569 มีแนวโน้มทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากปี 2568 โดยคาดว่าจะมีจำนวนราว 15.6 - 16.3 ล้านคน เติบโต 20-25% จากปี 2568 ตามที่ทีมวิจัย Bnomics โดยธนาคารกรุงเทพ ระบุว่ามีจำนวนการเดินทางกว่า 13.06 ล้านคน
แนวโน้มการเติบโตดังกล่าวมาจากนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) เพิ่มขึ้น 15% และนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางกับบริษัททัวร์เพิ่มขึ้น 10% โดยโครงสร้างตลาดคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศในปัจจุบันเป็น FIT มากกว่า 40% ส่วนกรุ๊ปทัวร์มีราว 50-60%
คนไทย "เที่ยวจีน" มาแรง ลุ้นแตะ 4 ล้านคนปีนี้
“ประเมินว่าปี 2569 คนไทยจะนิยมไปเที่ยวจีนมากเป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว คาดเติบโต 30% จากตัวเลข 3.06 ล้านคน หรือคิดเป็นเกือบ 4 ล้านคน ใกล้เคียงกับตลาดคนจีนเที่ยวไทยในปีนี้ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่าจะมีจำนวนราว 5 ล้านคน”
สำหรับ “ปัจจัยบวก” ที่ทำให้ตลาดคนไทยเที่ยวจีนเติบโต นอกเหนือจากมาตรการฟรีวีซ่าระหว่างไทย-จีนแล้ว มองว่าประเทศจีนมีความปลอดภัยสูงมาก สถานที่ท่องเที่ยวน่าไปเยือน มีโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สามารถนั่งรถไฟความเร็วสูงเที่ยวควบ 2 มณฑลในแพ็กเกจทัวร์เดียวได้ อาหารการกินถูกปากคนไทย และคนจีนดูแลนักท่องเที่ยวอย่างดีเยี่ยม
โดย 5 อันดับแรกของเมืองในจีนที่มีคนไทยไปเที่ยวมากที่สุด ประเมินว่าอันดับ 1 คือ “ฉงชิ่ง” ซึ่งล่าสุดนำร่องให้บริการประกาศเสียงตามสายเป็นภาษาไทยที่สถานีรถไฟฟ้ายอดนิยม 3 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนไทย รองลงมาได้แก่ เฉิงตู ชิงเต่า ซินเจียง และเซี่ยงไฮ้
เยนอ่อนค่าหนุน "เที่ยวญี่ปุ่น" ยังโตดี 6-7%
ธนพล กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากจีนแล้ว มองว่าจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในปี 2569 มี “ญี่ปุ่น” ที่คาดว่าจะเติบโต 6-7% เทียบกับปีก่อนซึ่งมีคนไทยไปเที่ยวกว่า 1.23 ล้านคน ส่วนประเทศอื่นๆ ใน “ยุโรป” เช่น สหราชอาณาจักร อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ มีแนวโน้มไปเที่ยวมากขึ้น
ขณะที่ “เกาหลีใต้” เริ่มฟื้นตัวดี แม้สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เพิ่งประกาศยกเลิกเที่ยวบินตรงเส้นทาง กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) - โซล (อินชอน) มีผลตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป หลังให้บริการมานาน 12 ปี แต่ก็ยังมีสายการบินอื่นๆ ให้บริการ
"ไทยเที่ยวไทย" ปาดเหงื่อ น้ำท่วมกรุงฯ ซ้ำเติมรอยต่อไฮซีซัน
การขยายตัวอันโดดเด่นของตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศส่งผลกระทบต่อตลาด “ไทยเที่ยวไทย” โดยมองว่าปี 2569 จะเหนื่อยมาก ไม่ได้เติบโตหวือหวา ยิ่งในช่วงรอยต่อเข้าไฮซีซันปลายปีมีสถานการณ์ “น้ำท่วม” เข้ามาซ้ำเติม ทำให้คนไทยกังวลเกี่ยวกับบ้าน และต้องประหยัดเงินมากขึ้นในภาวะแบบนี้
“สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบระยะสั้นต่อตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศด้วยเช่นกัน คนเป็นห่วงบ้าน ประกอบกับบางสายการบินมีปัญหาเรื่องยกเลิกเที่ยวบินและให้บริการไม่ตรงต่อเวลา จึงรอดูสถานการณ์น้ำอีกทีจนถึงกลางเดือน ต.ค. ว่าเป็นอย่างไร หากไม่เกิดน้ำท่วมซ้ำ ก็น่าจะรักษาแรงส่งการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในไฮซีซันปลายปี”
"เวียตเจ็ทไทยแลนด์" เตรียมเพิ่มเที่ยวบินสู่ "นาริตะ" เป็น 2 เที่ยวต่อวัน
วรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า “ญี่ปุ่น” ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากคนไทย ด้วยปัจจัยเงินเยนอ่อนค่าเอื้อต่อการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ทำให้ “เวียตเจ็ทไทยแลนด์” เตรียมขยายความถี่เที่ยวบินเส้นทาง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) - โตเกียว (นาริตะ) ในช่วงตารางบินฤดูหนาวนี้ จาก 1 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มเป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน
ด้าน “เกาหลีใต้” เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยืนยันว่าไม่มีการยกเลิกเส้นทางบินนี้แต่อย่างใด ยังคงให้บริการต่อเนื่อง โดยมีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) อยู่ในระดับที่ดี 84% แต่ปัญหาในปัจจุบันคือ “ราคาตั๋วเครื่องบิน” เนื่องจากฝั่งเกาหลีเองก็ให้บริการหลายสายการบิน ส่วนฝั่งไทยให้บริการอีก 3-4 สายการบิน มีการแข่งขันด้านราคาสูงมาก พอมีรายหนึ่งยกเลิกเส้นทางบินนี้ไป ก็น่าจะทำให้เวียตเจ็ทไทยแลนด์ได้อานิสงส์ มีลูกค้าบางส่วนมาใช้บริการด้วย
“ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาความนิยมของคนไทยที่มีต่อเกาหลีใต้ลดลง ขณะเดียวกันประเทศไทยก็ได้รับความนิยมจากคนเกาหลีลดลงเช่นกัน หันไปเที่ยวเวียดนามแทน”





