วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เอท พลัส’ ชิงเค้กน้ำดื่ม 6.5 หมื่นล้าน ขยายพอร์ต B2C ดันรายได้

แผนธุรกิจ 5 ปีข้างหน้าของ “ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์” คือการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอธุรกิจให้หลากหลาย จากพึ่งพาลูกค้าธุรกิจ(B2B) ขยายไปสู่ผู้บริโภค(B2C) มากขึ้น โดย 2 แบรนด์ฮีโร่ คือร้านเครื่องดื่ม “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” และเครื่องดื่มน้ำแร่อัลคาไลน์ธรรมชาติหรือ น้ำด่าง “เอท พลัส”(EIGHT PLUS)

ล่าสุดถึงคิว “เอท พลัส” ที่ผนึก "วรจรรย์ เที่ยงธรรม” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “เอท พลัส” เจ้าของบ่อน้ำด่างธรรมชาติ พ่วงตำแหน่งนักชิมน้ำ (Water Sommelier)คนแรกของไทยร่วมทุนเสริมแกร่ง

ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC กล่าวว่า น้ำด่าง “เอท พลัส” เคยอยู่ในตลาดมาแล้วราว 5 ปีก่อน ในยุคที่ผู้บริโภคชาวไทยยังไม่รู้จัก และดื่มน้ำด่างมากนัก ทำยอดขายหลักสิบล้านบาท และหยุดทำตลาดไประยะหนึ่ง กระทั่ง 14-16 เดือนก่อน บริษัทได้เป็นผู้จัดจำหน่ายและกระจายสินค้าให้ จึงมองโอกาสต่อยอดการเติบโต

เดือน ส.ค.2569 “ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์” จึงลุยกลยุทธ์ “ร่วมทุน” กับเจ้าของแบรนด์ “เอท พลัส” ตั้งบริษัท ทีเอซีซีพลัส จำกัด ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท TACC ถือหุ้น 80% “วรจรรย์” ถือหุ้น 20% ปัดฝุ่นแบรนด์รุกตลาดน้ำด่างธรรมชาติอีกครั้ง

‘เอท พลัส’ ชิงเค้กน้ำดื่ม 6.5 หมื่นล้าน  ขยายพอร์ต B2C ดันรายได้

“การร่วมทุน มองการต่อยอดประโยชน์เสริมแกร่งแก่กัน คุณวรจรรย์ ถนัดการผลิตน้ำด่าง มีแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นของตัวเอง ส่วน TACC เชี่ยวชาญในธุรกิจเครื่องดื่มชา กาแฟ การจัดจำหน่าย”

ข้อมูลจากกรุงศรี ระบุตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปี 2569-2572 เชิงปริมาณ 1.07 หมื่นล้านลิตร มูลค่า 3.69 แสนล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง 1.9-2.9% แยกย่อยตลาดน้ำดื่มบรรจุขวด ใหญ่อันดับ 1 สัดส่วนเชิงปริมาณ 59.6% หรือยอดขาย 6,417 ล้านลิตร มูลค่า 6.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 2.1-3.1% สูงกว่าตลาดรวมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สะท้อนถึงโอกาสตลาดที่มีสูง

‘เอท พลัส’ ชิงเค้กน้ำดื่ม 6.5 หมื่นล้าน  ขยายพอร์ต B2C ดันรายได้

หลังร่วมทุน “เอท พลัส” ได้ปรับอัตลักษณ์สีของแบรนด์จากสีฟ้าเป็นสีม่วง ทุ่มงบสื่อสารการตลาดมากขึ้นในช่วงแรก พร้อมใช้ “หมาก ปริญ สุภารัตน์” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ สร้างการรับรู้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

“สิ่งที่แตกต่างจากเดิมมากสุด คือตลาดที่ผู้บริโภครู้จักน้ำด่างมากขึ้น เทรนด์สุขภาพ ทำให้กลุ่มที่ดื่มน้ำแร่ขยับไปดื่มน้ำด่าง กลายเป็นที่นิยม กระตุ้นการเติบโต”

“เอท พลัส” ตั้งเป้าหมาย 5 ปี ผลักดันยอดขาย 1,000 ล้านบาทเป็น “จิ๊กซอว์” สำคัญทำให้พอร์ตโฟลิโอ B2C แข็งแกร่ง และมีสัดส่วน 30% ของรายได้รวม จากปัจจุบัน TACC มีฐานรายได้ใหญ่จากลูกค้า B2B สัดส่วน 95%

‘เอท พลัส’ ชิงเค้กน้ำดื่ม 6.5 หมื่นล้าน  ขยายพอร์ต B2C ดันรายได้

“น้ำด่างเป็นตลาดเปิดใหม่ที่ผู้บริโภคนิยม จะต่อยอดน้ำด่างเอท พลัส ไปเป็นส่วนผสมเครื่องดื่มอื่นๆ รวมถึงเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหรือฟังก์ชันนอลดริ้งค์ ไม่แข่งราคา เรามาเป็นทางเลือก เพื่อขยายตลาดน้ำด่างทำให้ขุมทรัพย์ใหญ่ขึ้น”

ตลาดน้ำดื่ม ยังแบ่งย่อยเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เช่น ตลาดน้ำดื่ม ราคาเฉลี่ย 7 บาท น้ำแร่ราคาตั้งแต่ 12 บาท และน้ำด่างราคา 20 บาท  สำหรับการเบ่งพอร์ต B2C ด้วยการร่วมทุนเพราะยุคนี้สร้างแบรนด์เองล่าช้า ดังนั้นดีลที่เกิดขึ้นจะติดสปีดเติบโตให้บริษัทจากปกติโตเฉลี่ย 10% ตามคู่ค้า การร่วมทุนทำให้โอกาสบริษัทโตเร็วขึ้น