หิวเมื่อไหร่ก็แวะมา อาจใช้ไม่ได้ในเวลาน้ำท่วม เมื่อประชาชนตื่นตระหนกซื้อสินค้าหรือ Panic Buying หลังฝนถล่มกรุงลากยาว 2 วัน ภาพที่ตามมาคือสินค้าหมวดอาหาร น้ำดื่มในร้านสะดวกซื้อเกลี้ยงเชลฟ์ และบางพื้นที่ยังไม่คลี่คลาย แม้เซเว่นอีเลฟเว่น จะเร่งขนสต๊อกเติมเชลฟ์
จากสถานการณ์น้ำท่วม ประกาศของภาครัฐเกี่ยวกับปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่ประชาชนตื่นตระหนกในการซื้อสินค้า หรือ Panic Buying
ขณะที่ผู้ผลิตสินค้าจำเป็น เช่น มาม่า ยืนยันการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่มีสะดุด ส่วนฟากช่องทางจำหน่าย โดยเฉพาะห้างค้าปลีกประเภทต่างๆ พยายามเดินหน้าเติมสินค้าในสาขาที่การขนส่งเข้าถึงได้
ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น Aspire Erawan
ล่าสุด เวลาประมาณ 20.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านสะดวกซื้อบางสาขา ยังคงไม่มีสินค้าจำเป็น โดยเฉพาะอาหารประเภทต่างๆ ทั้งอาหารพร้อมทาน อาหารพร้อมปรุง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ฯ ยังไม่ถูกเติม ทำให้ชั้นวางหรือเชลฟ์ยังคงว่างเปล่า เนื่องจากสินค้าทุกรายการถูกกวาดเกลี้ยง เหลือทิ้งไว้เพียงป้ายราคา
ตัวอย่างร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ที่อยู่ในโครงการ Aspire Erawan(แอสปาย เอราวัณ) เชลฟ์ขาวโพลง เพราะไม่มีสินค้ากลุ่มอาหารพร้อมทานเหลืออยู่เลย ส่วนเซเว่นอีเลฟเว่นสาขาลาซาล 10 ก็เช่นกัน ก่อนหน้านั้น หรือเวลาราว 17.30 น. อาหาร บะหมี่ฯ ไม่มีหลงเหลือแต่อย่างใด
ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น Aspire Erawan
สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กรุงเทพธุรกิจ ได้สอบถามผู้ผลิตสินค้าจำเป็น ให้มุมมองว่าการซื้อสินค้าครั้งนี้เกิดจากความตื่นตระหนก โดยประเมินผลกระทบน้ำท่วมเบื้องต้นจะเกิดขึ้นระยะสั้น 2-3 วัน แต่ประสบการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ที่ประชาชนเคยผ่านมาแล้ว อาจทำให้เกิด Panic Buying ได้
ทั้งนี้ ในยามวิกฤติ หนึ่งในตัวอย่างของการซื้อสินค้า ที่มักเป็นกรณีศึกษา บทเรียนให้นานาประเทศคือ “ญี่ปุ่น” ที่จะซื้อสินค้าในปริมาณที่พอเหมาะ โดยคำนึงถึงผู้อื่นที่จะได้รับผลกระทบ เดือดร้อน อาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการในห้วงเวลาสั้นๆ
อย่างไรก็ตาม ในการลงพื้นที่สำรวจการซื้อสินค้า จะเห็นว่า เมื่อประชาชนทำการช้อป จะหยิบของปริมาณมากใส่ตะกร้า ผลที่ตามมาเกิดภาพ ใครมาก่อนได้ก่อน ใครมาทีหลังจะไม่มีสินค้าให้ซื้อแล้ว





