วันพุธ ที่ 23 กันยายน 2569

Login
Login

จากเบอร์ 1 ไทย สู่รีจินัลแบรนด์ 'ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล' ควง 'โพรโพลิซ' สู้ศึกสเกลใหญ่

“ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล” ประกาศแผน 3 ปี ในการมุ่งสร้างยอดขายทะยานสู่ 4,000 ล้านบาท หรือเติบโต 10-15% ต่อเนื่อง และเป็นอัตราที่แซงหน้าตลาดสินค้าสุขภาพ แต่ภารกิจที่แทรกตัวสุดท้าทายคือการพาแบรนด์ไทย “โพรโพลิซ”(Propoliz) ผงาดสู่การเป็นแบรนด์ภูมิภาคหรือ Regional Brand

นายประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิต และจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดผลิตภัณฑ์สเปรย์พ่นคอในประเทศไทยมีมูลค่าตลาดราว 600-800 ล้านบาท และแบรนด์ “โพรโพลิซ” เป็นเบอร์ 1 แต่ภารกิจใน 3 ปีข้างหน้า บริษัทต้องการผลักดันให้แบรนด์ไทยก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับภูมิภาคหรือ Regional Brand

ทั้งนี้ การปักธงแบรนด์ไทยในภูมิภาค จะมีการขยายตลาดส่งออกให้กว้างขึ้น จากปัจจุบันมี 7 ประเทศ เช่น ในกลุ่มกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนามหรือ CLMV และมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันเวียดนามมีการหยุดทำตลาดชั่วคราว รวมถึงขายในประเทศฮ่องกง และจีน ที่ถือเป็นการ “เปิดประตูสู่ตลาดภูมิภาค” แล้ว 

จากนี้ไป บริษัทจะขยายตลาดสู่ประเทศเกาหลีใต้ จะวางจำหน่ายสินค้าเดือนตุลาคม 2569 และเจาะตลาดอินโดนีเซีย 

จากเบอร์ 1 ไทย สู่รีจินัลแบรนด์ 'ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล' ควง 'โพรโพลิซ' สู้ศึกสเกลใหญ่

“การพยายามผลักดันโพรโพลิซไปสู่รีจินัลแบรนด์ เพราะมาจากข้างในของเราเอง คือความภาคภูมิใจของพ่อแม่ที่มาจากการสร้างโรงงาน และสปินออฟมาเป็นสินค้าทั้งโพรโพลิซ และไอยรา ซึ่งเราอยากพาเข้าไปทำตลาดต่างประเทศ แต่ผู้บริโภคต่างแดนอาจยังงงๆกับสินค้าสมุนไพรไทยอยู่บ้าง เมื่อเทียบสเปรย์พ่นคอ ที่เหมือนกับแบรนด์คู่แข่งในต่างแดน แต่เราสร้างสรรค์ในเวอร์ชันไทยที่แตกต่างทั้งสารสกัดเอง รสชาติ อีกทั้งเมื่อดูมูลค่าตลาดสเปรย์พ่นคอในภูมิภาคถือว่ามีขนาดใหญ่ และสินค้าเข้าได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับยาที่ต้องใช้เวลาในการขึ้นทะเบียน ขออย.ในต่างประเทศ”

นอกจากระดับภูมิภาค “โพรโพลิซ” ยังทยอยปูทางสู่ตลาดโลก ทั้งปักธงในยุโรป ด้วยการไปออกงานแสดงสินค้าทุกปี เพื่อแนะนำตัว รวมถึงหาพันธมิตรที่เป็นตัวแทนจำหน่ายและต้องทำการตลาดด้วย รวมถึงมีการขึ้นทะเบียนสินค้าในตลาดสหรัฐ โดยทั้ง 2 ตลาดคาดว่าจะต้องใช้เวลา ขณะเดียวกันยังทดลองเปิดตลาดในตะวันออกกลางด้วย เนื่องจากผู้บริโภคมีความคุ้นเคยกับสินค้าสุขภาพหรือ Wellness ของไทยค่อนข้างดี 

จากเบอร์ 1 ไทย สู่รีจินัลแบรนด์ 'ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล' ควง 'โพรโพลิซ' สู้ศึกสเกลใหญ่

“เราตั้งใจขยายตลาดโพรโพลิซให้มากกว่าเอเชียแน่นอน และการเลือกโพรโพลิซไปสู่รีจินัลแบรนด์ ถือเป็นการปรับกลยุทธ์ในการนำสินค้าที่ใช้เวลาสั้นในการขออย.หรือ FDA แต่ละประเทศ ซึ่งสินค้านี้จริงๆมีการส่งออกตั้งแต่รุ่นคุณแม่ แต่ 3 ปีที่ผ่านมา เรามีการตั้งหลักลองตลาด ส่วนการเจาะตลาดเกาหลีใต้ มีกว่า 10 แบรนด์ที่ทำตลาด แต่จุดแข็งของโพรโพลิซคือรสชาติ เอกลักษณ์สินค้า ส่วนพันธมิตรก็มี Passion ที่อยากเติบโตไปกับเรา” 

ครึ่งปีแรก 2569 ที.แมนฟาร์มาซูติคอล มีรายได้รวม 1,220.6 ล้านบาท การผลักดันรายได้สู่ 4,000 ล้านบาทใน 3 ปีข้างหน้า มี 6 กลยุทธ์ จะเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโต ได้แก่ 1.การวิจัยและพัฒนาสินค้า ทั้งจากเฮเว่น เฮิร์บ NOVA Health ฯ 2.การผลิตสินค้า เช่น รับจ้างผลิต(OEM) 3.ด้านสินค้า(Products) การสร้างแบรนด์ตัวเอง(Own Brand) เจาะช่องทางขายต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์สมุนไพร คอสเมติก ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ฯ แบรนด์ลูกค้า 

จากเบอร์ 1 ไทย สู่รีจินัลแบรนด์ 'ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล' ควง 'โพรโพลิซ' สู้ศึกสเกลใหญ่

4.ตัวแทนจำหน่าย ซึ่งล่าสุดได้ลูกค้าอย่างเบอร์แทรมฯ ที่มียาดม และยาหม่อง เช่นแบรนด์ “เซียงเพียวอิ๊ว” มาจัดจำหน่าย 5.การขยายช่องทางจำหน่ายทั้งออฟไลน์ ที่บริษัทเชี่ยวชาญ รวมถึงออนไลน์ ที่รุกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างๆเสริมแกร่ง และ 6.สร้างทีมขายตอบโจทย์ลูกค้าทั้งองค์กร เช่น ร้านยา คลินิก โรงพยาบาล ฯ ตลอดจนจุดหมายปลายทางการชอปปิงของนักท่องเที่ยว

“การร่วมมือกับเบอร์แทรมฯ เพราะสามารถซีนเนอร์ยีการนำสินค้าของบริษัทไปเจาะแหล่งท่องเที่ยวได้ด้วย” 

จากเบอร์ 1 ไทย สู่รีจินัลแบรนด์ 'ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล' ควง 'โพรโพลิซ' สู้ศึกสเกลใหญ่

บริษัทยังเดินหน้าใช้ทางลัดด้วยการซื้อและควบรวมกิจการ(M&A) เพื่อ “ซีนเนอร์ยีพันธมิตร” ต่อยอดการเติบโตด้วย หลังจากที่ผ่านมา ปิดดีลแรกด้วยการเข้าซื้อ “ละมุน”(lamoon) เพื่อขยายตลาดสู่หมวดสินค้าแม่และเด็กออแกนิก 

“การทำ M&A เราพยายามมองสินค้าที่อยู่ในจักรวาลของสุขภาพหรือ Healthcare เป็นหลัก มีหลายดีลที่คุยก่อนหน้านี้ แต่สำเร็จกับดีลละมุนด้วยมูลค่าที่เหมาะสม และโอกาสในการซีนเนอร์ยี ดังนั้นแนวทางเป็นแบบนี้และเรามีการขออนุมัติกรอบวงเงินจากคณะกรรมการบริษัทไว้แล้ว เงินเรามี สำคัญสุดคือซีนเนอร์ยี ถ้าไม่มีเราไม่เข้า สินค้าเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอ สร้างการรับรู้แบรนด์หรือ Brand Awareness ให้ที.แมนได้ มีผลตอบแทนหรือ IRR กำกับไว้ แต่ระยะยาวคือเสริมแกร่งเติมเต็มพอร์ต บางอย่างเราซื้อเพื่อวิจัย บางอย่างเราซื้อเพื่อรายได้ โดยภาพรวมโอกาสมีมาเรื่อยๆ”