“LINE MAN Wongnai” เผยยอดขายร้านค้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสเติบโต 2 เท่า แซงหน้าคนละครึ่งพลัส จับตารัฐขยายเวลาโครงการอีก 2 เดือน ต้องปรับแผนด่วน เพิ่มงบ 20% หรือมีงบการตลาดราว 100 ล้านบาทต่อเดือน กระทบกำไร งัดแนวทางรัดเข็มขัดรับมือ
งานสัมมนา “LINE MAN Wongnai Merchant AI Accelerator” สัมมนาเสริมพลัง AI อัปสกิลใหม่ให้ร้านอาหารที่ผ่านมา ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดงานและฉายภาพโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่ฟื้นเศรษฐกิจฐานรากในกลุ่มร้านอาหาร
สอดคล้องกับ นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า ไลน์แมน (LINE MAN) มีร้านค้าอยู่ในแพลตฟอร์มากกว่า 5.2 รายทั่วประเทศ และมีผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 มากกว่า 5.9 หมื่นร้านค้า ซึ่งตั้งแต่ดำเนินโครงการมาช่วยขยายผลกระจายเงินอุดหนุนจากรัฐกว่า 2,570 ล้านบาท จากจำนวนกว่า 16 ล้านออเดอร์ ที่ไปยังร้านค้ารายย่อยครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด และ 266 อำเภอทั่วประเทศ
ยอดขายร้านค้าย่อยโต 2 เท่า
นอกจากนี้ ยังพบว่ายอดขายร้านค้าที่อยู่บนแพลตฟอร์ LINE MAN จากโครงการไทยช่วยไทยพลัสยังสูงถึง 1.8 เท่า ซึ่งแซงหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส และคาดการณ์จนจบโครงการสิ้นเดือนกันยายน 2569 ยอดขายร้านค้าต่างๆจะเติบโต 2 เท่า ส่วนสถิติด้านเมนู คาดว่ายังเป็นประเภทอาหารเดิมๆ เช่น อาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว อาหารอีสาน และเครื่องดื่มกาแฟ ฯ
สำหรับตัวอย่างร้านที่ยอดขายเติบโต เช่น ประจักษ์ เป็ดย่าง ร้านเก่าแก่กว่า 100 ปี ยอดขายโตด้วยไทยช่วยไทยพลัส 130% ขยายฐานลูกค้าใหม่กว่า 3,500 คน และตำยำยั่ว by โบตั๋น ยอดขายโต 44% และมีฐานลูกค้าใหม่เพิ่มกว่า 2,600 คน
“ด้านยอดขายของร้านค้าผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส ถือว่าดีกว่าเดิม เพราะยอดขายโตแซงหน้าโครงการคนละครึ่งพลัส ที่สำคัญโครงการช่วยผลักดันให้ยอดขายร้านอาหารเติบโตไม่แค่ระหว่างทางของโครงการ แต่ยหลังจบโครงการร้านจะมียอดขายเติบโตต่อเนื่องราว 10%”
เพิ่มงบ 20% หนุนไทยช่วยไทยพลัสอีก 2 เดือน
ทั้งนี้ จากรัฐมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 ที่จะต่ออายุมาตรการอีก 2 เดือน ยอมรับว่าบริษัทต้องปรับแผนงานเป็นการด่วน โดยเฉพาะการเพิ่มงบประมาณ 20% หรือเทียบเท่าการอุดหนุน 1,000 บาทต่อคน ในการทำการตลาด และมองว่าโครงการจะมีผลต่อการบริหารจัดการด้านกำไรด้วย เนื่องจากที่ผ่านมา โครงการคนละครึ่งพลัส มีผลต่องบประมาณของบริษัทราว 200 ล้านบาท ส่วนครั้งนี้คาดการณ์ส่งผลต่องบประมาณเฉลี่ย 100 ล้านบาทต่อเดือน
“เราต้องเตรียมงบการตลาดเพิ่ม ถือเป็นจุดที่ต้องเปลี่ยนแผนการดำเนินงานเร่งด่วน เพราะโครงการกระทบต่องบประมาณ เนื่องจากกำไรหรือ GP เราจะต้องต่ำลง การเพิ่มงบตลาดต่างๆ ทำให้เราต้องรัดเข็มขัดพอสมควร”
อย่างไรก็ตาม การมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ถือว่าช่วยให้ภาพรวมของธุรกิจฟู้ด เดลิเวอรี่ เติบโตราว 20-25% จากปัจจุบัน 9 เดือน ตลาดฟู้ด เดลิเวอรีเติบโตกว่า 20% และโครงการที่จะต่อเวลาอีก 2 เดือน จะยิ่งช่วยให้เศรษฐกิจกำลังซื้อปรับตัวดีขึ้น รับกับช่วงไฮซีซันไตรมาส 4 ด้วย
“ก่อนมีโครงการไทยช่วยไทยพลัส ได้พูดคุยกับร้านค้าขนาดเล็ก บางรายบอกว่าการค้าขายค่อนข้างเงียบ ขณะที่การขยายระยะเวลาโครงการอีก 2 เดือน จะส่งผลให้ฟู้ด เดลิเวอรี เศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น ประกอบกับไตรมาส 4 มีช่วงปิดเทอม คนจะใช้จ่าย เข้าสู่ช่วงเทศกาลปลายปี คริสต์มาส เป็นไฮซีซัน ช่วงที่จะมีโบนัส ก็จะยิ่งทำให้การจับจ่าย ซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น ส่วนบริษัทเอง ด้านกำไรต้องบริหารจัดการให้ดี เพราะต้องใช้งบประมาณเพื่อสนับสนุนโครงการเช่นกัน”
เสริมทัพเทคโนโลยี ติดอาวุธผู้ประกอบการ
นอกจากผลลัพธ์ของโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่ผลักดันยอดขายร้านอาหารให้เติบโต LINE MAN Wongnai ยังต่อยอดธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรีอย่างต่อเนื่องด้วยการชูเทคโนโลยีที่เสริมแกร่งผู้ประกอบการ อย่างการนำระบบจัดการร้านอาหาร (POS) มาใช้ ช่วยให้ร้านค้าเปลี่ยนจากแค่ “ขายได้ดีระยะสั้น” สู่ “การบริหารจัดการเป็น” โดยร้านที่เข้าร่วมโครงการรัฐมีอัตราการอยู่รอดของธุรกิจถึง 84% และหากใช้งานระบบ POS ร่วมด้วยอัตราการอยู่รอดของธุรกิจจะพุ่งสูงถึง 93%
ปัจจุบันร้านค้าที่อยู่บนแพลตฟอร์ม LINE MAN มีการใช้ Wongnai POS กว่า 7.2 หมื่นร้าน
“ธุรกิจร้านอาหารเป็นอีกธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง และร้านค้าที่เข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่ใช้เทคโนโลยีของเรา มีอัตราการอยู่รอด หรือปิดน้อย เทียบกับร้านค้าทั่วไปอัตรารอดอยู่ที่ 70% เมื่อใช้ Wongnai POS อัตราอยู่รอดสูงถึง 93% สะท้อนว่าดิจิทัลช่วยให้อัตราการอยู่รอดสูงขึ้น"
ต่อยอดดาต้า สู่เงินทุน คิกออฟ “Wongnai Genie” AI ผู้ช่วยร้านอาหาร
จากข้อมูลการขายผ่านระบบ POS ช่วยให้ร้านค้ามีข้อมูลการดำเนินธุรกิจที่เป็นระบบ ยังแปรข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาสินเชื่อ SMEs เพื่อเข้าถึงเงินทุนและต่อยอดธุรกิจจาก LINE MAN Wongnai และพาร์ทเนอร์ โดยใน 12 เดือนที่ผ่านมามีร้านค้าเข้าถึงเงินทุนหมุนเวียนหรือการปล่อยเงินกู้ผ่าน LINE MAN Wongnai แล้วกว่า 3 หมื่นร้าน และในอนาคตอันใกล้จะสามารถนำข้อมูลจากยอดขายไปขอรับการพิจารณาสนับสนุนหลักประกัน จากโครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัสของ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.)ได้อีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวโครงการเร็วๆนี้
“มีดาต้า ก็ต่อยอดเงินทุนได้ง่ายขึ้น”
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัว “Wongnai Genie” AI ผู้ช่วยร้านอาหารที่พัฒนาจากความเข้าใจในธุรกิจร้านอาหารไทยและข้อมูลภายใน Ecosystem ของ LINE MAN Wongnai ซึ่งทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยผู้จัดการร้านที่ให้คำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง(ชม.) ครอบคลุมตั้งแต่ การดูภาพรวมธุรกิจ ช่วยรวบรวมข้อมูลยอดขาย วิเคราะห์ต้นทุน-กำไรจากทุกช่องทาง และดึงรายงานต่าง ๆ จากระบบมาแสดง การเข้าใจลูกค้าและการขาย ดูข้อมูลเชิงลึก(Insights) เช่น เมนูขายดีและช่วงเวลาที่ลูกค้าใช้บริการสูงสุด การวางแผนบริหารร้าน ช่วยจัดเวลาการทำงานของพนักงานให้เหมาะกับยอดขาย รวมถึงการเพิ่มยอดขายและลดต้นทุน ด้วยคำแนะนำด้านโปรโมชันและแนวทางบริหารต้นทุน ช่วยให้เจ้าของร้านเห็นภาพธุรกิจได้ครบและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ปัจจุบัน Wongnai Genie กำลังทยอยเปิดให้ร้านค้าที่ใช้ Wongnai POS สามารถใช้งานผ่าน Wongnai POS Web Owner และแอปพลิเคชัน Wongnai POS Manager ขณะเดียวกัน Wongnai Genie กำลังพัฒนาความสามารถเพิ่มเติม ทั้งการเปรียบเทียบข้อมูลกับร้านประเภทเดียวกัน การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าผ่านข้อมูล CRM รวมถึงการช่วยจัดการเมนู ราคา และโปรโมชันต่าง ๆ แบบอัตโนมัติบนระบบ Wongnai POS และ LINE MAN พร้อมตั้งเป้าขยายการใช้งานไปยังร้านอาหารกว่า 520,000 ร้านทั่วประเทศเพื่อให้ร้านอาหารที่ยังไม่ได้ใช้ POS เข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้มากขึ้น
“เบื้องต้น Wongnai Genie เปิดให้บริการฟรี ซึ่งเรารับภาระค่าใช้จ่ายไปก่อน หากมีร้านอาหารใช้งานมากขึ้นระดับหนึ่ง อาจมีบริการพรีเมียมให้ลูกค้า ทั้งนี้หลังเปิดให้บริการไม่ถึงเดือนมีร้านอาหารนำร่องใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวราว 10% ตั้งเป้าหมายมีร้านค้าใช้มากสุดหลักแสนรายในระยะเวลาหนึ่งปี ส่วนตัวอย่างร้าน Bearhouse ใช้จัดการด้านพนักงานทำให้ประหยัดต้นทุน 15%”





