วันอาทิตย์ ที่ 30 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘สินค้าผู้สูงอายุ’ ไม่โต คนแก่เยอะแต่ไม่มีเงินจ่าย สวนทางสังคมสูงอายุโตพุ่ง คิดแล้วคิดอีกก่อนซื้อ

สังคมผู้สูงอายุไทยโตไม่หยุด แต่ของใช้คนแก่ไม่โตตาม ? “Eminence” เตรียมรุกธุรกิจ “Health Tech” และ “Wellbeing” รับจำนวนผู้สูงอายุโต ทว่า พบความท้าทายหนัก ยอดขายไม่โตพร้อมเทรนด์ คนประหยัด-เศรษฐกิจฝืดมีผล ส่วนใหญ่เน้นซื้อของไม่แพง ส่วนสินค้าซัพพอร์ตอื่นๆ ยอดทรงตัว สวนทางกลุ่มดูแลช่องทางปาก พบ Gen Y และ Gen Z ให้ความสำคัญมาก ส่วนเจนก่อนหน้ายังขอใช้แบบเดิมๆ

จำนวนผู้สูงอายุในประเทศไทยเกินกว่า 20% ของประชากรทั้งหมดไปแล้ว นั่นหมายความ “ไทย” ได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรือ “Ageing Society” เต็มรูปแบบ และในอนาคตยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากสถานการณ์เด็กเกิดน้อย คนรุ่นใหม่นิยมไม่มีลูก ส่วนการแพทย์ที่พัฒนาไปไกลก็ทำให้อายุขัยมนุษย์ถูกยืดเวลาออกไปได้นานกว่าเดิม

แต่อายุที่มากขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้สูงอายุทุกคนจะแก่อย่างมีคุณภาพ แข็งแรงโดยปราศจากผู้ดูแลไปได้เบ็ดเสร็จ เพราะยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกเข้ามาช่วยเป็นกำลังเสริม

ล่าสุด “Eminence” (เอ็มมีเน้นซ์) บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ คร่ำหวอดมานานกว่า 55 ปี จนปัจจุบันส่งต่อธุรกิจมาถึง “โบว์-สุชานันท์ อัจฉริยสุชา” ทายาทรุ่นที่ 2 ที่เตรียมพา “Eminence” ติดปีก-ลงสนาม B2C เริ่มทำสินค้า Own brand เป็นของตัวเอง รวมถึงการปักธงไปยังธุรกิจกลุ่ม HealthTech และ Wellbeing ด้วย

‘สินค้าผู้สูงอายุ’ ไม่โต คนแก่เยอะแต่ไม่มีเงินจ่าย สวนทางสังคมสูงอายุโตพุ่ง คิดแล้วคิดอีกก่อนซื้อ -โบว์-สุชานันท์ อัจฉริยสุชา ทายาทรุ่นที่ 2 เอ็มมีเน้นซ์ กรุ๊ป-

“โบว์” บอกว่า “Wellness” ในไทยเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ล้อไปกับสังคมผู้สูงอายุที่คาดว่า ภายในปี 2572 ไทยจะเป็นประเทศที่มีสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) “Eminence” จึงอยากโฟกัสไปที่กลุ่มธุรกิจ “HeathTech” มากขึ้น จากเดิมที่ในรุ่นคุณพ่อคุณแม่เติบโตจากการนำเข้าสินค้า ตอนนี้อยากทำให้ครบวงจรมากขึ้น รวมถึงเป็นตัวกลางในการคัดสรรสินค้าเพื่อสุขภาพ ทั้งอุปกรณ์ทำฟัน ทำรากเทียม อุปกรณ์วัดไข้ อุตสาหกรรมยา ไปจนถึงเครื่องมือแพทย์

จากการนำเข้าสินค้า ปัจจุบัน “Eminence” มีสินค้า Own brand เป็นของตัวเองแล้ว เริ่มพัฒนาตั้งแต่ปี 2562-2563 ซึ่งตรงกับช่วงที่เกิดวิกฤติโควิด-19 และด้วยความบังเอิญกับสถานการณ์ ปรากฏว่า สินค้าตัวแรกสุดที่บริษัทตัดสินใจพัฒนา ได้แก่ ถุงมือแพทย์และหน้ากากอนามัย เพราะมองว่า เป็นสินค้าที่น่าจะตีตลาดได้เร็วที่สุด

เพราะหากเป็นกลุ่มอุปกรณ์หรือเครื่องมือแพทย์อาจจะต้องใช้เวลาในการสร้างแบรนด์สักระยะ ประกอบกับมองเห็น “Pain Point” ของคนไทย ที่สินค้านำเข้าบางอย่างยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้เต็มร้อยจึงเป็นที่มาของการปั้นแบรนด์เอง ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 แบรนด์แล้ว

‘สินค้าผู้สูงอายุ’ ไม่โต คนแก่เยอะแต่ไม่มีเงินจ่าย สวนทางสังคมสูงอายุโตพุ่ง คิดแล้วคิดอีกก่อนซื้อ -Furano เม็ดฟู่ทำความสะอาด หนึ่งในสินค้า Own brand ของเอ็มมีเน้นซ์-

อย่างไรก็ตาม “โบว์” เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงแนวโน้มการเติบโตของเทรนด์ตลาด แม้จะมุ่งเจาะกลุ่มผู้สูงอายุ แต่สินค้าในพอร์ตโฟลิโอที่เติบโตดีสุดกลับเป็นกลุ่ม Oral หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับช่องปาก ระบุว่า หลังโควิด-19 คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการฆ่าเชื้อโรคและโปรดักต์ที่เกี่ยวข้องกับการทำความสะอาด คนมองว่า ถ้าช่องปากแข็งแรงก็มีผลทำให้องค์ประกอบทั้งหมดดีขึ้นเช่นกัน ส่วนใหญ่เป็น Gen Y และ Gen Z ที่ให้ความสำคัญ ส่วนผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่านั้นยังคงใช้แบบเดิม

จากที่ได้พูดคุยเก็บข้อมูลเชิงลึกกับโมเดิร์นเทรดและซูเปอร์มาร์เก็ต พบว่า ร้านค้าให้ความสำคัญกับแผนกนี้มากเพราะมีกราฟการเติบโตเกิดขึ้นจริง ขณะที่เซกเมนต์ที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุกลับสวนทางเทรนด์และท้าทายหนัก “โบว์” บอกว่า Ageing Society มีอัตราเติบโตจริง แต่กลุ่มลูกค้าที่ซื้อใช้กลับเป็นบ้านพักสำหรับดูแลผู้สูงอายุ หรือ Nursing Home มากกว่า ส่วนกลุ่มคนทั่วไปยังไม่เห็นการเติบโต

ที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจาก กำลังซื้อที่หดตัว คนประหยัดอย่างเห็นได้ชัด หรือเอาเข้าจริงแม้แต่ Nursing Home เองก็ประหยัดเท่าที่จะทำได้เช่นกัน แม้ตลาดจะใหญ่และดูมีแนวโน้ม แต่จากปัจจัยเหล่านี้ทำให้สินค้าผู้สูงอายุไม่ใช่ตัวทำเงินให้กับฝั่งรีเทลอย่างที่ควรจะเป็น

‘สินค้าผู้สูงอายุ’ ไม่โต คนแก่เยอะแต่ไม่มีเงินจ่าย สวนทางสังคมสูงอายุโตพุ่ง คิดแล้วคิดอีกก่อนซื้อ

“แนวโน้มที่ลดลงมาจากกำลังซื้อเป็นหลัก โบว์มีทีมร้านขายยา เขาก็บอกว่า เดือนนี้ตลาดเงียบนะ แม้ผู้สูงอายุเยอะแต่เศรษฐกิจค่อนข้างฝืด โรงพยาบาลงบไม่มา ร้านขายยาเงียบ มีความต้องการแต่กำลังซื้อไปไม่ถึง เลือกเฉพาะสิ่งที่จำเป็นจริงๆ ฉะนั้น พวกสินค้าที่มาช่วยอำนวยความสะดวกอาจจะต้องเป็นคนที่มีกำลังพร้อมจ่ายจริงๆ หรือแม้แต่ส่วนที่จำเป็นจริงๆ ก็ยังไม่โต ค่อนข้างทรงๆ พวกรถเข็น เตียงผู้ป่วย ส่วนเครื่องวัดความดันล้นตลาดมากแต่ก็ยังนำเข้ามาเพราะมีความจำเป็นต้องใช้ อะไรที่ใช้แล้วดี เช่น เสื้อกั๊กกันล้มติด Airbag ก็อาจจะยัง”

ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมา “Eminence” มีรายได้ราว 500 ล้านบาท สัดส่วนยังเป็นในประเทศมากที่สุด ส่วนต่างประเทศยังไม่ได้ทำการตลาดเชิงรุกมากนัก ซึ่งภายในปีนี้มีแผนอยากพาสินค้า Own brand ไปต่างประเทศด้วย ส่วนครึ่งปีแรกหลังผ่านมาแล้วเกินครึ่งทาง พบว่า รายได้เติบโตจากปีก่อนหน้า 10% ยอมรับว่า ตลาดท้าทายหนักมากจากเศรษฐกิจที่ยังฝืดเคือง มองว่า ต้องการเซกเมนต์ใหม่ๆ ที่พอดีกับจุดแข็งของบริษัทมาเติมเต็ม โดยที่ผ่านมาสินค้า Own brand เติบโตกว่า 20% ส่วนของ “Wellness” โตดีด้วย

ภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ “Eminence” เตรียมเปิดแฟลกชิปสโตร์ในฐานะ “Experience Center” มุ่งเน้นเรื่อง Mind & Strength Balance และ Sleep & Recovery ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ เพื่อเตรียมตัวให้แก่ไปอย่างมีคุณภาพ ไม่ต้องพึ่งพาใคร