วันศุกร์ ที่ 28 สิงหาคม 2569

Login
Login

ได้เวลา...นักท่องเที่ยวต่างชาติ จ่าย ‘ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท’ ยกระดับท่องเที่ยวไทย ก่อนถึงจุดอิ่มตัว

ทำไมประเทศไทยต้องจัดเก็บ “ค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” แนวคิดนี้มีขึ้นในยุคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังเฟื่องฟู! จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไต่สู่ระดับพีค 40 ล้านคนต่อปี เกิดปัญหาความแออัดตามมา แหล่งท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม ทั้งยังมีเหตุไม่คาดฝันเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ไม่อาจควบคุมได้

การจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดินจึงเป็นคำตอบในการหา “แหล่งเงินนอกงบประมาณ” เข้ากองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย สำหรับใช้จ่ายในการบริหารและพัฒนาการท่องเที่ยว รวมทั้งใช้จ่ายในการจัดให้มีการประกันภัยแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติระหว่างท่องเที่ยวภายในประเทศ

ทว่าพอเกิดวิกฤติโควิด-19 เมื่อปี 2563 นับว่าไม่ใช่จังหวะที่ดีนักในการเริ่มจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน เนื่องจากประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติลดฮวบ ใช้เวลากว่า 5 ปีกว่าจะฟื้นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาที่ระดับ 35 ล้านคนได้ในปี 2567

แม้ปี 2568 จะเจอความท้าทายจากภัยพิบัติแผ่นดินไหว และปัญหาความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในไทยช่วงต้นปี กระทบต่อนักท่องเที่ยวตลาดอ่อนไหว เช่น จีน แต่ก็ยังประคองตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เกือบ 33 ล้านคน

จวบจนในปี 2569 ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ สงครามอิหร่าน ทุบบรรยากาศการเดินทางของตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) จากตะวันออกกลางและยุโรป แต่ภาคท่องเที่ยวไทยยังต้องไปต่อ หลังสามารถฟื้นความเชื่อมั่นตลาดจีนดีขึ้นเป็นลำดับ โดย “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” คาดการณ์ว่าตลอดปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยใกล้เคียงกับปีที่แล้ว

ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลต้องการผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยกระดับสู่ “การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ” สอดรับกับเทรนด์ท่องเที่ยวโลกด้านความยั่งยืน การเดินหน้าจัดเก็บ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” จึงตอบโจทย์ เพราะนอกจากจะเกิดประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับความคุ้มครองและสวัสดิการที่เหมาะสมแล้ว ยังเกิดผลดีต่อประเทศไทย สามารถจัดสรรเงินจากกองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยว นำไปบูรณะปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาบุคลากรและชุมชนท้องถิ่นให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน

“วัตถุประสงค์” ของการจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน จึงเน้นเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดทำประกันภัยนักท่องเที่ยวต่างชาติในระหว่างท่องเที่ยวเพื่อทดแทนกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยว นับเป็นการลดภาระงบประมาณแผ่นดินด้านสาธารณสุข ที่ผ่านมารัฐต้องจ่ายสงเคราะห์ค่ารักษาพยาบาลแก่ชาวต่างชาติ ซึ่งไม่สามารถเรียกเก็บได้ หรือเรียกเก็บได้ไม่เต็มจำนวน เฉลี่ย 300-400 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ การเก็บค่าเหยียบแผ่นดินยังถือเป็นเรื่องสากล เพราะปัจจุบันมีมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ที่มีการจัดเก็บภาษี/ค่าธรรมเนียมในรูปแบบต่างๆ จากนักท่องเที่ยว เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาพื้นที่และฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว เป็นไปตามหลักการผู้ใช้เป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle : PPP) กำหนดให้ผู้ใช้ทรัพยากรเป็นผู้รับผิดชอบ อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรที่เสื่อมโทรม

ล่าสุดในเดือน ส.ค. 2569 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประกาศขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเปิดให้ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.-28 ก.ย. 2569 บนช่องทางระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th และเว็บไซต์สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา secretary.mots.go.th

สาระสำคัญของร่างประกาศฯ ได้แก่ การกำหนดค่าธรรมเนียม 450 บาทต่อคน สามารถเดินทางเข้าออกประเทศได้หลายครั้งโดยไม่ต้องชำระอีก หากอยู่ในระยะเวลา 30 วัน และอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของประกันภัยที่จัดไว้ให้ สำหรับการเดินทางเข้าประเทศทางอากาศ เริ่มจัดเก็บนับแต่วันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ ส่วนการเดินทางทางบก-ทางน้ำ จะจัดเก็บภายหลัง 1 ปี

ทั้งนี้ มีข้อยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมฯ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อาทิ ราชอาคันตุกะและแขกของรัฐบาล ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการ ผู้มี Work Permit (ใบอนุญาตทำงาน) ผู้ใช้ Border Pass (หนังสือผ่านแดน) ผู้โดยสาร Transit (กลุ่มแวะพักชั่วคราวระหว่างการเดินทาง โดยไม่ได้เปลี่ยนสายการบินหรือเที่ยวบิน) ลูกเรือ และเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี

สำหรับวิธีการชำระค่าธรรมเนียม ให้คำนึงถึงการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมทั้งต้องสามารถดำเนินการได้ด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1.ชำระรวมในค่าบัตรโดยสาร 2.ชำระผ่านเว็บไซต์ 3.ชำระผ่านโมบายแอปพลิเคชัน 4.ชำระผ่านตู้ให้บริการชำระค่าธรรมเนียม (Kiosk) หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ 5.ชำระด้วยวิธีการอื่นตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

ได้เวลา...นักท่องเที่ยวต่างชาติ จ่าย ‘ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท’ ยกระดับท่องเที่ยวไทย ก่อนถึงจุดอิ่มตัว

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2569 ว่า เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นหรือทำประชาพิจารณ์แล้ว จะต้องนำผลสรุปทั้งหมดกลับมาเสนอให้บอร์ด ท.ท.ช. พิจารณาเห็นชอบกรอบการทำงานอีกครั้ง ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติอย่างเป็นทางการและประกาศใช้ต่อไป

ได้เวลา...นักท่องเที่ยวต่างชาติ จ่าย ‘ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท’ ยกระดับท่องเที่ยวไทย ก่อนถึงจุดอิ่มตัว

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เม็ดเงินที่ได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จะนำเข้าสู่กองทุนเพื่อใช้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนงานศึกษาวิจัย การพัฒนาบุคลากร การประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการจัดทำประกันภัยและดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

“เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าประเทศไทยจะต้องมีกองทุนลักษณะนี้เพื่อนำไปพัฒนาการท่องเที่ยวหลายๆ ด้าน ถ้าไม่มีเลย จากข้อมูลตัวเลขก็ชัดเจนว่าเมืองไทยกำลังจะถึงจุดอิ่มตัวหรือถดถอยลงไป หากพึ่งพางบประมาณแผ่นดินที่มีจำกัดลงทุกปี ข้อจำกัดในการแข่งขันก็จะมีมาก นโยบายของรัฐบาลจึงมีความตั้งใจที่จะหาเงินนอกงบประมาณมาช่วยขับเคลื่อนและยกระดับการท่องเที่ยวในทุกด้าน”

ได้เวลา...นักท่องเที่ยวต่างชาติ จ่าย ‘ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท’ ยกระดับท่องเที่ยวไทย ก่อนถึงจุดอิ่มตัว

นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวเสริมว่า ด้านกรอบระยะเวลาการบังคับใช้นั้น คาดว่าจะเริ่มจัดเก็บทางช่องทางอากาศได้ในปี 2570 โดยจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา 180 วัน ส่วนช่องทางบกและทางน้ำจะใช้เวลาเตรียมการอีก 360 วัน เนื่องจากมีความซับซ้อนและต้องคำนึงถึงความหนาแน่นบริเวณด่านชายแดน โดยเฉพาะด่านสำคัญอย่างด่านสะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นด่านที่มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้ามาจำนวนมาก

ได้เวลา...นักท่องเที่ยวต่างชาติ จ่าย ‘ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท’ ยกระดับท่องเที่ยวไทย ก่อนถึงจุดอิ่มตัว

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานคณะทำงานด้านพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจผู้มาเยือน (Visitor Economy) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานฯ เพื่อติดตามความคืบหน้า พร้อมรับฟังข้อเสนอและมุมมองจากภาคเอกชนท่องเที่ยวชั้นนำ เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2569 ณ ห้องประชุมสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ระบุว่า ตัวเลขอัตราจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวฯ ระดับ 300-400 บาท ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดท่องเที่ยวมากนัก เนื่องจากหลายประเทศได้ทยอยปรับขึ้นราคาเช่นกัน

“ประกอบกับไทยกำลังมุ่งส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ หากใครไม่สามารถจ่ายค่าธรรมเนียมฯ ในราคานี้ได้ ก็ถือว่าเป็นการบอกใบ้อะไรบางอย่าง ภาคท่องเที่ยวไทยจึงต้องกลั้นใจสักนิด ว่าเราอาจสูญเสียตลาดนักท่องเที่ยวที่อ่อนไหวเรื่องราคาไปบ้าง แต่จะได้คัดกรองนักท่องเที่ยวไปในตัว”

ทาง ATTA ระบุในที่ประชุมฯ ว่า การจัดเก็บค่าธรรมเนียมฯ เข้ากองทุน ถือเป็นครั้งแรกของภาคท่องเที่ยวไทยที่จะได้เห็นเงิน “10,000 ล้านบาท” จากรายได้แผ่นดินนอกงบประมาณ จึงขอให้ภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมเกี่ยวกับการบริหารค่าใช้จ่ายของกองทุน ขณะเดียวกันทางปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ (ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนฯ ตาม พรบ.) เคยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการบริหารเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ว่าจะไหวหรือไม่

“ผมจึงเสนอแนวคิดเกี่ยวกับวิธีการบริหารและการใช้เงินกองทุนว่าจะต้องดำเนินอย่างโปร่งใส และเป็นสาธารณะกว่าปกติ เช่น อาจมีการออกข้อกำหนดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาร่วมรับทราบทุกเรื่องเกี่ยวกับการบริหารกองทุน อาจจะไม่มีสิทธิ์โหวต แต่รับรู้ทุกเรื่อง และใช้วิธีเปิดกล้องวงจรปิด (CCTV) เผยแพร่การประชุมต่อสาธารณะ”

ทั้งหมดก็เพื่อให้เกิดการบริหารกองทุนอย่างความโปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอนาคต!