"ค่ามักซ์" ในอัตราเท่าใด เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องการเห็นความชัดเจน พร้อมกับทิศทางอนาคตทีวีดิจิทัลจะไปต่อรูปแบบไหน "เวิร์คพอยท์" ย้ำค่าใบอนุญาตฯ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เผยเขย่าโครงสร้างองค์กร มุ่งรองรับธุรกิจสื่อ คนดูเปลี่ยน
เดือน เม.ย. ปี 2572 จะสิ้นสุดใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัล(ไลเซนส์) แต่ปัจจุบันแผนแม่บท โรดแมปจากองค์กรอิสระอย่าง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ซ้ำร้ายการประชุมบอร์ดที่ผ่านมาของหน่วยงานกำกับดูแล ออกกติกาต่างๆ ล่มแล้วล่มอีก
ระหว่างรอความชัดเจน ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจึงให้คำตอบยาก พร้อมตั้งคำถามหากต้องประมูลไลเซนส์ครั้งใหม่ “ค่ามักซ์” หรือโครงข่ายทีวีดิจิทัลจะเป็นเช่นไร
ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ระยะเวลาอีกกว่า 1 ปี ก่อนการประมูลทีวีดิจิทัลยังไม่มีความชัดเจนในรายละเอียดต่างๆ เช่น จะประมูลใบอนุญาตฯเหมือนเดิม ค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะเป็นอย่างไร ทั้งค่าใบอนุญาตฯ ขั้นต่ำ ค่ามักซ์ รอบใหม่จะเป็นอย่างไร มีผลต่อการตัดสินใจของภาคเอกชน ผู้ประกอบการที่จะลุยทีวีดิจิทัลต่อ ซึ่งทิศทางเหล่านี้ควรออกมาให้เห็นภายในสิ้นปี 2569
ทั้งนี้ หากมองประเด็นสำคัญสุด ไม่ใช่ค่าใบอนุญาตฯ แต่เป็น “ค่ามักซ์” ที่ผู้ประกอบการจะต้องจ่าย รวมถึงโครงข่ายใดที่จะเป็นแพลตฟอร์มส่งสัญาณไปถึงคนดู ซึ่งเดิมมีเสาก้างปลา และทีวีดาวเทียม แต่จากนี้ไปจะเป็น เคเบิล และอินเตอร์เน็ต กลายเป็น 4 แพลตฟอร์ม โดยแพลตฟอร์มไหนจะเข้าถึง(รีช)คนดูทั่วประเทศในสัดส่วนเท่าใดด้วย ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแล จะต้องเป็นผู้ให้คำตอบในเรื่องนี้
“1 ปีพอไหม สำหรับการเตรียมตัวของภาคธุรกิจ ค่อนข้างยาก แต่การประมูลทีวีดิจิทัลครั้งก่อนก็อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ และครั้งก่อนราคาใบอนุญาตฯ ตั้งต้นไม่แพง แต่ค่ามักซ์ตั้งต้นแพง จึงต้องการถามหน่วยงานกำกับดูแลว่ามักซ์จะเอาอย่างไร เพราะมักซ์มีผลต่อคนดู ค่าไลเซนส์ คือภาคธุรกิจ”
“ค่ามักซ์” ยังมีผลต่อการทำทีวีดิจิทัลระบบความคมชัดปกติ (เอสดี) ความคมชัดสูง (เอชดี) และความละเอียดระดับ 4K เนื่องจากคอนเทนต์หากนำเสนอผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่มีค่ามักซ์ จะออกอากาศความละเอียดเท่าใดห้ามไม่ได้
“เรื่องมักซ์มีความซับซ้อน เพราะเวลานี้มองภายใต้เทคโนโลยีเดิมไม่ได้ ข้อแรก กสทช.เข้าใจทั้งเทคโนโลยี และผู้ชมในวันนี้หรือยัง เพื่อนำไปสู่การวางกติกา เงื่อนไขต่างๆ”
ค่ามักซ์ ถือเป็นอีกค่าใช้จ่ายที่สูงสำหรับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล อย่างช่องเวิร์คพอยท์ ปัจจุบันแบกภาระที่ 15 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่รับรู้ตั้งแต่ก่อนประมูลไลเซนส์ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยี พฤติกรรมคนดูเปลี่ยน อินเตอร์เน็ต ออนไลน์มีอิทธิพล จึงมอง “ค่ามักซ์ควรจะถูกมาก” ภายใต้เงื่อนไขสัดส่วนผู้ชมดูผ่านดาวเทียม เคเบิล อินเตอร์เน็ต หรือแทบไม่มีการดูผ่านเสาก้างปลา
“กสทช.ต้องแจงมักซ์ให้เราฟัง แต่วันนี้การประชุมที่ล่มของ กสทช. ในมุมเอกชน ทำให้เวลาใครมาถามเรา จึงตอบอะไรไม่ได้ เพราะเราไม่ใช่คนกำหนดกติกา จึงให้เวลาถึงสิ้นปีมีความชัดเจนด้วย”
หากการรับชมรายการทีวีหลังสิ้นสุดไลเซนส์ทีวีดิจิทัล จะอยู่บนออนไลน์ สตรีมมิง ผู้บริโภคจะต้องจ่ายค่ามักซ์ผ่าน “อินเตอร์เน็ต” แต่หากกสทช.ต้องการลดภาระแก่ประชาชน อดีตเคยมีแนวคิดการแบ่งแบนด์วิธ (Bandwidth) เพื่อการศึกษา มาสู่ “อินเตอร์เน็ตแห่งชาติ” และหากไม่ต้องการผลักภาระค่าใช้จ่ายแก่คนดู อาจใช้เงินอุดหนุนจากกองทุนยูโซ่ (USO Fund) หรือค่าบริการจากผู้ผลิตมาสนับสนุน เป็นต้น
สำหรับเวิร์คพอยท์ พร้อมประมูลไลเซนส์รอบใหม่หรือไม่ ยืนยันว่า “ค่าใบอนุญาติ..ไม่ใช่ปัญหา” แต่ขอความชัดเจน “ค่ามักซ์”
ส่วนแผนธุรกิจ ล่าสุด เขย่าโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ มีการ “ปรับลดคน” ราว 100 ชีวิต มีค่าใช้จ่ายราว 50 ล้านบาท ทั้งหมดเพื่อให้สอดคล้องกับขนาดธุรกิจ(สเกล) ซึ่งปัจจุบันองค์กรเข้าที่แล้ว
“เวิร์คพอยท์” มีการปรับโครงสร้างองค์กรหลายครั้ง อดีตราวปี 2559 ที่มีรายการดัง The Mask Singer หน้ากากนักร้อง เคยมีพนักงานราว 900 ชีวิต และลดเหลือ 800 ชีวิต การเขย่าทัพล่าสุดเหลือราว 700 ชีวิต
“หากมองธุรกิจสื่อในอนาคต จะเห็นบริษัทสื่อใหม่ เช่น โคตรคูล คนทำงานทีวีกับสื่อใหม่คนละสเกล และ 1 คนทำงานได้หลายฟังก์ชัน สะท้อนว่าโครงสร้างธุรกิจแบบเดิมใช้ไม่ได้ ที่ให้ผู้ใหญ่ 1 คน มีลูกน้องจำนวนมาก แต่บริษัทสื่อใหม่ทีมงานน้อยลง แต่ 1 คน ทำงานได้หลายอย่าง อย่างเวิร์คพอยท์ ปรับโครงสร้างเข้าที่แล้ว เพื่อรองรับแผนงานในอนาคต โดยจำนวนคนเหมาะสมกับสเกลไหน ฟังก์ชัน การใช้คนแบบไหนและให้ค่าตอบแทนเงินเดือนอัตราเท่าใด”



