บอร์ด ท.ท.ช. หรือ คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เดินหน้าจัดเก็บ ‘ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ’ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ค่าเหยียบแผ่นดิน’ ในอัตรา 450 บาท/คน/ครั้ง เพิ่มขึ้นจากอัตราเดิมที่เคยศึกษาไว้ 300 บาท/คน/ครั้ง คาดดีเดย์เริ่มเก็บทางอากาศในปี 2570
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2569 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ (หรือที่รู้จักกันในชื่อ ค่าเหยียบแผ่นดิน) ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมฯ แต่อย่างใด เนื่องจากนโยบายดังกล่าวยังต้องเข้าสู่กระบวนการนำร่างประกาศไปเปิดรับฟังความคิดเห็นหรือทำประชาพิจารณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รอบด้านภายในระยะเวลา 30 วัน โดยการพิจารณาครั้งนี้ได้นำเอากรอบการดำเนินงานเดิมมาทบทวนร่วมกับผลการศึกษาล่าสุดเพื่อกำหนดอัตราและรูปแบบการจัดเก็บอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว จะต้องนำผลสรุปทั้งหมดกลับมาเสนอให้บอร์ด ท.ท.ช. พิจารณาเห็นชอบกรอบการทำงานอีกครั้ง ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติอย่างเป็นทางการและประกาศใช้ต่อไป
ศุภจี สุธรรมพันธุ์
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ล่าสุด ท.ท.ช. อนุมัติวิธีการและอัตราการจัดเก็บเบื้องต้นแล้ว โดยเตรียมนำเข้าสู่กระบวนการทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในลำดับต่อไป
สำหรับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมฯ สำหรับการเดินทางทางอากาศ ได้มีการเสนอแนวทางอัตราค่าจัดเก็บไว้ที่ 450 บาท/คน/ครั้ง โดยกำลังพิจารณารูปแบบการจัดเก็บที่เหมาะสมที่สุดจากหลายช่องทาง ได้แก่ การจัดเก็บผ่านตั๋วเครื่องบิน, เว็บไซต์, แอปพลิเคชัน, ตู้คีออสก์ (Kiosk) หรือรวมกับค่าโรงแรมที่พัก
“เม็ดเงินที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมฯ จะนำเข้าสู่กองทุนเพื่อใช้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนงานศึกษาวิจัย การพัฒนาบุคลากร การประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการจัดทำประกันภัยและดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพให้แก่นักท่องเที่ยว โดยระบุว่าเสียงส่วนใหญ่ทุกคนเห็นด้วยว่าประเทศไทยจะต้องมีกองทุนลักษณะนี้เพื่อนำไปพัฒนาการท่องเที่ยวหลายๆ ด้าน ถ้าไม่มีเลย จากข้อมูลตัวเลขก็ชัดเจนว่าเมืองไทยกำลังจะถึงจุดอิ่มตัวหรือถดถอยลงไป หากพึ่งพางบประมาณแผ่นดินที่มีจำกัดลงทุกปี ข้อจำกัดในการแข่งขันก็จะมีมาก นโยบายของรัฐบาลจึงมีความตั้งใจที่จะหาเงินนอกงบประมาณมาช่วยขับเคลื่อนและยกระดับการท่องเที่ยวในทุกด้าน”
นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวเสริมว่า สำหรับรายละเอียดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดิมวางแนวทางจัดเก็บที่อัตรา 300 บาท หรือประมาณ 10 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ผลการศึกษาล่าสุดเมื่อคำนวณจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และต้นทุนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พบว่าควรปรับเพิ่มเป็นอัตรา 490 บาท แต่ได้ประเมินว่าอัตรา 450 บาท หรือประมาณ 15 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นระดับที่เหมาะสมและไม่สร้างผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติมากเกินไป
“ด้านกรอบระยะเวลาการบังคับใช้นั้น คาดว่าจะเริ่มจัดเก็บทางช่องทางอากาศได้ในปี 2570 โดยจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา 180 วัน ส่วนช่องทางบกและทางน้ำจะใช้เวลาเตรียมการอีก 360 วัน เนื่องจากมีความซับซ้อนและต้องคำนึงถึงความหนาแน่นบริเวณด่านชายแดน โดยเฉพาะด่านสำคัญอย่างด่านสะเดา ซึ่งเป็นด่านที่มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้ามาจำนวนมาก”



