ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศ มีมูลค่ารวมกันราว 7.5 หมื่นล้านบาทในปี 2568 คาดการณ์ปี 2569 จะโตแตะ 8 หมื่นล้านบาท
ครึ่งปีแรก ตลาดเติบโตได้เกือบ 2% ขณะที่ “แอลจี” สร้างยอดขายเติบโตกว่า 9% ใกล้เคียงเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10% โดยแรงส่งที่สำคัญในปีนี้มาจากสภาพอากาศ
ซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีแรก “แอลจี” มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของฐานธุรกิจผ่านการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ B2B มีการขยายตัว 12% โดยเฉพาะระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (HVAC) และจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ (Information Display) ควบคู่กับความสำเร็จของโมเดล LG Subscription ที่มียอดผู้ใช้บริการเติบโตขึ้นกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ การเติบโตอย่างมีเสถียรภาพถือเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้พร้อมเดินหน้าขยายการเติบโตสู่กลุ่มผู้บริโภคทั่วไปหรือ B2C มากยิ่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นในฐานะแบรนด์ที่เติบโตเคียงคู่สังคมไทยยาวนาน ก้าวเข้าสู่ปีที่ 38 แล้ว
อำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจัยที่สนับสนุนให้ยอดขายบริษัทเติบโต ยังมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดและร้อนยาว ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศเติบโต 30-40% ตลอดจนสินค้าทำความเย็นขายดีในอัตรา 2 หลัก ส่วนฤดูฝนเอื้อต่อการขายเครื่องซักผ้า อบผ้า และเครื่องลดความชื้น ซึ่งทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ “แอลจี” เป็นเบอร์ 1 อย่างแข็งแกร่ง
“แอลจีเป็นผู้นำเครื่องซักผ้ายาวนาน 28 ปี และเป็นผู้นำในทุกเซ็กเมนต์ ส่วนเครื่องลดความชื้นเป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่งสูงถึง 40% โดยการเติบโตที่สูง ส่วนหนึ่งเพราะอัตราการครอบครองยังต่ำไม่ถึง 15% แต่คนไทยเริ่มรู้จักประโยชน์ของสินค้ามากขึ้น”
นอกจากนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าเซ็กเมนต์ “พรีเมียม” ยังขยายตัวถึง 30% ด้วย ไม่ว่าจะเป็นหมวดทีวี เช่น OLED TV เครื่องซักผ้าไซส์ใหญ่ขนาด 25 กิโลกรัม(กก.)ขึ้นไป รวมถึงตู้เย็นขนาดใหญ่ไซด์บายไซด์ ซึ่งบริษัทมีการเปิดตัวสินค้ารายการใหม่ๆ(เอสเคยู) เพื่อเสริมทัพทำตลาดอย่างต่อเนื่อง
“ครึ่งปีแรกเศรษฐกิจ กำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ายังโตได้ เพราะเป็นสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ แต่ผู้บริโภคเลือก ศึกษาข้อมูลมากขึ้น เน้นความคุ้มค่าที่จ่าย แบรนด์จึงต้องทำตลาด สื่อสาร ป้อนข้อมูลให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย”
แนวทางการทำตลาดช่วง 4 เดือนสุดท้าย “แอลจี” ฉลองวันเกิดครบรอบ 38 ปี ทุ่มงบราว 10 ล้านบาท ทำตลาด ชูกลยุทธ์ธุรกิจตอบโจทย์ความง่ายให้กับชีวิตผู้บริโภคด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีเอไอภายใต้ LG Make It Yours. Make It Easy. กับ 3 เสาหลัก ได้แก่ 1.Easy to Live การตอกย้ำเทคโนโลยีเอไอที่แอลจีใช้มา 7-8 ปีแล้ว ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ผู้คนง่ายขึ้น เช่น ทีวีที่สมาร์ทขึ้น ใช้การค้นหาด้วยเสียง เครื่องปรับอากาศ มีเอไอช่วยประมวลอุณหภูมิ อากาศในห้อง กดปุ่มเดียวหรือไม่ต้องกดปุ่ม ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เป็นต้น
2.Easy to Own การเป็นเจ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าแอลจีง่ายขึ้น “ราคาสบายๆ” นอกจากซื้อผ่านดีลเลอร์กว่า 950 รายทั่วไทย ยังเพิ่มช่องทาง LG.com ที่เน้นให้สิทธิประโยชน์พิเศษแก่ลูกค้า โดยไม่เน้นกลยุทธ์ “ราคา” ป้องกันกระทบคู่ค้าพันธมิตร และชำระสินค้ารายเดือนผ่านบริการ LG Subscription ซึ่งปัจจุบันมีฐานลูกค้ากว่า 4 หมื่นราย เติบโต 2 เท่าตัว ภายในสิ้นปีตั้งเป้าลูกค้าแตะ 5 หมื่นราย และ 3.Easy to Trust ที่ทีมดูแลลูกค้าถึงบ้าน ได้ขยายเวลาบริการถึง 21.00 น. ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ มี Smart Diagnosis ผู้ช่วยดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ และการเพิ่มระยะเวลาประกันสินค้า 1 ปี เมื่อซื้อสินค้าผ่าน LG.com
“3 เสาหลัก Easy นี้จะช่วยลดภาระในบ้านให้ผู้บริโภค การเป็นเจ้าของสินค้าง่ายขึ้น และสบายใจเมื่อได้รับการดูแลถูกวิธี”
ปี 2569 ปัจจัยลบรายล้อมธุรกิจ แต่ “อำนาจ” ขอมองโอกาส กระตุ้นการเติบโต โดยเฉพาะโค้งท้ายปีจะมี “ดับเบิลเดย์” อีคอมเมิร์ซกระหน่ำกิจกรรมปลุกมูดชอปปิง อีกด้านบริษัทคาดหวังจะมี “ช้อปดีมีคืน” ซึ่งกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ได้ดี ผสานกลยุทธ์ที่ “แอลจี” วางไว้จะเพิ่มพลังดึงดูดการซื้อสินค้ามากขึ้น
อย่างไรก็ตาม จากการทำตลาดดังกล่าว บริษัทคาดว่าจะผลักดันยอดขายทั้งปีแตะ 1.8 หมื่นล้านบาท



