สุกี้หมื่นล้านหืดจับ เปิดงบ "เอ็มเค เรสโตรองต์" ไตรมาส 2 ทรุดลง 19.7% รับสมรภูมิแข่งเดือด ไทยช่วยไทยพลัสเริ่มเห็นหางเลขต่อร้านอาหารเชนใหญ่ และกดดันผลงานครึ่งปีแรก
“กำไรลด” เป็นสิ่งที่ยังคงเกิดขึ้นกับบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M เมื่อผลการดำเนินงานไตรมาส 2 และครึ่งปีแรก 2569 ยังไม่ฟื้น โดยเฉพาะ “กำไรสุทธิ” แต่การทำการบ้านอย่างหนัก ปรับกระบวนท่า ทำให้อัตรากำไรที่หดตัวลงไม่รุนแรงนัก เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน(YoY) และเริ่มรีบาวด์เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส(QoQ)
สำหรับผลประกอบการ บริษัท เอ็มเคฯ ไตรมาส 2 มีรายได้จากการขายและบริการ 4,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% ส่วน “กำไรสุทธิ” อยู่ที่ 221 ล้านบาท ลดลง 19.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ครึ่งปีแรก มีรายได้จากการขายและบริการ 8,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% และ “กำไรสุทธิ” 385 ล้านบาท ลดลง 24.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งนี้ ยอดขายที่เพิ่มขึ้นไตรมาส 2 มาจากแรงสนับสนุนของการขยายสาขา “โบนัส สุกี้” ที่เปิดตัวครั้งแรกช่วงครึ่งปีหลัง 2568 หากเจาะยอดขายสาขาเดิมหรือ same-store sales ยังคงลดลง 3.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากยอดขายสาขาเดิมในเดือนมิถุนายน “หัวตัวลง” จากฐานยอดขายปี 2568 อยู่ในระดับสูงจากการทำโปรโมชันบุฟเฟต์ “คุ้มเกินคุ้ม” ในราคา 299 บาท
เดือนมิถุนายน ยังมีมาตรฐานจากภาครัฐที่คลอด “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” กระตุ้นเศรษฐกิจ กำลังซื้อ โดยจำกัดสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการให้เฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย บรรดาธุรกิจยักษ์ใหญ่รวมถึงบริษัท เอ็มเคฯ ไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ และเป็นเหตุผลให้ลูกค้าเข้าใช้บริการที่ร้านลดลงในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย ส่วนยอดขายสาขาเดิมช่วงครึ่งปีแรก “ลดลงเล็กน้อย 0.3%” เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน
สำหรับ “เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป” ถือเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการอาหาร กางอาณาจักรมีความมั่งคั่งระดับหมื่นล้านบาท ยิ่งกว่านั้น “กำไรสุทธิ” ในอดีตเคยอู้ฟู่ สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปี 2562 จำนวน 2,604 ล้านบาท กระทั่งเผชิญผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ระบาด ซึ่งทุกภาคธุรกิจอ่วมถ้วนหน้า แต่การฟื้นตัวกลับแตกต่างกันไป ขึ้นกับโมเดลธุรกิจ การปรับตัว วางกลยุทธ์
สำรวจ “กำไรสุทธิ” ของ บริษัท เอ็มเคฯ ตลอด 6 ไตรมาสที่ผ่านมา เป็นดังนี้
-กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 234 ล้านบาท ลดลง 32.6% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน
-กำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2568 จำนวน 276 ล้านบาท ลดลง 31.2% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน
-กำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2568 จำนวน 226 ล้านบาท ลดลง 33.7% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน
-กำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2568 จำนวน 103 ล้านบาท ลดลง 71% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน
-กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวน 163 ล้านบาท ลดลง 30.1% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
-กำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 221 ล้านบาท ลดลง 19.7% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน
ฯลฯ
กำไรสุทธิดังกล่าว สะท้อนการรีบาวด์จากจุดต่ำสุด คือไตรมาส 4 ปี 2568 จำนวน 103 ล้านบาท และแม้กำไรสุทธิไตรมาส 2 ลดลง 19.7% แต่ถือเป็นตัวเลขว่าปรับตัวดีขึ้น จากไตรมาสก่อนหน้า(QoQ) อย่างไรก็ตาม จากผลงานดังกล่าว ยังคงเป็นโจทย์ที่ “2 ทายาทธีระโกเมน” ต้องออกแรงแก้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการงัดสารพัดกลยุทธ์ ทั้งแปลงร้านเรือธงอย่าง เอ็มเค สุกี้ มาลงสนาม “บุฟเฟต์ 299 บาท” ลากยาวไปจนถึงสิ้นปี มีโมเดลไฮบริดทั้ง อะลาคาร์ทและบุฟเฟต์อยู่ในร้านเดียวกัน การแตกแบรนด์ใหม่ โบนัส สุกี้ สู้สังเวียนคุ้มค่าหรือ Budget suki การพลิกกระบวนท่าให้แบรนด์รองอื่นๆในเครือ เพื่อสร้างการเติบโต
ล่าสุด เอ็มเค ถึงขั้นออกโมเดลใหม่ “MK Buffet Subscription” 4 แพ็คเกจให้เหมาจ่าย เพื่อดึงเม็ดเงินมาตุนไว้ ทั้งยังตอบโจทย์สายกิน ได้แก่ 1.Unlimited Package 2,990 บาท กินได้ไม่อั้น ตลอดเดือนสิงหาคม (จำกัดแค่ 100 สิทธิ์) 2.คุ้มแมกซ์ 10 ฟรี 3 เพียง 2,990 บาทต่อเดือน 3.คุ้มพลัส 7 ฟรี 2 เพียง 2,093 บาทต่อเดือน และ4.คุ้มคุ้ม 5 ฟรี 1 เพียง 1,495 บาทต่อเดือน ซึ่งต้องรอดูว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะส่งผลลัพธ์ต่อผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ให้ฟื้นตัวได้หรือไม่



