แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ชื่อดังอย่าง อโกด้า (Agoda) และ ทราเวลโลก้า (Traveloka) เปิดเทรนด์การท่องเที่ยวมาแรงในปี 2569 ของตลาด “นักท่องเที่ยวชาวไทย” ว่ากำลังให้ความสนใจและนิยมเที่ยวแบบไหน? ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน เติมเต็มพลังกายใจ รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและกีฬา
“เที่ยวไปวิ่งไป” ไฮไลต์ใหม่ของคนไทย
เริ่มกันที่ Agoda ระบุว่า เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ “Run-cation” หรือ “เที่ยวไปวิ่งไป” กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วเอเชียในปี 2569 จากข้อมูลการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์ม Agoda ชี้ให้เห็นว่านักเดินทางชาวไทยเริ่มวางแผนการเดินทางให้สอดคล้องกับการแข่งขัน “มาราธอน” ช่วงสุดสัปดาห์มากขึ้น ไม่เพียงแต่การแข่งขันที่จัดขึ้นในไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเมืองอื่นๆ ที่จัดการแข่งขันมาราธอนทั่วเอเชียอีกด้วย
โดย 3 รายการดังในเอเชีย ได้แก่ รายการ “JTBC Seoul Marathon” จัดขึ้นในวันที่ 1 พ.ย. เป็นหนึ่งในการแข่งขันวิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเกาหลีใต้ พบว่ายอดค้นหาที่พักจากนักเดินทางชาวไทยในช่วงการแข่งขันเพิ่มขึ้นถึง 73% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ขณะที่รายการ “Amazing Thailand Marathon Bangkok 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 พ.ย. ในกรุงเทพฯ มียอดค้นหาที่พักจากนักเดินทางชาวไทยสำหรับสุดสัปดาห์การแข่งขันนี้เพิ่มขึ้น 19%
และรายการ “Mt. Fuji International Marathon 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 ธ.ค. ใกล้กรุงโตเกียว ยอดค้นหาที่พักจากนักเดินทางชาวไทยสำหรับสุดสัปดาห์การแข่งขันนี้เพิ่มขึ้น 41% ส่งผลให้ตลาดไทยติด 1 ใน 3 อันดับแรกของยอดค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์มอโกด้าสำหรับงานนี้
อรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของอโกด้า กล่าวว่า “มาราธอนเคยเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียว แต่ปัจจุบันกำลังกลายเป็นไฮไลต์ของทริปสำหรับนักเดินทางบางกลุ่ม นักเดินทางชาวไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ให้ความสนใจในการเข้าร่วมการแข่งขันชั้นนำของภูมิภาคมากที่สุด ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่กว้างขึ้นสำหรับการเดินทางที่มีเป้าหมายในด้านการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่เพียงการท่องเที่ยวชมสถานที่เท่านั้น”
ฮิตเที่ยว “ทริปสั้น” เน้นรีชาร์จพลังใจ
อีกเทรนด์สำคัญคือ กลุ่มนักเดินทาง Gen Z ชาวไทยกำลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางในปี 2569 ให้เป็นกิจกรรมที่ทำได้บ่อยขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเสริมสร้างสุขภาพจิต แทนที่จะเลือกทริปยาวๆ แบบเดิม
ข้อมูลจาก Agoda ระบุว่า 62% ของ Gen Z ชาวไทยมีแผนที่จะเดินทางอย่างน้อย 1-3 ทริปในปี 2569 สะท้อนถึงแนวโน้มการเดินทางที่วางแผนได้ง่ายและเกิดขึ้นได้บ่อย แทนที่จะเลือกวันหยุดยาวตามเทศกาล นักเดินทางกลุ่มนี้กว่า 65% หันมาเลือก “ทริประยะสั้น” เพียง 1-3 วันต่อทริป เทรนด์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างลงตัว เปิดโอกาสให้นักเดินทางสามารถจัดสรรทริปสั้นๆ ให้สอดคล้องกับงาน การเรียน และตารางชีวิตส่วนตัวได้อย่างยืดหยุ่น
นอกจากนี้นักเดินทาง Gen Z ชาวไทยมองว่าการเดินทางคือ “การรีชาร์จพลัง” มากกว่าการเน้นเที่ยวชมสถานที่หรือทำกิจกรรมตามแผนที่วางไว้ โดย 77% ระบุว่าเหตุผลหลักของการเดินทางคือการพักผ่อนเพียงอย่างเดียว พวกเขาต้องการหลีกหนีจากความเครียดในชีวิตประจำวัน และใช้เวลาไปกับการพักผ่อนในการวางแผนการเดินทาง
“งบประมาณ” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับ Gen Z ชาวไทย โดย 72% ระบุว่านี่คือปัจจัยหลักในการเลือกจุดหมายปลายทาง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย 34% เลือกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก หากสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ โดย 57% ของนักเดินทางกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับ “ราคา” เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกที่พัก ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือที่พักให้เช่า
“Staycation” ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ ไม่รอหยุดยาว
สอดคล้องกับรายงานจากแพลตฟอร์ม Traveloka ระบุว่า จุดหมายปลายทางริมทะเลในไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนระยะสั้นภายในประเทศ โดยภาพรวมทั่วประเทศพบว่ายอดจองที่พักสำหรับ “Staycation” บน Traveloka เติบโตมากกว่า 70% เทียบกับปีที่แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของการพักผ่อนระยะสั้นที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ เพราะแทนที่จะรอวันหยุดยาวเพียงครั้งเดียวในแต่ละปี นักเดินทางชาวไทยจำนวนมากเลือกเติมพลังผ่านการเดินทางช่วงสุดสัปดาห์ หรือทริปสั้นๆ ที่สามารถวางแผนและจัดสรรเวลาได้ง่ายกว่า
โดย “กระบี่” มียอดจองเติบโตสูงสุด เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากปีก่อน ตามด้วย “หัวหิน” ที่เติบโตกว่า 80% ขณะที่ “พัทยา” เติบโตราว 65% และ “ภูเก็ต” เติบโตเกือบ 60%
ขณะเดียวกัน ความคาดหวังต่อกระแส Staycation ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน นักเดินทางไม่ได้มองหาเพียงห้องพักอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ครบถ้วนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตื่นมาพร้อมวิวทะเล การผ่อนคลายด้วยสปา การออกไปค้นหาร้านกาแฟท้องถิ่น ลิ้มลองอาหารประจำถิ่น หรือเพียงแค่ได้ใช้เวลาอย่างเรียบง่ายในบรรยากาศใหม่ๆ ทำให้ที่พักกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การท่องเที่ยว ไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับพักค้างคืน
เก็บแต้มเที่ยวเชิงลึก “เมืองรอง” ในเอเชีย
สำหรับเทรนด์การท่องเที่ยวจุดหมายปลายทางใน “ต่างประเทศ” ของนักเดินทางชาวไทย ทาง Traveloka ระบุว่า แม้เมืองหลวงยอดนิยมในเอเชียจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ แต่นักเดินทางชาวไทยจำนวนมากเริ่มมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ นอกเส้นทางท่องเที่ยวเดิม ด้วยการเดินทางสู่เมืองรองที่มอบโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิตของผู้คนได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลการจองบน Traveloka พบว่า “ญี่ปุ่น” ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางในฝันอันดับต้นๆ ของนักเดินทางชาวไทย อย่างไรก็ตามรูปแบบการเดินทางกำลังเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เน้นเมืองยอดนิยมอย่างโตเกียวและโอซาก้า สู่การเดินทางไปยังเมืองรองที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็น ซัปโปโร ฟุกุโอกะ และ นาโกย่า เทรนด์ดังกล่าวสะท้อนถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยที่เคยเดินทางไปญี่ปุ่นมาแล้วหลายครั้ง และกำลังมองหาประสบการณ์ที่แตกต่างและตอบโจทย์ความสนใจเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
ทิภาพร ดวงมาก ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ Traveloka กล่าวว่า “เรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวไทย จากการท่องเที่ยวเพื่อเก็บจุดเช็กอินยอดนิยม สู่การออกเดินทางเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมและประสบการณ์ท้องถิ่นอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการตามหาบ่อน้ำพุร้อนที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองเล็กๆ หรือการออกตระเวนชิมอาหารท้องถิ่น”



