‘สุรศักดิ์’ รมต.การท่องเที่ยวฯ แสดงความเสียใจต่อเหตุฆาตกรรมนักท่องเที่ยวรัสเซีย พร้อมขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต กำชับยกระดับมาตรการความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นประเทศไทย
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยได้ติดตามสถานการณ์และกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการคลี่คลายคดีอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนสู่ประเทศไทยโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
กระทรวงฯ พร้อมสนองนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยได้กำชับสั่งการไปยังกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ให้บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการดำเนินคดี ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าของคดีอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ ทั้งการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ การลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง การตรวจสอบและเฝ้าระวังจุดสำคัญ การบูรณาการข้อมูลด้านความปลอดภัยระหว่างหน่วยงาน และการเตรียมความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
“ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย(นักท่องเที่ยวรัสเซีย) และขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลไทยจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย ผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกัน ผมได้กำชับให้ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจในพื้นที่บูรณาการการทำงานอย่างเต็มกำลัง ทั้งการเร่งรัดคดี การดูแลครอบครัวผู้สูญเสีย และการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทุกสัญชาติว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้มาเยือน”
นายสุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานการทำงานกับสถานเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมทั้งดูแลด้านข้อมูล การประสานงาน และการช่วยเหลือในทุกมิติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกสัญชาติ โดยได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบูรณาการการทำงานของตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจท้องที่ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานด้านความมั่นคง การใช้เทคโนโลยีและระบบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ การยกระดับศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (Tourist Assistance Center : TAC) และการเพิ่มศักยภาพในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความปลอดภัยและความช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ
นายสุรศักดิ์ ย้ำว่า แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นคดีอาญาเฉพาะราย แต่รัฐบาลไทยจะนำข้อเท็จจริงและบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้มาปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและไม่ละเว้นต่อผู้กระทำผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลกว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย สิทธิ และสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยวทุกคนอย่างสูงสุด และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มแข็งและครอบคลุม



