วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘สุรศักดิ์’ เช็กความพร้อม ‘Tomorrowland’ มั่นใจงานใหญ่ในไทย 11-13 ธ.ค. 69 เงินสะพัด 6 พันล้าน

“สุรศักดิ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ลุยเบลเยียม ถกผู้บริหาร Tomorrowland เช็กความพร้อมจัดงานใหญ่ “ทูมอร์โรว์แลนด์ ไทยแลนด์” (Tomorrowland Thailand) ในเดือน ธ.ค. 2569 มั่นใจเงินสะพัดกว่า 6,132 ล้านบาท ดันยอดจองโรงแรมชลบุรี-ระยองคึกคัก

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ตนพร้อมด้วย ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และคณะผู้บริหาร ททท. เดินทางร่วมหารือกับ Bruno Vanwelsenaers ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท WEAREONE.world (Tomorrowland Inc.) ณ เมืองบูม ราชอาณาจักรเบลเยียม เพื่อเตรียมความพร้อมและติดตามความคืบหน้าความร่วมมือในการจัดงานเทศกาลดนตรีระดับโลก “ทูมอร์โรว์แลนด์ ไทยแลนด์” (Tomorrowland Thailand) ซึ่งมีแผนจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในเอเชีย ระหว่างวันที่ 11-13 ธ.ค. 2569 ณ วิสดอมวัลเลย์ ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

สำหรับการจัดงานทูมอร์โรว์แลนด์ ไทยแลนด์ ในช่วงปลายปี 2569 คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมงานรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 150,000 คน เฉลี่ยวันละ 50,000 คน

โดยเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยไม่น้อยกว่า 22,500 คน คิดเป็นสัดส่วน 15% ของทั้งหมด และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่น้อยกว่า 127,500 คน คิดเป็นสัดส่วน 85% ซึ่งมีการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก ทั้งตลาดระยะใกล้และระยะไกล อาทิ กลุ่มประเทศอาเซียน (สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย) เอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ (จีน เกาหลีใต้ อินเดีย) ออสเตรเลีย ตลอดจนกลุ่มแฟนเทศกาลดนตรีระยะไกลจากยุโรป (เบลเยียม เยอรมนี สหราชอาณาจักร) และอเมริกา ถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงและมีแนวโน้มเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องในประเทศไทย

“จากการประเมินของบริษัทผู้จัดงาน คาดการณ์ว่าการจัดงานทูมอร์โรว์แลนด์ ไทยแลนด์ จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมให้กับประเทศไทยได้สูงถึง 6,132 ล้านบาท (ประมาณ 159 ล้านยูโร)”

โดยสามารถแจกแจงตัวเลขเชิงลึกเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจไทยได้อย่างชัดเจน ดังนี้ 1.ผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยตรงจากการจัดงาน (Direct Boost) มูลค่า 1,092 ล้านบาท (ประมาณ 28 ล้านยูโร) เป็นเม็ดเงินที่เชื่อมโยงกับการจัดงานโดยตรง ซึ่งกระจายสู่ผู้ประกอบการและซัพพลายเออร์ท้องถิ่นในประเทศไทย (Local Suppliers) ครอบคลุมการว่าจ้างทีมงานโปรดักชันและผู้ให้บริการในประเทศ, การจ่ายค่าตอบแทนและเงินเดือนบุคลากร, การจัดซื้อวัตถุดิบและอาหาร-เครื่องดื่ม (F&B), การดำเนินงานและบริหารจัดการหน้างาน (Operation), งานบริการและการต้อนรับ (Hospitality) ตลอดจนค่าเช่าและบริหารจัดการสถานที่จัดงาน (Venue)

และ 2.ผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากภาคการท่องเที่ยว (Indirect Boost) มูลค่า 5,309 ล้านบาท (ประมาณ 131 ล้านยูโร) เป็นเม็ดเงินที่เกิดจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเข้าร่วมงานและพำนักต่อในประเทศไทย (Extended Stay) ทั้งในด้านการจับจ่ายใช้สอย การเดินทาง การบริการท่องเที่ยว และร้านอาหาร ซึ่งเม็ดเงินส่วนนี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม

‘สุรศักดิ์’ เช็กความพร้อม ‘Tomorrowland’  มั่นใจงานใหญ่ในไทย 11-13 ธ.ค. 69 เงินสะพัด 6 พันล้าน

จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนกลับคืนสู่ภาครัฐในรูปของภาษีรวมทั้งสิ้นประมาณ 732 ล้านบาท (ประมาณ 19 ล้านยูโร) โดยมีโครงสร้างที่สำคัญ ได้แก่ “ภาษีทางตรง” (Direct Tax Revenue) ประมาณ 590 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 81% จากภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการใช้จ่ายในช่วงพำนักต่อของนักท่องเที่ยว ภาษีจากการจัดงานของ TML (ยอดขายบัตร, F&B และภาษีเงินได้นิติบุคคล) ภาษีจากการจับจ่ายใช้สอยส่วนบุคคลและเงินสมทบประกันสังคม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากกลุ่มศิลปิน

และ “ภาษีทางอ้อม” (Indirect Tax Revenue) ประมาณ 142 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 19% จากภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทท้องถิ่นจากกิจกรรมพำนักต่อของนักท่องเที่ยว ภาษีจากกลุ่มซัพพลายเออร์และผู้ให้บริการ และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของพนักงานและแรงงานที่เกี่ยวข้อง

สุรศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากตัวเลขรายได้และเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาลแล้ว การจัดงานทูมอร์โรว์แลนด์ ไทยแลนด์ ในช่วงกลางเดือน ธ.ค. 2569 ยังส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการบริการและที่พักโดยตรง โดยล่าสุดพบว่าความต้องการการจองโรงแรมและที่พักในบริเวณรอบสถานที่จัดงาน รวมถึงพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วทั้งจังหวัดชลบุรี ทั้งในโซนพัทยา จอมเทียน ศรีราชา และบางแสน ต่อเนื่องไปจนถึงพื้นที่ชายหาดจังหวัดระยอง มีอัตราการเติบโตและได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติอย่างล้นหลาม

“ปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลดีต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร ธุรกิจขนส่ง และผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างเต็มศักยภาพ ถือเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินสู่ภาคธุรกิจบริการอย่างแท้จริง และเป็นการตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางของงานเทศกาลระดับโลก (Global Festival Destination) อย่างยั่งยืน”