วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘ถ้ารู้จักพอชีวิตจะสงบ’ คำสอนสุดท้าย ‘พิพัฒ พะเนียงเวทย์’ ผู้ปลุกปั้นมาม่า ย้ำพี่น้องต้องรักกัน

เปิดคำสอนสุดท้าย “พิพัฒ พะเนียงเวทย์” ทำงานหนักแม้อยู่ ICU สอนลูกหลานใช้จ่ายประหยัด-เงินทองไม่ใช่ของเรา “พันธ์ พะเนียงเวทย์” มองสัจธรรม “ป๊า” ผลิตมาม่าหลายหมื่นล้านซองก็เอาไปไม่ได้ ย้ำคำพูดสุดท้าย “ครอบครัว-พี่น้องต้องรักกัน” ถ้ารักกันจะไม่มีใครทำอะไรได้

ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา วงการธุรกิจไทยสูญเสียนักธุรกิจคนสำคัญ “พิพัฒ พะเนียงเวทย์” ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ในวัย 87 ปี ผู้ที่ได้ชื่อว่า “แม่ทัพมาม่า” บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเบอร์ 1 ผู้ปลุกปั้นจนคำว่า “มาม่า” กลายเป็นชื่อสามัญ หรือ “Generic Name” ไปโดยปริยาย

ภายหลังพิพัฒถึงแก่กรรม วันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ก็ถึงวันที่ลูกๆ ตระกูลพะเนียงเวทย์ต้องกล่าวอำลา ส่ง “ป๊า” ในงานฌาปนกิจ โดยมี “พันธ์ พะเนียงเวทย์” ลูกชายคนเล็กขึ้นกล่าวปาฐกถาเป็นครั้งสุดท้าย

และนี่คือบทส่งท้ายจาก “พันธ์ พะเนียงเวทย์” ถึง “ป๊าพิพัฒ”

‘ถ้ารู้จักพอชีวิตจะสงบ’ คำสอนสุดท้าย ‘พิพัฒ พะเนียงเวทย์’ ผู้ปลุกปั้นมาม่า ย้ำพี่น้องต้องรักกัน -พิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ปลุกปั้นมาม่า-

“รบกวนเวลาแขกผู้มีเกียรติสักครู่นะครับ จริงๆ ถามว่า ทำไมเราถึงต้องพูดกันตั้ง 3 ภาษา เพราะว่า สิ่งที่ป๊าอยากเห็นแล้วก็พูดมาตลอด แกบอกว่า อยากให้ลูกๆ หลานๆ ทุกคนพูดภาษาต่างประเทศให้ดี แล้วมันจะเป็นต้นทุนชีวิตที่ดี ก็เลยเอาหลานๆ มาพูดให้ป๊าฟังว่า ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน หลานเราเก่งกันทุกคนนะป๊า

คุณพิพัฒ พะเนียงเวทย์ หรือว่า ป๊าของลูกๆ อากงของหลานๆ เป็นผู้นำครอบครัวที่จะบอกว่า ดุก็ดุ จะบอกว่าใจดีก็ใจดี แต่สิ่งที่ทุกคนรับรู้ได้ตรงกัน ก็คือท่านเป็นผู้นำครอบครัวที่รักและมีความรับผิดชอบต่อทุกคนในครอบครัว คิดถึงคนในครอบครัวก่อนตัวเองเสมอ แกเป็นคนอย่างนั้นจริงๆ 

ในประวัติการทำงานที่ท่านรักที่สุด ท่านเป็นคนทำงานหนักมากนะครับ วินาทีสุดท้ายแกยังอยู่ ผมก็เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกในชีวิตในการถูกเรียกเข้าไปประชุมในห้อง ICU แกทำงานจนนาทีสุดท้ายของชีวิตจริงๆ พยาบาลก็งง หมอก็บอก เบาๆ หน่อย เป็นคนไข้อยู่นะ แต่แกก็บอก ไม่เป็นไร ฉันจะทำงาน มีหลายงานที่แกทำ

งานบริษัทก็เยอะแล้วยังมีเวลาทำงานนอกอีก ไม่ว่าจะเป็นหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สมาคมว่ายน้ำแห่งประเทศไทย คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมไปถึงสหพันธ์ว่ายน้ำโลกที่แกรักมากๆ แกเป็นเหรัญญิกสหพันธ์ว่ายน้ำโลกมา 20 กว่าปีนะครับ ประวัติโดยย่อจริงๆ ก็มีแค่นี้แหละ แต่ว่าผมขออนุญาตพูดถึงในสิ่งที่ผมก็ไม่เคยเห็นการพูดถึงป๊าในเรื่องเหล่านี้นะครับ ผมก็คัดมาเล่าบ้าง

‘ถ้ารู้จักพอชีวิตจะสงบ’ คำสอนสุดท้าย ‘พิพัฒ พะเนียงเวทย์’ ผู้ปลุกปั้นมาม่า ย้ำพี่น้องต้องรักกัน

ผมไม่รู้ว่า ชีวิตนี้แกหาตังค์มาได้เท่าไหร่ ผมคิดว่า แกหาตังค์ได้เยอะมากแต่แกไม่ใช้เลย แกใช้เงินวันละถึง 100 บาทบ้าง ไม่ถึง 100 บาทบ้าง กลางวันนั่งกินข้าวอยู่ออฟฟิศก็ซื้อสลัดหรือข้าวราดแกงจานเดียว นั่งกินอยู่คนเดียว กลางวันก็ขึ้นไปนั่งคุยกับแกตอนกินข้าว ตอนเย็นก็กลับบ้านกินข้าว ใส่เสื้อยืดมาม่าเก่าๆ กางเกงขาสามส่วน ผมก็เคยถามนะว่า ป๊าจะใช้ตังค์เมื่อไหร่ แกก็บอกว่า ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ทั้งๆ ที่จริงแล้วถ้าใครรู้จักป๊าตั้งแต่ตอนหนุ่มๆ แกไม่ใช่คนใช้ตังค์ไม่เป็นนะ แกซื้อของเก่ง แกใช้เงินเก่ง

แต่ผมเชื่อว่า สิ่งที่แกพยายามจะทำให้เห็นก็คือเมื่อมีลูกมีหลานเยอะ แกอยากจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกๆ หลานๆ ในการประหยัด เพราะแกพูดอยู่เสมอว่า คนเราถ้ายังไม่รวยแล้วใช้ชีวิตแบบคนรวยมันจะไม่มีวันรวย แต่ถ้าวันหนึ่งเราพอมีพอกินแล้วไม่ได้ใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินตัวจนเกินไปเราก็ไม่มีวันจน เพราะนั้น พวกเธออย่าใช้เงินฟุ่มเฟือยจนเกินตัว แล้วเขาก็ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ทั้งๆ ที่เขาต้องละทิ้งสิ่งที่ชอบ สิ่งที่รัก เยอะแยะไปหมด แต่ว่าเขาทำเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับลูกๆ หลานๆ

แล้วแกก็บอกผมว่า โจ้ อย่ายึดติด ทรัพย์สินเงินทองไม่ใช่ของเราด้วยความเด็กขี้สงสัย ผมก็ถามว่า อ้าว ป๊าหามาได้ก็ต้องเป็นของป๊าสิ ทำไมจะไม่ใช่ของป๊า แกบอกเชื่อดิไม่ใช่ของเราหรอก ช่วยอะไรใครได้ก็ช่วยไป เงินทองไม่ใช่ของเรา ถ้ารู้จักพอชีวิตจะมีความสงบ ถ้ารู้จักให้ชีวิตเราจะมีความสุข

‘ถ้ารู้จักพอชีวิตจะสงบ’ คำสอนสุดท้าย ‘พิพัฒ พะเนียงเวทย์’ ผู้ปลุกปั้นมาม่า ย้ำพี่น้องต้องรักกัน

แล้ววันนี้ผมก็ได้เห็นสัจธรรมเรื่องนี้ที่ป๊าบอกว่ามันไม่ใช่ของเรา เห็นตำตาเลย แกผลิตมาม่ามาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันล้านกี่หมื่นล้านซอง วันนี้ก็มีตั้งอยู่ในงานเยอะแยะมากมาย แต่แกก็เอาไปไม่ได้ เอาไปไม่ได้แม้แต่ซองเดียว มันคือเรื่องจริงที่แกสอนจนวาระสุดท้ายของชีวิตแก ตำแหน่งหน้าที่การงานก็ไม่ใช่ของเรา ถ้าวันหนึ่งเราไม่มีหน้าที่นั้นแล้ว เขาไม่ให้เราทำแล้วเราก็ไม่ต้องทำ แต่ตราบใดที่เรายังมีหน้าที่มีความรับผิดชอบอยู่เราต้องทำให้ดีที่สุด เราไม่ได้ยึดติด เราแค่รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่เรามี

อีกสักสองเรื่องสุดท้ายที่แกสอนผมอยู่เสมอคือเรื่องของความกตัญญู ความกตัญญูเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคนไม่มีความกตัญญูชีวิตจะไม่มีความเจริญ ไม่มีความกตัญญูก็ไม่นับเป็นคน  แกไม่เคยเล่าให้ผมฟังว่า ชีวิตนี้ช่วยอะไรใครมาบ้างแต่แกไม่เคยลืม 80 กว่าปีที่ผ่านมาใครเคยช่วยอะไรแกไว้บ้าง ไม่ว่าเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน แกบอกว่า นั่นคือบุญคุณที่ต้องทดแทนทุกคน นั่นคือคำสอนที่แกสอนไว้แล้วบอกว่า พวกเอ็งต้องมีความกตัญญู

ส่วนเรื่องครอบครัว ครอบครัวต้องรักกัน พี่น้องต้องสามัคคีกัน ถ้าครอบครัวเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จะไม่มีวันที่มีใครมาทำอะไรเราได้ เชื่อไหมว่า คำพูดนี้เป็นคำพูดสุดท้ายที่ผมได้พูดกับป๊าในห้อง ICU ซึ่งวันนั้นผมก็ไม่รู้ว่า จะเป็นประโยคสุดท้ายที่เราได้คุยกัน ป๊าพูดว่า โจ้ ครอบครัวต้องรักกันนะ พี่น้องต้องสามัคคีกัน ป๊าฝากไว้แค่นี้ ป๊าฝากไว้แค่นี้จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก

‘ถ้ารู้จักพอชีวิตจะสงบ’ คำสอนสุดท้าย ‘พิพัฒ พะเนียงเวทย์’ ผู้ปลุกปั้นมาม่า ย้ำพี่น้องต้องรักกัน

แล้ววันนี้มันก็เป็นสิ่งเล็กๆ ที่เราพี่น้องและครอบครัวอยากจะให้ป๊าเห็น การที่ผมขึ้นมายืนอยู่ตรงนี้ได้ เมื่อกี้โจ (เพชร พะเนียงเวทย์) ก็บอกว่า โจไม่ไหว จริงๆ แล้วผมก็ไม่ไหว ผมเป็นน้องคนเล็กที่เหมือนจะเข้มแข็ง ทุกคนเห็นผมเหมือนเป็นคนร่าเริงเข้มแข็ง ผมไม่ได้เข้มแข็งเลย ผมอ่อนแอที่สุดในบรรดาพี่น้องทุกคน

พี่ๆ ผมรู้ดี 7 วันที่ผ่านมา ถ้าไม่มีพี่ๆ ไม่มีแม่ ไม่มีหลานๆ ผมอยู่ไม่ได้หรอก แต่ผมก็ยังจะขึ้นมายืนตรงนี้มาพูดให้ป๊าฟัง เพื่อให้ป๊าเห็นว่า มันไม่ใช่แรงของผมคนเดียวที่ทำให้ผมมายืนตรงนี้ได้ มันคือคำที่ป๊าฝากไว้ พี่ๆ ทุกคน ครอบครัวเราทุกคนเป็นกำลังใจให้คนๆ หนึ่งเป็นตัวแทนขึ้นมาทำสิ่งนี้ มันคือการแสดงพลังของครอบครัวของเราทุกคนให้ป๊าเห็นว่าป๊าไม่ต้องห่วง ครอบครัวของพวกเราจะรักกันและสามัคคีกันตลอดไปนะครับ ป๊าไม่ต้องห่วงเลย ป๊านอนให้สบาย

สิ่งสุดท้ายที่อยากจะบอกป๊าไว้ ก็คือว่า ป๊าให้รองเท้าคู่หนึ่ง รองเท้าเก่าของป๊าเมื่อเดือนที่แล้ว ก็ยังไม่ได้ใส่เลย เพิ่งหยิบมาใส่วันนี้วันแรก แล้วมันก็ทำให้รู้ว่า รองเท้าที่ป๊าเคยใส่แม่งโคตรหนักเลย หนักมาก แล้วผมก็ไม่รู้ว่าใส่แล้วผมจะเดินไหวหรือเปล่า แต่ผมเชื่อว่า ถ้าวันไหนผมเดินไม่ไหว พี่ๆ ของผม ครอบครัวของผมทุกคน รวมทั้งป๊าเองจะประคองพวกเราให้เดินต่อไปด้วยกันได้ จนสุดทาง นะครับ วันนี้ผมไหวแค่นี้แหละ ผมรบกวนเวลาแขกทุกท่านแค่นี้นะครับ อาจจะไม่เป็นทางการแต่ว่า ผมพูดจากใจผม ผมขอบพระคุณทุกท่านมากๆ ครับ