ขอชิงภาพจำ King of Salad Bar! “Sizzler” ปักธงคนไทยคนแรกที่ทำสลัดบาร์นาน 35 ปี พร้อมปูพรมยกเครื่องสลัดโฉมใหม่ ดันเป็นแกนหลักธุรกิจสูสีเนื้อสเต๊ก แม้คู่แข่งร้านบุฟเฟ่ต์-สเต๊กเยอะขึ้น มอง “Sizzler” เชี่ยวชาญ-ประสบการณ์อัดแน่น ตั้งเป้าดึงลูกค้ามาถี่ขึ้น ทำราคาดีให้คนจ่ายได้ทุกวัน
ความเปลี่ยนแปลงของ “Sizzler” (ซิซซ์เล่อร์) ในรอบปีที่ผ่านมามีหลายอย่าง ที่ชัดที่สุด คือการเพิ่มโมเดลใหม่ ตั้งแต่ “Sizzler Sun & Moon” เปิดยาวถึงเที่ยงคืน และ “Sizzler Special” สลัดบาร์โฉมใหม่เพิ่มวัตถุดิบพรีเมียมกว่า 100 รายการ ขยับราคาเพิ่มขึ้นมาอีกราวๆ 40 บาท แต่ได้ของหลากหลายมากขึ้น แม้กระทั่งบาร์ส้มตำ ซอฟต์เสิร์ฟ หรือ “ชีสโทสต์” ก็มีให้กินแบบไม่จำกัด
“อนิรุทร์ เดวิด คอลลินส์” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็มเอฟ คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองต์ จำกัด (ซิซซ์เล่อร์) ในเครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เล่าถึงจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ว่า ในอดีต “Sizzler” เป็นร้านอาหารที่ผู้บริโภคจะนึกถึงเมื่อมีโอกาสพิเศษหรือมาเพื่อเฉลิมฉลองเท่านั้น
แต่ปัจจุบันบริบทเปลี่ยน ประกอบกับการแข่งขันในตลาดสเต๊กก็รุนแรงมากมาพร้อมกับ “สงครามราคา” แต่ “ซิซซ์เล่อร์” ไม่อยากลงแข่งในสมรภูมินี้ โจทย์จึงไม่ใช่ขายให้ราคาถูกที่สุด แต่จะทำอย่างไรให้คนกินรู้สึกว่า เข้ามาแล้ว กินที่นี่แล้ว คุ้มค่าที่จะจ่ายออกไป
นอกจากความคุ้มค่า ทีม Sizzler ยังพบว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ชอบความหลากหลาย อยากครีเอทเมนูด้วยตัวเอง กลุ่มรักสุขภาพก็มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้เงื่อนไขสำคัญที่ดีกับร่างกายแต่ต้องอร่อย “Sizzler” ตัดสินใจปรับบทบาทจากร้านอาหารมื้อพิเศษเป็นร้านที่คนเข้ามากินได้ทุกวัน โดยกลุ่มลูกค้าปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และครอบครัวยุคใหม่ ซึ่งกลุ่มนี้โฟกัสเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ
แม้ว่า “Sizzler” จะมีโปรตีนจากเนื้อสเต๊กและผักผลไม้จากบาร์สลัดให้เลือกอยู่แล้ว แต่ในเชิงการตลาดยังไม่เพียงพอเพราะจำนวนคู่แข่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นที่มาของการช่วงชิงตำแหน่ง “King of Salad Bar” ในฐานะผู้บุกเบิกคนแรกที่นำสลัดบาร์เข้ามาปักหมุดในไทย ปัจจุบัน “สลัดบาร์” ไม่ได้เป็นเพียงของทานเล่นที่แพ็กคู่มากับจานสเต๊ก แต่พบว่า ลูกค้าหลายคนตัดสินใจเดินเข้ามาที่ “Sizzler” เพราะอยากกินสลัดบาร์เพียงอย่างเดียว
นี่คืออินไซต์ที่ “Sizzler” มองเห็น รอบปีที่ผ่านมาจึงตัดสินใจยกเครื่องสลัดบาร์โฉมใหม่ เพิ่มวัตถุดิบพรีเมียม 120 รายการ ซึ่งไม่ได้มีแค่ผักหรือผลไม้ที่หลากหลายมากขึ้น แต่ยังเพิ่มความสนุกด้วยบาร์ส้มตำหรือไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟเข้าไปด้วย
“ข้อมูลฐานลูกค้าและยอดขายสะท้อนชัดเจนว่า ลูกค้าจำนวนมากเลือกเข้าร้านเพราะสลัดบาร์ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่ผ่านมาเราพบว่า การเปิดตัวสลัดบาร์รูปแบบใหม่สร้างการเติบโตให้ยอดขายอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่อาจจะไม่ใช่ผู้บริโภคสเต๊กแบบดั้งเดิม สิ่งสำคัญ คือสลัดบาร์ตอบโจทย์ได้หลากหลายโอกาส ตั้งแต่มื้อกลางวัน มื้อเย็น คนรักสุขภาพ ครอบครัว ไปจนถึงคนรุ่นใหม่ ทำให้มีศักยภาพในการเติบโตได้กว้างกว่าหมวดหมู่สเต๊กเพียงอย่างเดียว”
ทั้งนี้ “Sizzler” เน้นย้ำว่า ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนตัวตนแบรนด์ เพียงแต่ต้องทำให้ร่วมสมัยมากขึ้น สิ่งที่คงไว้ คือคุณภาพ ความอบอุ่น และความน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกันก็ต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆ เมนูใหม่ๆ การออกแบบตกแต่งร้านที่เชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่มากขึ้น ทำให้ลูกค้าเก่าคุ้นเคย ส่วนลูกค้าใหม่ก็มองว่า แบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ ไม่ตกเทรนด์ หรือกลายเป็นแบรนด์ตกยุค
หลังจากเพิ่มโมเดล “Sizzler Special” ผู้บริหารบอกว่า ความถี่ในการเข้าร้านเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากปกติมาเพียงโอกาสพิเศษ แต่เพราะเห็นว่า จ่ายไป 249 บาท แล้วได้ความคุ้มค่ากลับมา ลูกค้าจึงมาบ่อยขึ้น มองว่า ราคานี้ คุณภาพแบบนี้ พร้อมจ่ายได้ทุกวัน ที่สำคัญ ยังมีกลุ่มลูกค้าใหม่เปิดใจเข้ามากินที่ร้านโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่วัยทำงาน มองว่า “Sizzler” เข้าถึงง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องอยากกินสเต๊กหรือผักเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเมนูจำพวกพาสต้าและเมนูข้าวอยู่ด้วย
“เราไม่ได้ลงแข่งในสงครามราคาหรือปริมาณ แต่เลือกที่จะสร้างความต่างผ่าน 2 กลยุทธ์หลัก คือการเป็น “King of Salad Bar” ที่เลียนแบบยาก เป็นผู้เชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำมากที่สุด สิ่งเหล่านี้คือประสบการณ์ที่คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ในเวลาอันสั้น และต้องเป็นร้านอาหารที่ “Value for Money” ให้คุณค่าที่มากกว่าราคาที่จ่าย ต้องทำให้ลูกค้าพึงพอใจด้วยความคุ้มค่าที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่ราคาที่แพงขึ้น”
หมุดหมาย “King of Salad Bar” ถูกต่อยอดออกมาแบบเล่นใหญ่ในรูปแบบอีเวนต์ ภายใต้ชื่อ “King of Salad Bar อาณาจักรผัก 5 สี” ที่ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ “อนิรุทร์” เผยที่มา โดยระบุว่า แคมเปญนี้เกิดจากอินไซต์ที่วันนี้ผู้บริโภคไม่ได้มองหาร้านอาหารเพื่อกินอย่างเดียว แต่มองหาประสบการณ์ที่สามารถใช้เวลาร่วมกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนได้
“Sizzler” จึงยกจุดแข็งความเป็นที่หนึ่งของสลัดบาร์ออกจากร้านมาไว้ใจกลางห้าง แล้วดึงเมนูที่ลูกค้าคุ้นเคย อาทิ สลัดบาร์ ซุป หรือชีสโทสต์ สร้างเป็นอาณาจักรผักให้ได้สนุกในรูปแบบใหม่ๆ พร้อมย้ำภาพความเป็น “King of Salad Bar” ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้
“เราตั้งใจให้อีเวนต์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตนของ Sizzler ได้อย่างชัดเจน ผ่านกิจกรรมที่สนุก เข้าถึงได้ เหมาะกับทุกคนในครอบครัว เป้าหมายสำคัญของเราไม่ได้มีเพียงจำนวนผู้เข้าร่วมงาน แต่ต้องการสร้าง Brand Love และทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า Sizzler เป็นแบรนด์ที่ทันสมัย สนุก เป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงเวลาของชีวิต ไม่เฉพาะเวลามารับประทานอาหารที่ร้านเท่านั้น”


