วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2569

Login
Login

ท่องเที่ยวปัดฝุ่น ‘โค-เพย์เมนต์’ รัฐช่วยจ่าย ชงของบกลางปี 70 ไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านบาท

ภารกิจของ “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ภายใต้การนำของ “สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” ยืนยันเดินหน้าฟื้นโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศ โมเดล “โค-เพย์เมนต์” (Co-payment) ในลักษณะเดียวกับโครงการในอดีตอย่าง “เราเที่ยวด้วยกัน” หรือ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” นอกจากนี้ยังมีแนวคิดผลักดันโครงการ “Buy International, Free Thailand Domestic Flights” รัฐแจกตั๋วเครื่องบินฟรีในประเทศให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศเข้าไทย ซึ่งเป็นไอเดียค้างท่อมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศรูปแบบ Co-payment รัฐช่วยสนับสนุนค่าโรงแรมและบริการท่องเที่ยว คาดเริ่มเปิดจองสิทธิ์ในไตรมาส 4 ปี 2569 เบื้องต้นใช้งบไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท เปิดให้ประชาชนจองสิทธิ์ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านสิทธิ์ หรือคิดเป็นรัฐช่วยจ่ายสูงสุด 3,000 บาท/สิทธิ์ ด้านสัดส่วนระหว่างเงินที่รัฐช่วยจ่ายกับเงินที่ประชาชนออกเองจะอยู่ที่ 50:50 หรือ 60:40 นั้น ยังต้องรอข้อสรุปเพิ่มเติม

“กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะยื่นของบกลางปี 2570 มาจัดทำโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวรูปแบบ Co-payment ไม่ใช่งบจาก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างสรุปชื่อโครงการอย่างเป็นทางการ หลังจากรัฐบาลชุดก่อนๆ ใช้ชื่อโครงการว่าเราเที่ยวด้วยกัน และเที่ยวไทยคนละครึ่ง”

ทั้งนี้ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกำกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้มอบหมายให้ไปหาวิธีการใช้สิทธิ์ที่สะดวกและมีประสิทธิภาพ โดยนโยบายในยุคตน ยืนยันว่าไม่มีการสร้างแอปพลิเคชันใหม่ จะใช้แอปฯ “เป๋าตัง” เหมือนเดิม เพราะเสถียร คนรู้จักดีและคุ้นชินแล้ว

“นอกเหนือจากโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศรูปแบบ Co-payment แล้ว กระทรวงการท่องเที่ยวฯ อยากผลักดันโครงการอื่นๆ เพื่อของบกลางมากระตุ้น เช่น โครงการ Buy International, Free Thailand Domestic Flights รัฐแจกตั๋วเครื่องบินฟรีในประเทศให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศเข้าไทย และโครงการ Thailand Summer Blast รัฐสนับสนุนการจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำและร่วมมือกับสายการบิน”

ท่องเที่ยวปัดฝุ่น ‘โค-เพย์เมนต์’ รัฐช่วยจ่าย ชงของบกลางปี 70 ไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านบาท

ปรับอัตราจัดเก็บ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” 300-500 บาท

สุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านความคืบหน้าของการจัดเก็บ “ค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ” (Travel Fee) หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ค่าเหยียบแผ่นดิน” นำเงินเข้ากองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย หลังแนวคิดนี้มีมา 7-8 ปีแล้วตั้งแต่ยุค พิพัฒน์ รัชกิจประการ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ล่าสุดอาจมีการปรับอัตราจัดเก็บเป็น “300-500 บาท/คน/ครั้ง” สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยทางอากาศ จากเดิมกำหนดอัตราจัดเก็บไว้ที่ 300 บาท/คน/ครั้ง และคาดว่าจะเริ่มจัดเก็บได้ในต้นปี 2570 หลังเสร็จสิ้นการเจรจากับสายการบินเรื่องวิธีจัดเก็บและได้ข้อสรุปเรื่องเบี้ยประกันภัย

“มองว่าประเทศไทยมีความจำเป็นต้องจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน นำเงินเข้ากองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยซึ่งจะช่วยสร้างความยั่งยืน เพราะปัจจุบันเมืองใหญ่หลายเมืองต้องใช้งบบริหารจัดการทรัพยากร กำจัดขยะ ปรับปรุงถนนในแหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรมจากการใช้งาน รวมถึงการดูแลนักท่องเที่ยว นำเงินส่วนหนึ่งไปซื้อเบี้ยประกันภัยให้นักท่องเที่ยวทุกคน ช่วยลดภาระรัฐบาลปีละ 300-400 ล้านบาทที่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เบิกไม่ได้ โดยจะครอบคลุมต่อจากประกันภัยที่นักท่องเที่ยวจ่ายมาเองต่างหาก”

ส่วนวิธีการจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน กระทรวงการท่องเที่ยวฯอยากจัดเก็บผ่านตั๋วเครื่องบิน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาหารือกับสายการบินเพิ่มเติม โดยหวังว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนต่อไป แต่ในกรณีที่ไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกับสายการบินได้ จะใช้วิธีเก็บจากนักท่องเที่ยวโดยตรงผ่านระบบ TDAC (Thailand Digital Arrival Card) หรือระบบบัตรขาเข้าแบบดิจิทัลสำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย

“หากสามารถจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดินผ่านตั๋วเครื่องบินได้ จะมีระบบรีฟันด์ (Refund) คืนเงินทันทีให้กับคนไทยที่มีพาสปอร์ตไทยเมื่อจ่ายเงินซื้อตั๋วเครื่องบิน เพราะตามระเบียบของกองทุนฯ กำหนดชัดว่าไม่ให้เก็บเงินจากคนไทย”

ท่องเที่ยวปัดฝุ่น ‘โค-เพย์เมนต์’ รัฐช่วยจ่าย ชงของบกลางปี 70 ไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านบาท

 

ปรับโครงสร้างใหม่สู่ “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว”

สำหรับการปรับโครงสร้าง 2 กระทรวง ด้วยการแยกกระทรวงการท่องเที่ยวออกจากกีฬา เพื่อควบรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้ชื่อใหม่ “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” มองว่าเป็นเรื่องดี ยิ่งรวมยิ่งดี ยิ่งทำงานง่ายขึ้น และมีต้นทุนทางวัฒนธรรมมาสนับสนุน ส่วน “กระทรวงการกีฬา” จะดูแลพันธกิจด้านกีฬาโดยเฉพาะ คาดดำเนินการแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 ตามไทม์ไลน์ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)

ขณะนี้การจัดทำร่างโครงสร้างมีความคืบหน้าไปมาก อยู่ระหว่างการหารือรายละเอียดด้านภารกิจ หน่วยงาน และการจัดสรรอัตรากำลังของทั้งสองกระทรวง คาดว่าจะสามารถดำเนินการในส่วนของร่างฯ ให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.นี้ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบในหลักการ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

การปรับโครงสร้างดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้การบริหารจัดการภารกิจมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในส่วนของภาคการท่องเที่ยวจะประกอบด้วยหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ขณะที่ภาคกีฬาจะประกอบด้วยกรมพลศึกษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ส่วนภารกิจที่มีความเชื่อมโยงระหว่างสองด้าน โดยเฉพาะสำนักงานปลัดกระทรวงฯ จะต้องพิจารณาแยกภารกิจและบุคลากรตามความเหมาะสมและความเชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการขับเคลื่อนงาน

 

จ่อปรับเพิ่มเป้า “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” ปี 69

สุรศักดิ์ กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมปรับตัวเลขเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 ดีขึ้นจากคาดการณ์เดิม 33 ล้านคน หลังเห็นสัญญาณความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านเริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา โดยสถิติล่าสุดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-20 มิ.ย. มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะสม 15.45 ล้านคน ลดลง 2.78% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แม้ตัวเลขจะติดลบ แต่ติดลบน้อยกว่าที่ประเมินไว้

“เรื่องสงครามตะวันออกกลาง เดิมเราคิดว่าจะได้รับผลกระทบเลวร้ายกว่านี้ในช่วงเกิดสงครามใหม่ๆ แต่จากสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยล่าสุด พบว่าได้รับผลกระทบน้อยกว่าที่เราคิดไว้ ทำให้ตัวเลขเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะขยับขึ้นจากความมั่นใจดังกล่าวหลังสถานการณ์ความขัดแย้งเริ่มนิ่ง”

 

พิจารณา "ฟรีวีซ่า 30 วัน" แก่ประเทศสมาชิก EU ให้เป็นแนวทางเดียวกัน

จากเป้าหมายของรัฐบาลที่มีนโยบายยกระดับเชิงคุณภาพนักท่องเที่ยวและการใช้จ่ายมากกว่าแค่เพิ่มจำนวน เห็นได้จากมติ ครม. ยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน (ผ.60) แก่นักท่องเที่ยวจาก 93 ประเทศ/ดินแดน และให้กลับไปใช้เกณฑ์เดิมของแต่ละประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในบางประเทศเป้าหมาย เช่น อินเดีย จะพิจารณาเกณฑ์ใหม่เป็นฟรีวีซ่า 15 วัน (ผ.15) ปรับจากเกณฑ์เดิมที่ต้องขอวีซ่าหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival: VoA) นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศจะพิจารณาให้ฟรีวีซ่า 30 วัน (ผ.30) แก่นักท่องเที่ยวจากประเทศสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ให้เป็นแนวทางเดียวกันทั้งหมด ส่วนประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิก EU จะพิจารณาเป็นรายประเทศ

“แม้การยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วันดังกล่าวจะทำให้ตัวเลขคนเข้าเมืองลดลง แต่มองว่าจะทำให้ประเทศไทยได้นักท่องเที่ยวตัวจริงมากขึ้น”

ขณะเดียวกัน มั่นใจว่า “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” ของภาคการท่องเที่ยวในปี 2569 จะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว แต่จะยังไม่กระโดดไปเท่าปี 2562 ซึ่งเป็นปีที่มีรายได้รวมการท่องเที่ยว 3 ล้านล้านบาท เพราะความจริงในตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้ ด้วยภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกไม่ได้อยู่ในทิศทางที่จะกลับไปเหมือนช่วงนั้น แม้สถานการณ์พลังงานจะกลับมาแล้วและช่วยคลายความกังวลไปได้บ้าง

“ถ้ารักษารายได้รวมการท่องเที่ยวปีนี้ได้เท่าปีที่แล้ว ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากในภาวะเศรษฐกิจโลกตอนนี้” สุรศักดิ์ กล่าว

ท่องเที่ยวปัดฝุ่น ‘โค-เพย์เมนต์’ รัฐช่วยจ่าย ชงของบกลางปี 70 ไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านบาท