วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2569

Login
Login

เปิดไทม์ไลน์ปมร้อนเครื่องตีฟองนมพกพา ด้าน ‘คาเฟ่ อเมซอน’ ยุติกระจายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว

ร้านกาแฟเบอร์ 1 ของเมืองไทย “คาเฟ่ อเมซอน” ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกล่าวอ้างกรณี “เครื่องปั่นมือถืออเนกประสงค์” ย้ำเลิกยุติการกระจายสินค้าแล้ว

ทั้งนี้ แถลงการณ์ระบุว่า ตามที่มีการพาดพิงเรื่องการจัดซื้อเครื่องปั่นมือถืออเนกประสงค์ของคาเฟ่ อเมซอน ว่ามีความเกี่ยวข้อง กับการละเมิดเครื่องหมายการค้าในสื่อออนไลน์นั้น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (“OR”) ในฐานะผู้บริหารแบรนด์คาเฟ่ อเมซอน ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 OR ได้ดำเนินการจัดซื้อเครื่องปั่นมือถืออเนกประสงค์ โดยเป็นวิธีประมูลแบบประกาศเชิญชวนทั่วไป และได้มีการชี้แจงรายละเอียดงานแก่ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประมูล โดยมีผู้เข้าร่วมประมูลจำนวน 3 ราย และเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 OR ได้ประกาศผู้ชนะการประมูล

ทั้งนี้ ตลอดกระบวนการประมูลจนถึงการประกาศผลผู้ชนะ ไม่ปรากฏว่ามีผู้เข้าร่วมรายใดคัดค้านกระบวนการหรือผลการประมูลดังกล่าว และ OR ได้กำหนดชัดเจนในสัญญาแล้วว่าสินค้าที่นำมาส่งมอบให้ OR นั้นจะต้องเป็นสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 OR ได้รับหนังสือจากผู้ร้อง ระบุถึงการละเมิดเครื่องหมายการค้า

ALIN OR จึงยุติการกระจายสินค้าเครื่องปั่นมือถืออเนกประสงค์ดังกล่าว

เปิดไทม์ไลน์ปมร้อนเครื่องตีฟองนมพกพา ด้าน ‘คาเฟ่ อเมซอน’ ยุติกระจายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว

พร้อมกันนี้ ได้ขอความร่วมมือทุกท่านติดตามข้อมูลที่ถูกต้อง ผ่านช่องทางของ Café Amazon เท่านั้น

สำหรับประเด็นข้างต้น เกิดจากวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เมื่อเฟซบุ๊ก Watunyoo Pichayanukul ที่ระบุในฐานะผู้ผลิตเครื่องปั่นมือถืออเนกประสงค์ยี่ห้อ ALIN” ได้โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมโพสต์ข้อความ “แบรนด์ผมกับลูกสาวโดนก๊อปครับ” โดยระบายความอัดอั้นในใจกรณีที่ผู้ชนะประมูลในการจัดซื้อเครื่องปั่นมือถืออเนกประสงค์ของคาเฟ่ อเมซอน ละเมิดเครื่องหมายการค้าสินค้าดังกล่าว โดยใช้ทั้ง “ยี่ห้อ และชื่อรุ่น โมเดลสินค้าเดียวกัน”

ก่อนการประมูล เจ้าของสินค้าได้รับการติดต่อจาก 10 บริษัทให้เข้าไปเสนอขายเครื่องตีฟองนงดังกล่าว ให้กับร้านกาแฟชื่อดัง พร้อมกำหนด “รุ่นสินค้า” อย่างชัดเจน โดยมีคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) จำนวนมาก ซึ่งเจ้าตัวยินดีหากสินค้าจะถูกซื้อไปตอบโจทย์การประมูล รวมถึงการได้เข้าไปเป็นหนึ่งใน 3 รายสุดท้ายได้ผ่านด่านไปเป็นผู้เสนอราคาด้วย และระหว่างนั้นมองไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะการประมูล จะต้องมาซื้อสินค้าแบรนด์ที่ระบุในเงื่อนไขการประมูลซึ่งก็คือแบรนด์ ALIN นั่นเอง

ทว่า ภายหลังกลับพบว่ามีสินค้ายี่ห้อ รุ่นเดียวกัน โลโก้ การจัดวางเลย์เอาท์เหมือนกันทุกประการ แล้ว ปรากฏและถูกนำไปใช้จำหน่ายในงาน Thailand Coffee fest จึงได้ทำการตรวจสอบไปยังบริษัทที่เชิญเข้าร่วมประมูล แต่ได้รับคำตอบว่าบริษัทซื้อสินค้าจากผู้ชนะประมูล “อีกราย” ไปแล้ว

จากนั้น เจ้าของแบรนด์ จึงเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรม ทั้งให้สำนักงานทนายความยื่นเอกสารคำเตือนถึงคู่กรณีห้าม หยุดใช้สินค้า การเปิดเผยจำนวนสินค้าที่ขายไปแก่คู่ค้า การเรียกสินค้ากลับคืนเพื่อนำมาทำลาย รวมถึงให้มีการชดใช้ เยียวยาผลกระทบ รวมถึงมีการหารือกันเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่เป็นผลโดยการดำเนินการดังกล่าวใช้เวลาร่วม 6 เดือน

สำหรับแบรนด์ ALIN ที่เป็นประเด็นในขณะนี้มีการทำตลาดเมื่อปี 2566 และมีการจดเครื่องหมายการค้าเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 ซึ่งมองว่ากฎหมายเกิดการคุ้มครองเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม หลังมีแถลงการณ์จาก คาเฟ่ อเมซอน เจ้าของแบรนด์เครื่องปั่นมือถือเอนกประสงค์ จะมีการนำเสนอคลิปวิดีโอ เพื่อตั้งคำถามกลับไปอีกครั้งด้วย