‘สุรศักดิ์’ รมว.การท่องเที่ยวฯ ลงพื้นที่สมุย ย้ำข้อสั่งการนายกฯ ‘อนุทิน’ สางปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพลบนเกาะ ซื้อไอเดียเอกชนผุด ‘สมุยโมเดล’ ชี้ถ้าไทยอยากได้นักท่องเที่ยวคุณภาพเพิ่ม ต้องทำพื้นที่ให้มีคุณภาพเสียก่อน
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงานและยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ณ โรงแรมโนราบุรี รีสอร์ทแอนด์สปา โดยมีผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชนนำโดย สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย เข้าร่วมกางปัญหาและหาทางออกร่วมกันอย่างตรงไปตรงมา
ในที่ประชุม ตัวแทนสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ได้สะท้อนความกังวลของคนในพื้นที่ต่อปัญหาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะสภาพถนนหลายเส้นทางที่ชำรุดทรุดโทรม และปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน ซึ่งทำลายภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลก
ต่อกรณีนี้ นายสุรศักดิ์ สั่งการทันทีว่าจะนำเรื่องนี้ไปจี้ถามหน่วยงานเจ้าของโครงการถึงความหละหลวมที่เกิดขึ้น พร้อมระบุชัดเจนว่าหากเกิดกรณีที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงต้องหาทางจัดการให้จบ ไม่ใช่ผลักภาระทิ้งไว้ให้คนท้องถิ่น ทั้งเอกชนและส่วนราชการในพื้นที่ต้องมาก้มหน้ารับเคราะห์แทน
นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯ ยังได้หยิบยก 2 เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เพิ่งเกิดขึ้นและกระทบต่อความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง ทั้งกรณีกลุ่มแท็กซี่ป้ายดำที่ตั้งตัวเป็นมาเฟียรุมทำร้ายและยิงแท็กซี่ที่ถูกกฎหมายจนเสียชีวิต และกรณีนักวิ่งดาวรุ่งชาวออสเตรเลียวัย 25 ปี ที่เช่ารถจักรยานยนต์ขับขี่ฝ่าสายฝนจนลื่นล้มเสียชีวิตบริเวณทางโค้งซิกแซก
โดยนายสุรศักดิ์ เน้นย้ำถึงข้อสั่งการเด็ดขาดของนายกรัฐมนตรี ในการกวาดล้างกลุ่มผู้มีอิทธิพลบนเกาะ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องเข้มงวดกับผู้ประกอบการรถเช่าที่หละหลวม ปล่อยให้นักท่องเที่ยวที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่เช่ารถไปใช้งาน โดยหลังจากนี้หากพบการฝ่าฝืนต้องถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด รวมถึงต้องบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการสวมหมวกนิรภัย
และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ได้เป็นตัวแทนภาคเอกชนเสนอแนวคิด “สมุยโมเดล” ให้เป็นต้นแบบด้านความปลอดภัยของการท่องเที่ยวไทย ซึ่งประกอบด้วย 2 กลไกหลัก ได้แก่
1. การมอบ “ตราสัญลักษณ์รับรองมาตรฐาน” ให้กับผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์ด้านบริการ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม เพื่อเชิดชูผู้ประกอบการน้ำดี
2. การจัดตั้ง “ศูนย์บูรณาการด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวบนเกาะสมุย” แบบเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service) ที่ครอบคลุมตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ ประสานงานตำรวจ โรงพยาบาล กู้ภัย เทศบาล ให้คำปรึกษากฎหมาย ไปจนถึงการติดตามดูแลจนกว่าปัญหาจะจบ เพื่อการป้องกันเชิงรุก
นายสุรศักดิ์ ได้ขานรับข้อเสนอของภาคเอกชนทันที พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการจัดตั้งศูนย์บูรณาการฯ ดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงโดยเร็วที่สุด
ในมิติของการป้องกันอาชญากรรม รัฐมนตรีฯ ได้กล่าวชื่นชมการทำงานของตำรวจท่องเที่ยว ที่พลิกโฉมการทำงานด้วยการดึงเทคโนโลยีมาใช้จริง ทั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) และโดรนบินตรวจตราที่ผสานระบบ AI ตรวจจับใบหน้า (Face Recognition) เพื่อสแกนหาผู้มีประวัติอาชญากรรมและกลุ่มเสี่ยง “จากอดีตที่ตำรวจไม่กี่นายต้องมานั่งเฝ้าคนทั้งเกาะซึ่งเป็นไปไม่ได้ แต่วันนี้ระบบ AI ทำให้เราป้องกันอาชญากรรมได้แม่นยำและประหยัดทรัพยากรไปมหาศาล นี่คือการป้องปรามที่ทำให้ผู้ไม่หวังดีต้องเกรงกลัว”
ในช่วงท้าย นายสุรศักดิ์ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการผลักดัน “กองทุนสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยว” เพื่อจัดเก็บรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และนำเม็ดเงินเหล่านั้นกลับมาอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานและจ้างอาสาสมัครดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวโดยตรง
“ถ้าเราอยากได้นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เราต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่มีคุณภาพทั้งด้านความปลอดภัยและการบริการให้เขาก่อน การลงพื้นที่ของผมในวันนี้ เรามากางปัญหาและหาทางแก้กันจริงๆ ไม่ใช่แค่มาเดินถ่ายคลิปทำคอนเทนต์แล้วก็จบกันไป ทุกปัญหาที่รับฟังในวันนี้ ต้องมีคนรับผิดชอบและต้องถูกแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม” นายสุรศักดิ์ กล่าวปิดท้าย


