สื่อไทย โคม่า-หายนะ ไม่เพียงเม็ดเงินที่ถูกแพลตฟอร์มข้ามชาติโกยไปมหาศาล แต่อธิปไตยการสื่อสาร ข้อมูล พฤติกรรมผู้บริโภคถูก "ยานแม่" คุมไว้หมด ธุรกิจห่วงอนาคต 10-20 ปีข้างหน้าจะรับข่าวสารอย่างไร ในวันที่คนดู-เทคโนโลยีเปลี่ยน
อุตสาหกรรมสื่อหลักของไทย นิยามภาพใหญ่มีหลากหลายมิติ ทั้งฝั่งผู้ประกอบการทีวี เอเยนซี คนดู ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา เผชิญมรสุมรุมเร้าจากโลกดิจิทัล และพฤติกรรมคนดู-การเสพสื่อเปลี่ยนแปลง
“หายนะ..โคม่า” คือเสียงสะท้อนของผู้ประกอบการ ยิ่ง “ทีวีดิจิทัล” ที่ผ่านกระบวนการทรานส์ฟอร์ม การทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการ(ไลเซนส์) แต่กว่า 12 ปี เป็น “วิบากกรรม” ธุรกิจ ครั้นนับถอยหลังสิ้นสุดไลเซนส์ เดือน เม.ย.2572 “แผนแม่บท” จาก 7 อรหันต์ หรือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ยังไร้ความชัดเจน แม้ถูกจี้ถามหลายระลอก
บทเรียนทีวีดิจิทัล 12 ปี แค่ต้องสู้ต่อ
ช่องโมโน 29 หนึ่งในทีวีดิจิทัลที่เพิ่งเขย่าโครงสร้างทรานส์ฟอร์มเป็นช่องกีฬาเต็มขั้นภายใต้ “Monomax sports TV” เพื่อหาทางเติบโต หลัง 3 ปีที่ผ่านมาแบก “ขาดทุน”
นวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด(มหาชน) หรือ MONO เปิดเผยว่า เส้นทางธุรกิจทีวีดิจิทัล 12 ปี ให้บทเรียนสำคัญในการเดินหน้าต่อไป ส่วนอนาคตแผนแม่บททีวีดิจิทัลยังไม่มีออกมา แต่บริษัทต้องปรับตัวมุ่งสู่การนำเสนอรายการหรือคอนเทนต์กีฬาเป็นหลัก ส่วนคอนเทนต์บันเทิงลดเหลือ 20%
อุตสาหกรรมสื่อทีวีถือเปรียบเป็นอาทิตย์อัสดง หรือ Sunset พฤติกรรมคนดูทีวีน้อยลง เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ บริษัทต้องเตรียมพร้อมรับธุรกิจแห่งอนาคต จึงลุยปั้นแพลตฟอร์มออนไลน์ (สตรีมมิง) ภายใต้ Monomax ที่มีเป้าหมายใหญ่เป็น “แพลตฟอร์มระดับภูมิภาค”
“เมื่ออุตสาหกรรมสื่อทีวีเปลี่ยน เราต้องสร้างแพลตฟอร์ม Monomax คือหนึ่งในตัวแทนแพลตฟอร์มสตรีมมิงของไทยให้แข็งแกร่ง เป็นแบรนด์ไทยที่ต้องการขยายไปตลาดต่างประเทศ แพลตฟอร์มสตรีมมิงหากไม่ทำวันนี้คงไม่มีโอกาสทำในอนาคต”
10-20 ปี คนไทยเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างไร
ท่ามกลางการรอคอยแผนแม่บททีวีดิจิทัล รวมถึงความหวังมี “สื่อหรือแพลตฟอร์มแห่งชาติ” ของไทย ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม หรือ GROUP CEO บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ตั้งคำถามถึง “อนาคต” 10-20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยต้องการให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร และคอนเทนต์ผ่านโครงสร้างพื้นฐานแบบใด ท่ามกลางพฤติกรรมและ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป
“ใบอนุญาตทีวีดิจิทัล” เดิมถูกกำหนดจากพื้นฐาน การใช้คลื่น หรือ ระบบการส่งสัญญาณ ทว่า ต้องเริ่มตั้งคำถามทุกวันนี้ “การดูทีวี” กับ “กิจการทีวี” ยังคงเป็นเรื่องเดียวกันอยู่หรือไม่จากปัจจุบันคนไทยรับชมคอนเทนต์ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ เสาก้างปลา สายอากาศภาคพื้นดิน ใช้คลื่นความถี่โดยตรง 2.จานดาวเทียม ส่งสัญญาณตรงถึงครัวเรือน และ3.อินเทอร์เน็ต ผ่านโครงสร้างพื้นฐานของระบบโทรคมนาคม
10 ปีที่ผ่านมา ทีวีดิจิทัลจ่ายค่าไลเซนส์เพื่อใช้คลื่นภาคพื้นดินหรือ เสาก้างปลา แต่ความเป็นจริง กลับมีผู้ชมผ่านเสาก้างปลา 10-20% อีก 70-75% รับชมผ่านดาวเทียม ที่เหลือชมผ่านช่องทางอื่นๆ และ 6 ปีก่อนการเสพคอนเทนต์ผ่าน Internet หรือ OTT มีอิทธิพลเติบโตต่อเนื่อง
“คำถามในอนาคต ไม่ใช่จะต่อใบอนุญาตทีวีดิจิทัลอย่างไรแต่เราจะนิยามคำว่า..กิจการโทรทัศน์ กันอย่างไรมากกว่า”
ชงโรดแมปทีวี-เปลี่ยนผ่านระบบสื่อสารมวลชนแห่งชาติ
ในฐานะผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ต้องการเห็นโรดแมป 3 ระยะ เคลื่อนอุตสาหกรรมทีวี 1.ระยะสั้น รักษาและประคองโครงข่ายเสาก้างปลา และดาวเทียม เพื่อคนห่างไกลและผู้ด้อยโอกาส หาทางออกสำหรับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาโครงข่าย (MUX) โดยปรับลดต้นทุนค่า MUX ค่า Transponder ลดลงให้สมเหตุสมผล 2.ระยะกลาง วางแผนรองรับการรับชมผ่าน OTT หาวิธีให้ประชาชนทุกครัวเรือนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตขั้นพื้นฐานในราคาถูก 3.ระยะยาว ควรนิยาม “กิจการโทรทัศน์” จากเดิมที่กำกับดูแลตามคลื่นความถี่ ปรับสู่การกำกับตาม “ลักษณะบริการสื่อภาพและเสียงแก่สาธารณะ”
ภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด เสนอแผนเปลี่ยนผ่านระบบสื่อสารมวลชนแห่งชาติ หรือ Media Transition Plan ได้แก่ 1.กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมสื่อไทยระยะ 10-15 ปี 2.รักษาความสามารถของประเทศในการเข้าถึงและกำกับดูแลข้อมูลข่าวสารที่มีผลต่อสาธารณะ และไม่พึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติจนเกินสมควร
3.สร้างโอกาส และยกระดับขีดแข่งขัน ติดอาวุธให้ผู้ประกอบการสื่อไทยในการแข่งขันกับแพลตฟอร์มระดับโลก และ 4. มีการ “กำกับและดูแล ไม่ใช่ปิดกั้น” หรือกีดกัน มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสังคม กับเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
“โจทย์สำคัญ คือการออกแบบระบบนิเวศสื่อใหม่ที่ประกอบด้วย ฟรีทีวี วิทยุ โอทีที สตรีมมิง สื่อโซเชียล แพลตฟอร์มดิจิทัล แม้กระทั่งสื่อโฆษณานอกบ้าน ให้อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล เป็นเรื่องของสิทธิของประชาชน คุณภาพของสังคมไทย ความมั่นคงทางข้อมูลข่าวสาร เพราะสุดท้ายคนไทยต้องเป็นเจ้าของอธิปไตยการสื่อสาร เจ้าของข้อมูล เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ”
สื่อหลักไทย “โคม่า”
สำหรับสถานการณ์สื่อหลักของไทย โดยเฉพาะ “ทีวี” เม็ดเงินโฆษณาลดลงต่อเนื่อง ปี 2569 คาดเหลือเพียง 29,149 ล้านบาท หรือไม่ถึง 40% จากปี 2556 ครองเม็ดเงิน 77,111 ล้านบาท ขณะที่เม็ดเงินโฆษณาสื่อดิจิทัล ปี 2555 มีมูลค่า 2,783 ล้านบาท คาดปี 2569 มีมูลค่า 32,145 ล้านบาท หรือเติบโตมากกว่า 10 เท่า (ข้อมูลโดย DAAT)
นอกจากเม็ดเงินโฆษณาไหลเข้าสู่ระบบนิเวศธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เชื่อมสื่อ อีคอมเมิร์ซ ข้อมูล(Data) องค์ความรู้ที่เกิดจากข้อมูลต่างๆ หลั่งไหลสู่ “ยานแม่” หรือแพลตฟอร์มต่างประเทศ กุมทั้งความสนใจของผู้บริโภค ข้อมูล และธุรกรรมทางเศรษฐกิจในวงจรเดียวด้วย
"สิ่งที่กำลังไหลออกจากประเทศไทยไม่ใช่แค่เม็ดเงินโฆษณา แต่คือรายได้ กำไร ข้อมูล ความรู้ของ AI และอำนาจในการกำหนดสิ่งที่คนไทยเห็น เชื่อ และตัดสินใจ สิ่งที่อุตสาหกรรมสื่อกำลังเผชิญ คือวิกฤติเงียบของประเทศไทย สื่อหลักกำลังอ่อนแอ เงินไหลออกนอกประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดที่เราโคม่าในเชิงโครงสร้างประเทศ ส่งผลต่อระบบนิเวศทั้งหมด”


