“อมอร่อย เคี้ยวอร่อย รสนมอมๆ เคี้ยวๆ” ลูกอมรสนมที่มาพร้อมสัมผัสหนึบหนับเคี้ยวเพลิน รู้จักกันในชื่อ “คูก้า” กว่า 40 ปีที่โลดแล่นอยู่ในตลาด จนปัจจุบัน “คูก้า” มีรสอื่นๆ ให้เลือกหลากหลาย พร้อมกับส่งไม้ต่อให้ทายาทรุ่นที่ 2 มานานเกือบสองทศวรรษ
นอกจากลูกอมคูก้า บริษัท บุญฟู้ดส์ จำกัด ยังมีแบรนด์อื่นในพอร์ตโฟลิโอ พร้อมกับรับจ้างผลิตทำ OEM ให้แบรนด์อื่นๆ โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญที่คร่ำหวอดในธุรกิจลูกอมมานานตั้งแต่รุ่นที่ 1 จนถึง “ฐณัตพล กาญจนโนฬาร” ผู้บริหารและทายาทรุ่นที่ 2 ลูกอมคูก้า
แม้จะมี “Hero Product” เป็นลูกอมเคี้ยวหนึบรสนม แต่รู้หรือไม่ว่า แท้จริงแล้ว “คูก้า” ไม่ได้เริ่มจากการทำลูกอมเป็นอย่างแรก “ผลไม้กวน” คือโปรดักต์แรกสุดที่คุณพ่อของฐณัตพลเริ่มทำ แต่ผ่านไปได้สักพักก็เริ่มมองเห็นลู่ทางในการบุกตลาดลูกอม กระทั่งออกมาเป็นลูกอมเคี้ยวหนึบที่ยืนหนึ่งทำเงินให้กับบริษัทมากที่สุด
ก่อนเป็นรสนม คูก้าเริ่มจาก “รสข้าวโพด” ก่อนทำลูกอม เคยเป็น “ผลไม้กวน”
ฐณัตพลเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์คูก้าให้ฟังว่า ไม่ได้ทำลูกอมตั้งแต่วันแรก คุณพ่อคิดนำผลผลิตทางการเกษตรที่มีจำนวนมากในท้องถิ่นมาแปรรูป อาทิ กล้วย มะพร้าว ทำด้วยกรรมวิธีพื้นฐานทั่วๆ ไปด้วยการกวนในกระทะ ปรากฏว่า ทำไปสักพักก็เริ่มขายดี มีลูกค้าติดใจ แต่ขายดีก็มาพร้อมกับความต้องการปริมาณวัตถุดิบที่มากขึ้น กลายเป็นว่า ติดปัญหาไม่สามารถหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพเท่าๆ กันมาทำได้
จากผลไม้กวนจึงมองหาโปรดักต์อื่น ช่วงนั้นคุณพ่อของฐณัตพลมีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ หลังจากนั้นจึงผุดไอเดียผลิตลูกอมด้วยเครื่องจักรโดยมีวัตถุดิบพื้นฐานเป็นน้ำตาลกลูโคส “ลูกอม” จึงเริ่มขึ้นตั้งแต่ยุคคุณพ่อ หรือราวๆ 40 ปีก่อนหน้า ส่วนรสแรกสุดที่ผลิตก็ไม่ใช่รสนมที่ยืนหนึ่งขายดีตลอดกาลแบบทุกวันนี้ ทว่า เป็น “รสข้าวโพด” โดยมีวัตถุดิบเป็นน้ำตาลกลูโคสแล้วแต่งกลิ่นกับสี ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีชื่อ “คูก้า” เลยด้วยซ้ำ
ทำมาเรื่อยๆ จึงเริ่มเสาะหารสชาติอื่นๆ เพิ่มเติม กระทั่งมาเจอกับ “รสนม” ที่กลายเป็นสินค้าขายดียืนหนึ่งตลอดกาล โดยเป็นรสชาติแรกที่วางขายภายใต้แบรนด์ “คูก้า” ฐณัตพลเล่าว่า ชื่อคูก้ามาจากคำว่า “เสือคูการ์” หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า สิงโตภูเขา ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับอาหารหรือลูกอม แต่มาจากความชอบส่วนตัวของคุณพ่อ
“สมัยนั้นคุณพ่อวิ่งไปส่งของตามร้านค้าที่ตลาดมหานาคและตลาดสัมเพ็ง คูก้าทำแพ็กเกจแบบนี้มาตั้งแต่สมัยนั้น รสแรกที่ออกคือข้าวโพด แต่ตอนนั้นไม่ใช่แบรนด์คูก้า คูก้ารสแรกก็คือรสนมเลย เราก็พยายามนำรสชาติใหม่ๆ มานำเสนอ พัฒนาเองและได้จากพาร์ทเนอร์ของเราด้วย มีการคุยกันตลอดว่า เทรนด์ปีนี้เป็นยังไง ปีหน้าเป็นยังไง รสชาติอะไรกำลังมา แล้วดูว่า ปรับให้เข้ากับโปรดักต์ลูกอมเราได้มั้ย”
ไม่ได้มีแค่ “คูก้า” แต่ยังรับผลิตให้แบรนด์อื่น อยากเข้าถึง Gen Z เตรียมออกรสใหม่เพิ่ม
คูก้าในรุ่นของ “ฐณัตพล” ต้องการเปลี่ยนแปลงให้สินค้ามีคุณค่ามากขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงลูกอมที่ทานเพื่อความสนุกสนาน แต่ต้องให้ประโยชน์ด้านอื่นๆ กับคนกินด้วย เช่น ใส่เกลือแร่หรือวิตามินเข้าไป มีสารสกัดจากสมุนไพรต่างๆ จากที่เป็นลูกอมธรรมดาก็สามารถเพิ่มเติมคุณประโยชน์ ทำให้ขยับเข้าใกล้ “Supplement” ทั้งแบบอมและเคี้ยวได้ด้วย
ทายาทรุ่นที่ 2 บอกว่า ก่อนหน้านี้มีการทำการตลาดต่อเนื่องทุกปี ออกสินค้าใหม่เกือบทุกปี แต่ในระยะหลังเริ่มช้าลง รวมถึงยังมีการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อจากทีวีสู่ออนไลน์ ซึ่งก่อนหน้านี้หลายคนจะคุ้นเคยกับ “คูก้า” ผ่านโฆษณาทางทีวี หลังจากนี้ก็มีคิดปรับวิธีสื่อสารไว้เหมือนกัน เริ่มมองหาพรีเซนเตอร์ที่เข้าถึงเด็กรุ่นใหม่ได้มากขึ้น
ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอของ บริษัท บุญฟู้ดส์ จำกัด อันดับหนึ่งยังเป็นแบรนด์ที่ผลิต โดยมี “คูก้า” เป็นเรือธง รองลงมาคือสินค้ากลุ่มรับจ้างผลิต หรือ “OEM” และสามคือกลุ่มสินค้าส่งออก โดยแบรนด์ที่ส่งออกมากที่สุดก็คือคูก้า ส่วนใหญ่ไปประเทศกลุ่มอาเซียนและจีนเป็นหลัก
“ฐณัตพล” ตั้งเป้าเจาะกลุ่มผู้บริโภคโดยต้องการเปลี่ยนแปลงสินค้าให้ทันสมัยเหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทุกวัน ระบุว่า กลุ่มเป้าหมายตอนนี้ยังเป็นเด็กๆ ขณะเดียวกันก็พยายามออกรสชาติใหม่ๆ ที่จะดึงวัยรุ่นหรือวัยทำงานเข้ามามากขึ้น มีรสชาติที่จะออกมาเจาะวัยทำงาน ได้แก่ รสกาแฟ รสชาเขียว อาจจะได้เห็นทันภายในปีนี้ ส่วน “รสนม” อย่างไรก็น่าจะยังเป็นรสชาติที่ขายดีที่สุด
แม้จะยืนยันว่า มีเด็กๆ เป็นเป้าหมายหลัก แต่ก็ต้องยอมรับตามตรงว่า “คูก้า” ไม่ใช่แบรนด์ที่เติบโตมาพร้อมๆ กับ Gen Z ทำให้กลุ่มนี้อาจจะรู้จักแบรนด์น้อยกว่ารุ่นก่อน “ฐณัตพล” ยอมรับว่า หลายปีที่ผ่านมา “คูก้า” อาจจะเงียบๆ ไปบ้าง แต่หลังจากนี้ภายใน 1-2 ปีจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ออกมาแน่นอน เพื่อกระตุ้นตลาดให้คนยังจดจำแบรนด์ โดยเฉพาะ Gen Y ที่โตมากับคูก้า ให้นึกถึงแบรนด์ที่เคยกินในวัยเด็ก ดึงกลุ่มนี้กลับมาเป็นฐานลูกค้าอีกครั้งด้วย
“สมัยก่อนเราเคยมีพรีเซนเตอร์ แต่หลังๆ เราไม่ได้ใช้คนที่มีชื่อเสียงหรือดารา เราโฟกัสที่ข้อมูลในการนำเสนอมากกว่า ส่วนการดึงพรีเซนเตอร์เป็นเด็กรุ่นใหม่มีคิดไว้เหมือนกัน ตอนนี้อยู่ในแผนและขั้นตอนดูงบประมาณ ผมเข้ามาดูธุรกิจต่อจากคุณพ่อนานมากแล้ว น่าจะมี 20 กว่าปีได้ ความเปลี่ยนแปลงในตลาดที่เห็นก็มี ผู้บริโภคสมัยใหม่ทานน้ำตาลน้อยลง พยายามหลีกเลี่ยง แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า สินค้าเราตอบโจทย์ หรือแก้ Pain Point ให้เขาได้รึเปล่า”
ปีนี้อยากโตอย่างน้อย 20% เป้าหมายใหญ่ขอพา “คูก้า” แตะพันล้านในรุ่นตัวเอง
สำหรับเป้าหมายด้านรายได้ “ฐณัตพล” ตั้งเป้าโตอย่างน้อยๆ 20% ปีที่ผ่านมาก็เติบโตขึ้น แต่ยอมรับว่า ไม่ตรงตามเป้าที่ตั้งไว้ การทำธุรกิจยากขึ้นทุกวันเมื่อเทียบกับสมัยก่อน อาจเป็นเพราะตอนนั้นผู้ผลิตลูกอมไม่ได้มีมากนัก ปัจจุบันคู่แข่งทั้งในและต่างประเทศเยอะขึ้นมาก ท้าทายขึ้นทุกปี ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็จะโดนคนอื่นแซงหน้า
ตอนนี้มีแผนออกสินค้าใหม่ทุกปี ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ของตัวเองหรือการทำ OEM ก็ตาม โดยสินค้าที่รับจ้างผลิตมีทั้งหนังไก่ทอดและลูกอมชนิดต่างๆ ส่วนแบรนด์ของตัวเองนอกจาก “คูก้า” ก็มีแบรนด์ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อส่งออกโดยเฉพาะ สำหรับตลาดส่งออกตอนนี้ “ฐณัตพล” มองว่า ยากเหมือนกัน ได้รับผลกระทบเหมือนกับคนอื่นๆ ทั้งเรื่องน้ำมันแพง ราคาแพ็กเกจจิ้งปรับตัวสูงขึ้น ตอนนี้ต้นทุนสูงขึ้นกว่า 30-40%
อย่างไรก็ตาม ทายาทรุ่นที่ 2 มีฝันใหญ่ที่ปักธงไว้ในใจ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ยอดขายโตระดับ 4-5 เท่าจากปัจจุบันในรุ่นถัดไป มองว่า คุณพ่อทำมาดีมาก เป็นความกดดันส่วนตัวที่ต้องทำให้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า ยึดคำสอนจากพ่อเรื่องการทำธุรกิจที่ต้องมีความซื่อสัตย์เป็นที่ตั้ง พูดคำไหนคำนั้น พูดแล้วต้องทำแม้จะเสียผลประโยชน์ก็ตาม และอยากพา “คูก้า” ไปให้ถึงพันล้านในรุ่นตัวเองให้ได้
สำหรับผลประกอบการ บริษัท บุญฟู้ดส์ จำกัด มีรายละเอียด ดังนี้
ปี 2568: รายได้ 135 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4.1 ล้านบาท
ปี 2567: รายได้ 128 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4 ล้านบาท
ปี 2566: รายได้ 129 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3.9 ล้านบาท
ปี 2565: รายได้ 112 ล้านบาท กำไรสุทธิ 7.3 ล้านบาท
ปี 2564: รายได้ 63 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 6.1 ล้านบาท


