วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2569

Login
Login

ขนส่งสินค้าจำเป็น ‘กำไรบาง’ วอนรัฐหนุนค่าขนส่ง ‘เครือสหพัฒน์’ ยังกัดฟันตรึงราคา

“เครือสหพัฒน์” ยักษ์ใหญ่สินค้าอุปโภคบริโภคของเมืองไทย ยังย้ำนโนบายไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคา แต่ยอมรับผลกระทบน้ำมันแพง กดดันต้นทุนให้อยู่ระดับสูง กลุ่มธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าจำเป็น “กำไรบาง” ขอรัฐช่วยการขนส่ง ไม่ห่วงวัตถุดิบแพง กลัวขาดแคลนมากกว่า

เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา หนึ่งในกิจกรรมใหญ่ของรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี คือการเชิญบรรดาแม่ทัพใหญ่ ซีอีโอขององค์กรชั้นน้ำเมืองไทยเข้าหารือคือ “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง" แม้จะมีบิ๊กนักธุรกิจมากมาย แต่ผู้ที่นั่งขนาบข้างนายกรัฐมนตรี คือ​ ผู้บริหารของ “สหพัฒนพิบูล” ภายใต้เครือสหพัฒน์

ครั้งแรก ถึงการนำเสนอประเด็นผลกระทบจากฝั่งผู้ประกอบการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้าอุปโภคบริโภค(FMCG) โดย เวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า สิ่งที่บอกกล่าวแก่นายกรัฐมนตรี คือ หลังจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และกระเทือนต่อการขนส่งสินค้าจำเป็นอย่างมาก ทำให้ห้วงเวลานี้ธุรกิจมี “กำไรบาง” ยิ่งกว่านั้น บางเส้นทางที่ขนส่งไกล ต้องเผชิญภาวะ “ขาดทุน”

ทั้งนี้ เมื่อต้นทุนค่าขนส่งและกระจายสินค้าอยู่ในระดับสูง การจะทำให้ผู้ประกอบการ “ไม่ขึ้นราคาสินค้า” เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบาก จึงต้องการให้รัฐพิจารณาแนวทางในการ “สนับสนุนค่าขนส่ง” เฉพาะรถขนส่งสินค้าได้หรือไม่ โดยไม่มีการยื่นข้อเสนอว่าควรอุดหนุนในอัตราเท่าไหร่

“การพบนายกรัฐมนตรีอนุทิน ผมได้พูดคุยในส่วนของสินค้าจำเป็นที่ดูแลอยู่ ขณะนี้กำไรค่อนข้างบาง ส่วนบางแค่ไหนขึ้นอยู่กับนิดสินค้า และบางเส้นทางที่รถขนส่งสินค้าวิ่งไกลๆ ไม่เหลือกำไร เกิดการขาดทุน การจะไม่ขึ้นราคาสินค้าเป็นเรื่องยากลำบาก หากรัฐจะช่วย ช่วยดูแลเฉพาะค่าขนส่งสินค้าได้น่าจะดี เพราะหากน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงเช่นนี้ต่อเนื่อง ยากที่บริษัทจัดจำหน่ายสินค้าจำเป็นจะอยู่รอด ซึ่งเป็นการแจ้งให้นายกฯทราบ”

อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ที่ผ่านมาผู้ประกอบการสินค้าจำเป็นรายใหญ่ร่อนหนังสือแจ้งคู่ค้าพันธมิตรถึงผลกระทบถ้วนหน้า รวมถึง “สหพัฒนพิบูล” และในฐานะผู้จัดจำหน่ายและกระจายสินค้าได้ “ปรับราคาขนส่งขึ้นลง” ในแต่ละวันแก่รถขนส่งสินค้า ให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันทันที

แนวโน้มต้นทุนครึ่งปีหลังยังดูไม่ดี อีกทั้งการหาวัตถุดิบยากลำบากขึ้น ส่วนการค้าขายโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ช่วยค่อนข้างมาก หากไม่มีโครงการกระตุ้นกำลังซื้อนี้ภาพรวมอาจจะแย่ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนเดือนพฤษภาคมถือว่าอ่อนตัวลงกว่าเดือนเมษายน ตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน อีกด้านขอย้ำว่าสหพัฒนพิบูลไม่มีนโยบายจะขึ้นราคาสินค้า แต่บริษัทจะหาแนวทางบริหารจัดการต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายภายในก่อน”

อีกบทบาท “เวทิต” ยังดำรงตำแหน่ง รองประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และประธานสายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ จึงมีการเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ถึงการพัฒนาโครงข่ายเพื่อเชื่อมต่อการขนส่ง(Missing Link) 2-3 จุด เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยที่อยู่ในระดับสูง ยิ่งมาเจอสถานการณ์น้ำมันแพง เป็นการซ้ำเติมต้นทุน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวต้องใช้เวลา แต่การสร้างทางรถไฟไว้ย่อมเป็นเรื่องดี เพื่อเชื่อมต่อการขนส่งไปทางเรือ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ได้

“มีการเสนอให้รัฐบาลทำทางรถไฟ เชื่อมต่อจุดที่หายไปหรือ missing link 2-3 จุด หากใช้รถไฟ หรือเป็นมัลติโมเดลขนส่งจากเรือไปราง ก็จะช่วยลดค่าขนส่งลงได้ ซึ่งท่านนายกฯ ก็รับเรื่องไปหมดแล้ว

ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่แนล จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นสิ่งที่ประคองค่อนข้างยาก ส่วนราคาสินค้าจะปรับขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้า หากเป็นสินค้าควบคุมย่อมต้องอั้น ขึ้นราคาไม่ได้ ส่วนสินค้าที่ไม่ได้ถูกควบคุมก็ต้องพิจารณา แต่ภาพรวมเครือสหพัฒน์ ขณะนี้ยังไม่มีการขึ้นราคาสินค้า นับตั้งแต่เกิดสงครามในตะวันออกกกลาง

“ต้นทุนสินค้าไหนขึ้นหนักสุด ยอมรับว่าหนักจนไม่รู้ว่าตัวไหนหนัก เพราะนอกจากแพ็คเกจจิงพลาสติก ยังมีต้นทุนผ้าที่ผลิตเสื้อผ้า สินค้าแฟชั่น ทำให้งานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 30 จึงมีการลดราคาสินค้าในอัตราที่มากน้อยต่างกัน ยังมีสินค้าที่ผลิตมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ บนต้นทุนวัตุดิบเดิม ส่วนสินค้าใหม่ในอนาคตที่จะผลิตออกสู่ตลาด ย่อมบวกต้นทุนใหม่เข้าไป”

พิภพ โชควัฒนา กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า สัญญาณต้นทุนสินค้าตอนนี้ยากจะคาดการณ์ แต่จากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ที่เกิดในเวลาอันรวดเร็ว ผู้ประกอบการเจอปัญหาร่วมกันหมด ส่วนเรื่องราคาสินค้าที่จะต้องส่งสัญญาณให้ผู้บริโภคทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมรับมือ ถือเป็นเรื่องยากเนื่องจากเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

“แพ็คเกจจิงพลาสติกขึ้น เครือสหพัฒน์ก็ได้รับผลกระทบ แต่ตอนนี้เราไม่ห่วงราคาสินค้า ที่น่าห่วงมากกว่าคือภาวะขาดแคลน”