“ศุภจี” ปลื้มไทยช่วยไทยพลัส กระแสดี ลดค่าครองชีพ-หนุนร้านค้า SME คึกคัก ยังไม่ฟันธงเพิ่มวงเงิน ขอรอประเมิน ลุ้นสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย หนุน GDP ไทยฟื้น
16 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงผลตอบรับโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ว่า หลังเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนเมษายน พบว่าการใช้จ่ายของประชาชนดีขึ้น ช่วยบรรเทาค่าครองชีพ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ขณะเดียวกันเริ่มมีผู้ประกอบการ SME เข้าร่วมเครือข่ายมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งการลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ให้ประชาชน
เมื่อถามถึงกระแสตอบรับที่ดี จะมีการพิจารณาเพิ่มวงเงินโครงการหรือไม่ นางศุภจี ระบุว่า ต้องรอการประเมินผลและหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก่อน พร้อมย้ำว่า หากประชาชนได้รับประโยชน์ก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดี
ส่วนผลตอบรับในช่วง 16 วันที่ผ่านมา พบว่าทั้งประชาชนและร้านค้ามีการตอบรับในทางที่ดี ร้านค้าหลายแห่งมีความคึกคัก แต่รายละเอียดเพิ่มเติมต้องรอการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาประเมินผลโครงการอย่างรอบด้าน
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยและ GDP นางศุภจี ระบุว่า ปัจจุบันตัวเลขไตรมาสแรกอยู่ที่ 2.8% แต่ยังต้องติดตามและทบทวนสถานการณ์เพิ่มเติม โดยประเมินกรอบไว้ที่ 1.5–2% พร้อมมองว่า หากสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านคลี่คลาย จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงไทย ทั้งด้านการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ราคาพลังงาน และต้นทุนสินค้า ซึ่งจะช่วยหนุนการส่งออกและการค้าให้ดีขึ้น
ส่วนกรณีราคาสินค้าที่ปรับขึ้นไปก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสินค้าควบคุม 61 รายการอย่างใกล้ชิด โดยยอมรับว่าราคาสินค้าอาจยังปรับลดไม่ได้ทันที แม้ราคาน้ำมันลดลง เนื่องจากผู้ประกอบการยังมีต้นทุนเดิม จึงต้องอาศัยความร่วมมือในการทยอยปรับราคา


