วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘โรงแรมไทย’ เฮรับ ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ ยุติสงคราม ลุ้น ‘นักท่องเที่ยวต่างชาติ’ คัมแบ็กไฮซีซัน Q4/69

หลังจาก “สหรัฐ” กับ “อิหร่าน” ประกาศข้อตกลงสันติภาพเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ 19 มิ.ย.2569 นับเป็นข่าวดีของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก หลังต้องเผชิญวิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความผันผวนของราคาพลังงานยาวนานกว่า 3 เดือน

เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ในมุมผู้ประกอบการท่องเที่ยว การเตรียมลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน จะส่งผลดีทันทีในเชิงจิตวิทยาการเดินทาง แต่ยังต้องรอลงนามอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิ.ย.69 นี้ และเมื่อกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ราคาน้ำมันโลกน่าจะลดลง และทำให้การเดินทางผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลางไม่มีปัญหา

“แต่ยังประเมินได้ยากว่าราคาน้ำมันจะถูกลงมากน้อยแค่ไหน และส่งผลต่อราคาตั๋วเครื่องบินอย่างไร ไม่แน่ใจว่าต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงก่อนหน้านี้จะสร้างแรงเฉื่อยไปอีก 1 ปีหรือไม่ แต่ภาพรวมบรรยากาศดีขึ้นแน่นอน ไม่มีการปิดน่านฟ้า การเดินทางท่องเที่ยวกลับมา คาดหวังว่าจะเห็นจำนวนเที่ยวบินที่เคยมีการยกเลิกไป กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง เพื่อให้การท่องเที่ยวกลับมาปกติเหมือนเดิม”

ทั้งนี้คาดว่าในไตรมาส 3 ปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว จากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นหลัก ส่วนมหกรรม “ฟุตบอลโลก 2026” ซึ่งมีประเทศสหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วมกัน 3 ประเทศ จัดแข่งกว่า 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย. - 19 ก.ค.69 มองว่ายังไม่เห็นผลกระทบชัดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงจากเมกะอีเวนต์นี้

“พอมีข่าวดีเรื่องสหรัฐ และอิหร่านเตรียมลงนามข้อตกลงสันติภาพ สมาคมโรงแรมไทยประเมินว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในเดือนมิ.ย. น่าจะดีกว่า 50% ซึ่งเป็นตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ได้มาจากการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่พักแรมประจำเดือนพ.ค.2569 อย่างไรก็ตาม อาจไม่ถึงกับเด้งกลับมาในทันที เพราะสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อกว่า 3 เดือน ทำให้เศรษฐกิจไม่ดีทั้งโลก โดยประเมินว่าน่าจะดีขึ้นในไตรมาส 4 ซึ่งตรงกับไฮซีซันของภาคการท่องเที่ยวไทย”

‘โรงแรมไทย’ เฮรับ ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ ยุติสงคราม ลุ้น ‘นักท่องเที่ยวต่างชาติ’ คัมแบ็กไฮซีซัน Q4/69 เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์

เทียนประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลสำรวจ “ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่พักแรม เดือน พ.ค.2569” จัดทำโดยสมาคมโรงแรมไทย และธนาคารแห่งประเทศไทย ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 13-31 พ.ค.69 มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 154 แห่ง ระบุว่า “อัตราการเข้าพัก” เดือนพ.ค.2569 โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 56% ลดลงจากเดือนก่อนตามการเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซัน ประกอบกับภาวะความขัดแย้งใน “ตะวันออกกลาง” เป็นปัจจัยกดดันให้นักท่องเที่ยวเดินทางลดลง

เมื่อดูอัตราการเข้าพักเฉลี่ยรายภูมิภาคในเดือนพ.ค.2569 พบว่า ภาคเหนือมี 39% ลดลงเล็กน้อยจาก 40% ของเดือนเม.ย. ส่วนภาคตะวันออกอยู่ที่ 60% ลดลงจาก 65% ของเดือนก่อน ขณะที่ภาคกลางมี 64% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 63% ของเดือนก่อน และภาคใต้มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 48% ลดลงจาก 67% ของเดือนก่อน

และเมื่อมองไปข้างหน้า ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่ประเมินว่ารายได้ใน “ไตรมาส 3 ปี 2569” มีแนวโน้มลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี รายได้โรงแรมบางแห่งราว 1 ใน 10 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งจากนักท่องเที่ยวไทยเลือกเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่หรือจังหวัดใกล้เคียง เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย หลังต้นทุนท่องเที่ยวสูงขึ้น อาทิ ราคาน้ำมันรถยนต์ และค่าตั๋วเครื่องบิน

ธุรกิจโรงแรมมากกว่าครึ่งประเมินว่า “ต้นทุนรวม 3 เดือนข้างหน้า” มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยส่วนใหญ่ประเมินว่าจะเพิ่มขึ้น 6-10% นำโดยต้นทุนเชื้อเพลิง วัตถุดิบ และค่าไฟ อย่างไรก็ดี ธุรกิจโรงแรมมากกว่า 52% แม้ “สภาพคล่อง” ตึงตัวขึ้น แต่อยู่ในระดับที่พอจะดำเนินธุรกิจได้ ส่วนอีก 42% มีสภาพคล่องอยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการทำธุรกิจ

“ธุรกิจโรงแรมราว 70% คาดว่าในไตรมาส 4 ปี 2569 จะเป็นช่วงที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาใกล้เคียงกับก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง”

‘โรงแรมไทย’ เฮรับ ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ ยุติสงคราม ลุ้น ‘นักท่องเที่ยวต่างชาติ’ คัมแบ็กไฮซีซัน Q4/69

สำหรับ “มาตรการช่วยเหลือ” ที่ผู้ประกอบการต้องการจากภาครัฐ โรงแรมส่วนใหญ่ต้องการให้มีมาตรการดังนี้ 1.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและรายได้ มีมาตรการกระตุ้น และส่งเสริมไทยเที่ยวไทย เพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับสายการบิน และธุรกิจท่องเที่ยวอื่นๆ อาทิ ทำการตลาดเชิงรุกเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะเอเชีย รวมถึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลัก และเมืองรอง อาทิ เพิ่มการจัดประชุมภาครัฐ และอีเวนต์ต่างๆ

2.มาตรการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ควบคุมราคาเชื้อเพลิง ลดต้นทุนพลังงาน และค่าธรรมเนียมภาครัฐ รวมถึงการออกมาตรการลดหย่อนภาษี อาทิ ภาษีนิติบุคคล ภาษีบุคคลธรรมดา และภาษีโรงเรือน

3.มาตรการด้านการเงิน มีมาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง อาทิ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับปรับปรุงโรงแรม และสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานยั่งยืน

4.มาตรการด้านแรงงาน อำนวยความสะดวกในการยื่นอบรมพนักงานผ่านแพลตฟอร์มภาครัฐ และสนับสนุนการอบรมพัฒนาบุคลากรภาคบริการ

5.มาตรการอื่นๆ สื่อสารภาวะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจสามารถวางแผนรับมือได้ทันท่วงที

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์