เปิดรายได้ “SOURI” มาการองเจ้าดังของ “วิน-เมธวิน” จากชอบกินขนม สู่การต่อยอดสร้างแบรนด์-ปรุงสูตรมาการองด้วยตัวเอง ปีนี้ธุรกิจโตทะลุ “301 ล้าน” ขยายสาขาไปแล้ว 40 แห่ง มีทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด กลยุทธ์ Collaboration-Localized Marketing สร้างการจดจำ-เพิ่มฐานลูกค้าให้แบรนด์มากยิ่งขึ้น
“SOURI” (ซูรี) ที่แปลว่า “รอยยิ้ม” ในภาษาฝรั่งเศส คือชื่อของแบรนด์ขนมหวานมาการองเจ้าดัง ก่อตั้งในปี 2563 ตรงกับช่วงเวลาที่โรคระบาดใหญ่เกิดขึ้น มาการอง “SOURI” ไม่ใช่แบรนด์ที่เติบโตอย่างหวือหวามาตั้งแต่แรก ค่อยๆ เก็บเล็กผสมน้อยฐานลูกค้ามาเรื่อยๆ กระทั่งเริ่มติดสปีดธุรกิจช่วงปี 2567 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นปีที่ “SOURI” มีรายได้ก้าวกระโดดแตะหลักร้อยล้านเป็นครั้งแรก
ผู้ร่วมก่อตั้งซูรี SOURI มาการอง มีทั้งหมด 3 คน ได้แก่
- หมิง-มินตรา โอภาสเอี่ยมขจร
- ไอซ์-กษนันท์ โอภาสเอี่ยมขจร
- วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร
สามพี่น้องที่มีแพชชันชอบกินขนมและของอร่อยเหมือนๆ กัน กระทั่งคิดอยากสร้างแบรนด์ขนมเป็นของตัวเอง
ประจวบเหมาะกับที่ “หมิง” เรียนทำขนมจากสถาบัน เลอ กอร์ดอง เบลอ นำความรู้พื้นฐานด้านการทำขนมที่มีมาปรับให้เข้ากับรสชาติและสัมผัสแบบที่ต้องการ ทำให้มาการองแบบ “SOURI” มีเอกลักษณ์ตั้งแต่แรกเห็น มาพร้อมกับชั้นครีมหนา ขึ้นชื่อเรื่องไส้แน่นให้เยอะ
การเติบโตของ “SOURI” ในช่วงเวลาที่ผ่านมา นอกจากจะเพิ่มวอลุ่มด้วยการขยายสาขาครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และไปต่างจังหวัด ยังสร้างปรากฏการณ์บนโลกโซเชียลด้วยกลยุทธ์ “Collaboration” กับหลากหลายแบรนด์ ตั้งแต่ “Shiseido” ยักษ์ใหญ่สกินแคร์-เมคอัพจากญี่ปุ่น “The Powerpuff Girl” การ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ชื่อดังจากอเมริกัน “เด็กสมบูรณ์” ต้นตำรับซีอิ๊วขาวเจ้าดังของเมืองไทย “ลูกก๊อ” น้ำผลไม้สด-ปั่นในเครือ After You เป็นต้น
นอกจากนี้ “SOURI” ยังใช้วิธี “Localized Marketing” ผุดรสชาติใหม่ๆ ที่ยึดโยงกับเอกลักษณ์ของจังหวัดนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น รสไก่ทอดหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รสข้าวหลาม จังหวัดชลบุรี รสโรตีสายไหม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รสคัสตาร์ดไข่เค็ม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้น ไม่เพียงแต่สร้างความแปลกใหม่ให้ผู้บริโภค แต่ยังใช้วิธีการออกรสชาติดังกล่าวแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะสาขาในพื้นที่เท่านั้น อยากมาลองรสชาตินี้ก็ต้องมาเยือนที่ “SOURI” จังหวัดต้นทาง ไม่ได้กระจายไปยังสาขาอื่นๆ
นี่คือความชาญฉลาดของ การตลาดแบบซูรี ที่ทำสินค้าออกมาในรูปแบบ “Limited Edition” ยิ่งหายากก็ยิ่งอยากลองอยากได้มาชิม ส่วนในกรุงเทพฯ ปีที่ผ่านมาประเดิมเปิดสาขาสแตนอโลนแห่งแรกที่ถนนบรรทัดทอง มาพร้อมกับ 9 รสชาติใหม่ เป็นรสชาติขนมไทยที่คุ้นเคยล้วนๆ อาทิ รสกล้วยบวชชี รสฝอยทองเม็ดขนุน รสลอดช่อง รสทับทิมกรอบ เป็นต้น
สารพัดอย่างที่ “SOURI” วาดลวดลายออกดอกออกผลจนทำให้ปีที่ผ่านมาผลประกอบการ บริษัท ซูรี เอ็นเตอร์ไพรส์ กรุ๊ป จำกัด เติบโตก้าวกระโดดทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ปี 2568: รายได้ 301 ล้านบาท กำไรสุทธิ 21 ล้านบาท
ปี 2567: รายได้ 155 ล้านบาท กำไรสุทธิ 17 ล้านบาท
ปี 2566: รายได้ 17.2 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 3.3 ล้านบาท
ปี 2565: รายได้ 13.8 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 1.2 ล้านบาท
ปี 2564: รายได้ 16.3 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4.5 ล้านบาท
และในปีนี้ “SOURI” ก็น่าจะมีแผนขยายสาขาออกมาอีกเรื่อยๆ พร้อมกับความสนุกในการทำ Collaboration ทั้งแบรนด์ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการคอลแล็บส์ข้ามห้วยที่ช่วยสร้างสีสันให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี


