วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน 2569

Login
Login

'ออล อะเบาท์ ยู' เสริมแกร่งผู้นำ 'คลีน บิวตี้' ดันยอดขายปี 69 ทะยานโตแตะ 1,250 ล้านบาท

"ออล อะเบาท์ ยู" ดึงสกินแคร์แบรนด์เกาหลีเติมพอร์ตโฟลิโอ เสริมแกร่งผู้นำ "คลีน บิวตี้" ในประเทศไทย เดินหน้าหาช่องเติบโต หันรุกทำการตลาด สร้างแบรนด์ ผลักดันยอดขายปี 2569 แตะ 1,250 ล้านบาท จากปี 2568 กวาด 780 ล้านบาท

ตลาดสินค้าความงามหรือบิวตี้ มีหลากหลายหมวด ยังมีการแบ่งเซ็กเมนต์เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายแตกต่างกันไปด้วย แบรนด์ใคร่เจาะลูกค้าวงกว้าง(Mass) จะพัฒนาสินค้าเอาใจฐานของตัวเอง ส่วนตลาดเฉพาะ(Niche) จะมีสินค้าคุณสมบัติอีกแบบเพื่อเสิร์ฟลูกค้า

Clean Beauty มีมานาน แต่อาจยังไม่แมส เพราะผู้ใช้สินค้าเหล่านี้เกิดจาก Pain point ในชีวิต ทั้งผิวแพ้ง่าย มองหาส่วนผสมจากธรรมชาติ(ออร์แกนิก) แม้กระทั่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ณฤดี เมฆภานุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออล อะเบาท์ ยู จำกัด ให้มุมมองเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความงาม “คลีน บิวตี้” จะมี 3 เช็กลิสต์ ประกอบด้วย 1.สกินแคร์ที่ปราศจากสารอันตราย ที่ไม่กระทบต่อภูมิคุ้มกัน 2.ไม่มีสารต้องห้ามที่หลายประเทศระบุชัดเจน โดยอ้างอิงองค์กรอย่าง “EWG” (Environmental Working Group) ที่ช่วยทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในการเลือกซื้อสินค้าสกินแคร์ และ 3.ผลิตภัณฑ์ต้องไม่ทดลองกับสัตว์ เป็นต้น  

“ออล อะเบาท์ ยู” ทำตลาดภายใต้จุดยืนของแบรนด์ที่มุ่งตอบโจทย์คลีน บิวตี้ การตั้งต้นธุนกิจเพราะตั้งท้อง ทำให้ต้องระมัดระวังในการใช้สินค้า เพราะจะส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ จึงมีการศึกษาผลิตภัณฑ์ความงามอย่างถี่ถ้วน อีกทั้งตอนไปสหรัฐฯ พบชั้นวาง(เชลฟ์)สินค้าความงามมีใบรับรองต่างๆเต็มไปหมด ยังมีเซ็กชันสำหรับคลีน บิวตี้ โดยเฉพาะด้วย จึงเห็นว่าตลาดนี้ควรจะมีในประเทศไทย เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่ปลอดภัยต่อตัวเอง

จากจุดสตาร์ท ปัจจุบันบริษัทเดินทางถึงขวบ 12 ปี เห็นเทรนด์ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เนื่องจากการเปิดกว้างของโลกข้อมูลข่าสสารผ่านดิจิทัล ออนไลน์ ทำให้กระแสคลีนบิวตี้ โตอย่างต่อเนื่อง จาก Niche Market ในอดีต รวมถึงการมีกระแสอายุยืนอย่างมีคุณภาพ หรือ longevity การตระหนักถึงความสวยจากภายใน ตลอดจนการดูแลสุขภาพ การใช้ของดี ปลอดภัยสุด แต่งแต้มความสวยโดยปราศจากสารอันตราย เป็นต้น

'ออล อะเบาท์ ยู' เสริมแกร่งผู้นำ 'คลีน บิวตี้' ดันยอดขายปี 69 ทะยานโตแตะ 1,250 ล้านบาท

“ผู้บริโภคยังไม่ค่อยรู้จักคลีน บิวตี้ มากนัก แต่กลุ่มเป้าหมายที่คอนเน็คกับออล อะเบาท์ ยู จะเป็นคนรุ่นใหม่ เออร์ลี่เอจจิ้ง ผิวแพ้ง่าย และเป็นคุณแม่ แต่ภารกิจของเราที่ทำตลาดคลีนบิวตี้ เพราะอยากส่งต่อความสวยงาม ความยั่งยืนสู่กลุ่มผู้บริโภคทุกวัย อยากให้เข้าถึงได้เหมือนร้านสะดวกซื้อ”

ด้านภารกิจผลักดันบริษัทให้เติบโต “ออล อะเบาท์ ยู” เติมหน้าเสริมแกร่งด้วยการนำสินค้าใหม่ๆมาเติมพอร์ตโฟลิโอให้หลากหลายมาตอบสนองกลุ่มเป้าหมายในฐานะ “ผู้คัดสรรความสวยคลีนมาให้คุณ” หรือ Selector of Clean Beauty” โดยล่าสุดดึงแบรนด์ “พูริโต โซล”(Purito Seoul)ครีมบำรุงผิว จากประเทศเกาหลี สู่ไทยเพิ่ม

“การเลือกแบรนด์เกาหลี Purito Seoul มาทำตลาดในประเทศไทย เพราะต้องการเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ขณะที่จุดแข็งของแบรนด์เกาหลี ถือเป็นแบรนด์ระดับโลก มีการทำตลาดในรีจินัล ขณะที่การทำตลาดบิวตี้ในไทยจะท้าทาย ที่ปกติแบรนด์พันธมิตรจากเกาหลีมักจะไปเจาะตลาดประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนก่อน เช่น ไปเวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ มีความระมัดระวังในการเข้าตลาดไทย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง แบรนด์จำนวนมากและล้วนเป็นบิ๊กเนม”

ปัจจุบันบริษัทมีแบรนด์เสิร์ฟผู้บริโภคกว่า 80 แบรนด์ ครอบคลุมกลุ่มดูแลผิวพรรณ(สกินแคร์) ดูแลผิวกาย(บอดี้) ดูแลเส้นผม(แฮร์แคร์) กลุ่มสีสัน(เมกอัพ) จากแบรนด์ เช่น Giovanni, prove+ CeraVe และ BIODERMA ฯ ส่วนแบรนด์ที่นำเข้ามาจากทั้งฝรั่งเศส สหรัฐ อิตาลี บัลแกเรีย เกาหลี ออสเตรเลีย เป็นต้น ตามแผนธุรกิจบริษัทตั้งเป้าเพิ่มแบรนด์ใหม่เสริมพอร์ต 3-5 แบรนด์ เพื่อสร้างการเติบโต

“ตอนนี้สินค้าส่วนใหญ่เป็นสกินแคร์ 90% เราพยายามจะเพิ่มกลุ่มเมกอัพ นอกจากแบรนด์นำเข้า บริษัทยังมีแบรนด์สินค้าของตัวเอง เช่น Sineha ที่มีการเติบโตดี จึงจะเพิ่มไลน์อัพสินค้าใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง และยังจับมือกับพันธมิตรเพื่อรุกตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วย”

นอกจากนำเข้าแบรนด์ย้ำการเป็น “ผู้นำการนำเข้าอันดับ 1 ด้านคลีนบิวตี้ ในประเทศไทย” บริษัทยังเดินหน้าขยายช่องทางจำหน่าย จากปัจจุบันมีจุดจำหน่ายสินค้าหรือคีออสในห้างค้าปลีก 8 สาขา และอยู่ในร้านมัลติ บิวตี้สโตร์ 200 สาขา หรือช้อปอินช้อป ขนาด 15 ตารางเมตร(ตร.ม.) แต่ปีนี้จะเห็นการขยายร้านรูปแบบ “แฟล็กชิป” พิจารณาทำเลสยามสแควร์ และ ทรงวาด เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับแบรนด์ในการทำกิจกรรมต่างๆ สร้างประสบการณ์กับผู้บริโภค

'ออล อะเบาท์ ยู' เสริมแกร่งผู้นำ 'คลีน บิวตี้' ดันยอดขายปี 69 ทะยานโตแตะ 1,250 ล้านบาท

ออล อะเบาท์ ยู อยู่ในตลาดสินค้าความงามมานาน ภาวะการแข่งขันยังรุนแรง และหนึ่งในเทรนด์ที่เข้ามามีบทบาทคือ “แบรนด์จีน” หรือ C-Beauty(Chinese-Beauty) เข้ามาบุกตลากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเมกอัพ รุกหนักกว่ากลุ่มสกินแคร์ เพราะแต่งแล้วสวยทันที รวมถึง “ราคาเข้าถึงง่าย" แต่ภาพรวมยังไม่กังวลจะกระทบสินค้าความงามไทยหรือ T-Beauty เนื่องจากยังมีความน่าเชื่อถือ เครดิต รวมถึงราคาที่ยังทำให้ขยายตัวและแข่งขันได้

จากแผนดังกล่าว บริษัทคาดว่าขะผลักดันยอดขายปี 2569 ทะยานสู่ 1,250 ล้านบาท จากปีก่อนปิดยอดขาย 780 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาบริษัทมีการเติบโต 40-50% ต่อปี เนื่องจากมีแบรนด์ใหม่เข้ามเสริมแกร่ง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเศรษฐกิจท้าทาย ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคซื้อสินค้าคลีน บิวตี้ที่หน้าร้าน(ออฟไลน์)เฉลี่ย 1,000-1,200 บาทต่อบิล ลดลงจากอดีตอยู่ที่ 1,500 บาทต่อบิล เพราะมีการหันไปซื้อออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 500 บาทต่อบิล

“บริษัทเติบโต 40-50% ต่อเนื่องมา 3 ปีแล้ว โอกาสส่วนหนึ่งเพราะแบรนด์ที่ดูแลอยู่ยังไม่ได้สร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยมากนัก แต่การทำตลาดจะช่วยให้ลูกค้ารู้จักในวงกว้าง แบรนด์แกร่งขึ้น”