ครั้งแรกที่คนไทยต้องจ่ายเงินค่าแพ็คเกจเพื่อรับชมฟุตบอลโลก 2026 สิ้นสุดยุคดูฟรี ฟุตบอลโลกกลายเป็นธุรกิจเต็มขั้น JAS วอนคนไทยเห็นใจ "คนละครึ่ง" ดูฟรี-จ่ายเงิน เหตุทุ่มเงิน 70 ล้านดอลลาร์ เพื่อดึงคอนเทนต์คุณภาพ กีฬาระดับโลกมาให้ได้ดู
JAS” ปิดบิ๊กดีลด้วยการทุ่มเงิน 70 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2,300 ล้านบาท เพื่อกวาดเรียบคว้าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดทุกชนิดกีฬาฟุตบอลจาก “ฟีฟ่า”(FIFA) ทั้งฟุตบอลโลก 2026 และ ฟุตบอลโลก 2030 ที่จะฉลองครบ 100 ปีของฟุตบอลโลก พ่วงด้วยฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก ฟุตซอลโลก ฟุตบอลชายหาด ฯ
การกระโดดลงสนามแข่งขัน เม็ดเงินที่จ่ายไม่แพง ยืนยัน “คุ้ม" แต่หากโปรเจคเดียวแค่ฟุตบอลโลก “ไม่น่าสนใจ” เผยนี่คือ “ครั้งแรก” ที่ฟุตบอลโลกกลายเป็นเกมธุรกิจที่ชัดเจนเหมือนนานาประเทศ วอนคนไทยเห็นใจ “คนละครึ่ง” จ่ายแพ็คเกจ 5,999 บาทต่อปีเพื่อรับชม ส่วนอีกกว่า 40 แมทช์พร้อมให้ดูฟรีผ่านช่อง “Monomax sports TV”
นอกจากนี้ ยังกลายเป็นประวัติศาสตร์ “ครั้งแรก” ที่คนไทยไม่ได้ดูฟุตบอลโลกฟรี เมื่อ JAS เคาะแพ็คเกจรายปี 5,999 บาท ดูได้ 2 จอ ไม่เพียงเพื่อดึงคนดูฟุตบอลโลก แต่เป็นการต่อยอดการรับชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลใหม่ รวมถึงคอนเทนต์กีฬาหลากชนิดอื่นๆ เช่น วอลเลย์บอล ฟุตบอลจากทัวร์นาเมนต์มากมาย
ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) หรือ JAS เปิดเผยว่า บริษัททุ่มงบ 70 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2,300 ล้านบาท เพื่อคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 มาให้คนไทยได้ชม นอกจากนี้ มูลค่าลงทุนดังกล่าว ยังรวมถึงการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2030 ที่ครบรอบ 100 ปีด้วย ยิ่งกว่านั้น ยังมีกีฬาทุกทัวร์นาเมนต์ที่ FIFA เป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน มาให้คนไทยได้ชม ไม่ว่าจะเป็น FIFA Women's World Cup 2027 และ FIFA Intercontinental Cup รวมถึงฟุตซอล และฟุตบอลชายหาด เป็นต้น
สำหรับการรับชมฟุตยอลโลก 2026 จะผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ 1.ผ่านแพลตฟอร์ม “โมโนแม็กซ์”(Monomax) จะต้องสมัครสมาชิก โดยมีค่าบริการเพียง 1 แพ็คเกจคือ 5,999 บาทต่อปี (แพ็คเกจแอล-L) รับชมได้ 2 จอ หรือเฉลี่ย 250 บาทต่อเดือนต่อจอ ขณะที่แพ็คเกจรายปียังมีโปรโมชันผ่อน 0% สูงสุดเป็นเวลา 10 เดือนด้วย โดยสมาชิกเดิมที่สมัครแพ็คเกจรับชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ(อีพีแอล) ซึ่งสมาชิกยังไม่สิ้นสุด หรือเหลือ 1 เดือน เมื่ออัปเกรดแพ็คเกจจะได้รับชมคอนเทนต์กีฬาทั้งสิ้น 12 เดือน บวก 1 เดือน หรือเป็น 13 เดือน
โดยแพลตฟอร์มสตรีมมิง “โมโนแม็กซ์” จะถ่ายทอดครบทั้ง 104 คู่ 2.การออกอากาศผ่านฟรีทีวีช่อง Monomax sports TV ที่ทรานส์ฟอร์มจากช่องโมโน 29 ซึ่งจะมีมากกว่า 40 คู่ หรือราว 2 คู่ต่อวัน
“คิดว่าเป็นแพ็คเกจที่พยายามที่สุดแล้ว และนี่เป็นครั้งแรกที่ฟุตบอลโลกกลายเป็นธุรกิจที่ชัดเจนในประเทศไทย เหมือนนานาประเทศ เราทำโครงสร้างพื้นฐาน ที่เราทำได้ภายใต้กฎหมาย จึงไม่ต้องการให้รัฐมาซัพพอร์ต เราพร้อมทำธุรกิจเต็มรูปแบบ ยืนยันว่าเราพยายามทำแพ็คเกจให้ดีที่สุดสำหรับรบชมฟุตบอลโลก 2026 และฟุตบอลโลก 2030 โดยไม่ต้องลุ้นว่าจะได้ดูไหม”
อย่างไรก็ตาม หลัง JAS เคาะแพ็คเกจรับชมฟุตบอลโลก 2026 ราคา 5,999 บาทต่อปี มีเสียงสะท้อนผู้บริโภคเชิงลบ อยากให้มองเป็น “คนละครึ่ง”
“เราพยายามให้คนดูฟรีครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งถือว่าช่วยเราแล้วกัน เราพยายามที่สุดในการจัดหาคอนเทนต์ฟุตบอลโลก หวังว่าประชาชนจะสนับสนุน โดยนัดเปิดสนาม พิธีเปิด และการขึ้นโชว์ของลิซ่า ตลอดจนแมทช์ชิงชนะเลิศเราให้ดูฟรีแน่นอน”
นอกจากแพ็จเกจรับชมผ่าน Monomax และ Monomax sports TV บริษัทยังเปิดกว้างที่จะให้ลูกค้าเป็นพันธมิตร อย่าง เอไอเอส เพลย์ ขณะนี้ยังไม่ได้เจรจา แต่คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์จะเห็นความชัดเจนในถึงความร่วมมือ ส่วนกล่องรับชมคอนเทนต์อื่นๆ จะจอดำหรือไม่ ยังไม่มีการหารือพูดคุย
อย่างไรก็ตาม การคว้าลิขสิทธิ์แบบกระชั้นชิดเส้นยาแดงผ่าแปดก่อนการแข่งขัน 24 ชั่วโมง ทำให้ต้องมีการพิจารณาทั้งแพ็คเกจรับชมให้กับร้านอาหาร ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รวมถึงช่องทางฟรีทีวี(ทีวีดิจิทัล) ต้องมีแพ็คเกจโฆษณา หากพันธมิตรสนใจ ยินดีเปิดกว้าง
นายนวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด(มหาชน) หรือ MONO กล่าวว่า โมโนแม็กซ์เปิดกว้างให้พันธมิตรร่วม เพื่อให้ประชาชนชาวไทยมีโอกาสรับชมฟุตบอลโลกทุกคน ทุกชนชั้น ส่วนแพ็คเกจผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิง 5,999 บาทต่อปี สำหรับคอบอล เชื่อว่าคุ้มค่า อีกทั้งบริษัทมีแคมเปญในการผ่อนชำระ 0% นาน 10 เดือนด้วย
“สำหรับสปอนเซอร์ เราให้โอกาสพันธมิตรเดิมก่อนในการซื้อแพ็คเกจสนับสนุน”
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจทีวีดิจิทัลหรือฟรีทีวี ถือว่าอยู่ในโหมดอาทิตย์อัสดงหรือ Sunset พฤติกรรมคนดูทีวีน้อยลง เทคโนโลยี แพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆเข้ามาแทนที่ การที่บริษัทมุ่งสู่คอนเทนต์กีฬาและลุยสตรีมมิง ถือเป็นการเคลื่อนธุรกิจรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
“เราพัฒนาโอทีทีไว้สักระยะ นี่คือจุดที่เราได้ขยับ กลยุทธ์เรา Monomax จะขยายมากขึ้น เพื่อรองรับธุรกิจแห่งอนาคต”
จากฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ(EPL) มาถึงฟุตบอลโลกในมือ JAS และ Monamax เฉพาะ EPL ช่วง 1 ปี หรือ 1 ฤดูกาลแรก เป็นการลองผิดลองถูก เกิดการเรียนรู้ ทำให้ฤดูกาลใหม่ที่จะฟาดแข้งกัน 22 สิงหาคม 2569 จะมีการแก้ไขข้อผิดพลาด พัฒนาลูกเล่นใหม่ๆ เพื่อรองรับคอบอล ให้ดูการแข่งขันสนุกมากขึ้น
“จาก EPL ถึงฟุตบอลโลก อย่ามองระยะสั้น เพราะเรามองเกมธุรกิจระยะยาว อุตสาหกรรมทีวีเปลี่ยน ถ้าเราไม่ทำโอทีทีวันนี้ สร้าง Monomax ให้แข็งแกร่ง ในขณะที่คนดูทีวีน้อยลง เป็น sunset ซึ่งการทำ Monomax เรามองการขยายแบรนด์ไทยออกไปตลาดโลก เราไม่มองแค่ตลาด คนดูไทย แต่มองขยายสู่ภูมิภาคหรือ Regional ถ้าไม่พัฒนาวันนี้ คงไม่มีโอกาสทำในอนาคต ทุกอย่างคือแผนระยะยาว ไม่ใช่ลงทุนปีนี้แล้วปีหน้ากำไรเลย”

