อายุน้อยเงินล้านของจริง! “ชมพู่-อารยา” จับมือ “แอบิเกล” เดินหน้ารับทรัพย์ฉ่ำ รายได้รวมกันทะลุ “214 ล้าน” บริษัท ของชม จำกัด รายได้เติบโต 97% ส่วน บริษัท ชี เสิร์ฟ จำกัด เพิ่งจดทะเบียนไม่ถึงปี ทำเงินไปแล้ว “5.2 ล้าน”
แม้จะยังไม่ใช่อายุน้อยร้อยล้าน แต่เด็กหญิงแอบิเกล อายุ 4 ขวบ ก็รับงานฉ่ำๆ จนพี่เลี้ยงอินเทอร์เน็ตตามกดไลก์กันแทบไม่ทัน ทั้งงานพรีเซนเตอร์ แบรนด์แอมบาสเดอร์ โชว์ตัวอีเวนต์ ถ่ายโฆษณา นักแสดงรับเชิญในภาพยนตร์ และล่าสุดที่ “เจ๊เกล” ได้ร่วมพากย์ภาพยนตร์แอนิเมชัน “ทอย สตอรี่ 5” (Toy Story 5) ร่วมกับ “ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ผู้เป็นแม่ด้วย
รายงานผลประกอบการประจำปี 2568 ของบริษัทที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลบริหารจัดการงานในวงการบันเทิงของทั้ง “แม่ชม” และ “เจ๊เกล” ปรากฏบนหน้าเว็บกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อย พบว่า บริษัท ของชม จำกัด เติบโตขึ้นมากกว่า 97% เมื่อเทียบกับรายได้ปีก่อนหน้า ขณะที่ บริษัท ชี เสิร์ฟ จำกัด ที่ “ชมพู่” เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า จดจัดตั้งขึ้นมาเพื่อใช้ในการบริหารจัดการรายได้ของน้องเกลโดยเฉพาะก็มีรายได้และกำไรสุทธิสวยงามเช่นกัน
สำหรับผลประกอบการ บริษัท ของชม จำกัด มีรายละเอียด ดังนี้
ปี 2568: รายได้ 208 ล้านบาท กำไรสุทธิ 30 ล้านบาท
ปี 2567: รายได้ 106 ล้านบาท กำไรสุทธิ 15 ล้านบาท
ปี 2566: รายได้ 145 ล้านบาท กำไรสุทธิ 18 ล้านบาท
ปี 2565: รายได้ 126 ล้านบาท กำไรสุทธิ 16 ล้านบาท
ด้าน บริษัท ชี เสิร์ฟ จำกัด เพิ่งจดทะเบียนบริษัทไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 มีรายละเอียด ดังนี้
ปี 2568: รายได้ 5.2 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1.8 ล้านบาท
ตลอดปี 2568 จนถึงปี 2569 “น้องเกล” เดินสายรับงานร่วมกับคุณแม่เกือบทั้งหมด หากเป็นงานอีเวนต์ต้องมี “แม่ชม” ประกบคู่ ส่วนงานพรีเซนเตอร์และแบรนด์แอมบาสเดอร์ มีทั้ง “น้องเกล” ฉายเดี่ยว รวมถึงบางแบรนด์ก็เลือกใช้ “แม่-ลูก” ไปพร้อมๆ กัน
ทั้งนี้ เหตุผลที่หลายแบรนด์เลือกใช้บริการ “เจ๊เกล” นั่งพรีเซนเตอร์ต่างมุมมองออกไป ฝั่งแกร็บฟู้ดระบุว่า เพราะภาพลักษณ์ความสดใส เป็นธรรมชาติ และเป็นที่รักของทุกคน รวมถึงต้องการให้ภาพของแบรนด์เจาะกลุ่มผู้บริโภคได้ทุกเซกเมนต์ ทุกเจเนอเรชัน “แอบิเกล” จึงน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในฐานะ “Friend of Grab” ในช่วงเวลานี้
และล่าสุดที่สร้างเสียงฮือฮาในโซเชียลมีเดียสุดๆ คือการเป็น “Junior Air-bassador” คนแรกของ “การบินไทย” เหตุผลที่ต้องเป็น “แอบิเกล” เพราะต้องการใช้กลยุทธ์สร้างความผูกพันกับผู้บริโภคตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงกลุ่มผู้ใหญ่ที่โตมากับการบินไทย ผู้บริหารให้ข้อมูลว่า จากฐานสมาชิก พบว่า มีเด็กอายุตั้งแต่ 2-12 ปี เป็นสมาชิกการบินไทยมากกว่า 33,000 คน
เป้าหมายในการเลือก “แอบิเกล” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ นอกจากต้องการสื่อสารไปยังกลุ่มเด็กๆ โดยมีน้องเกลเป็นตัวแทน ก็อยากให้ “แอบิเกล” ซึ่งเป็นที่รักของคนทั้งประเทศเป็นสื่อกลางให้ลูกค้าเก่าของการบินไทยกลับมาใช้บริการบ่อยขึ้นด้วย
อาจพูดได้ว่า เพราะภาพลักษณ์ความน่ารักสดใสที่ไม่ได้จำกัดกลุ่มเป้าหมาย ทำให้ “เจ๊เกล” เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ต่างๆ ได้ลงตัว หลังจากนี้คงจะมีอีกหลายแบรนด์ที่รอร่วมงานกับเจ๊ จับตาดูกันให้ดีว่า “เจ๊เกล” “น้องเกล” หรือ “แอบิเกล” จะได้จับมือร่วมงานกับแบรนด์ไหนอีกบ้างในปีนี้


