พี่หลิงรับทรัพย์ฉ่ำๆ แง้มดูผลประกอบการ-กางพอร์ตโฟลิโอ “หลิงหลิง-ศิริลักษณ์ คอง” ถือหุ้น 4 บริษัท มีทั้งงานในวงการ-ธุรกิจส่วนตัว รายได้รวมทะลุ “344 ล้าน” พร้อมกำไรสุทธิทุกบริษัทในเครือ
จะพูดว่า เป็นปีทองของ “หลิงหลิง คอง” ก็คงไม่ผิดนัก เพราะกวาดทั้งงานพรีเซนเตอร์-อีเวนต์โชว์ตัวเพียบ แต่ไม่ได้มีเพียงแค่นั้น ที่ผ่านมา “หลิงหลิง” ยังมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจอีกหลายอย่าง ตั้งแต่ขนมไข่ม้วน (Egg Rolls) ภายใต้แบรนด์ “Kwong Pastry” ที่แม้จะมีดรามาไปช่วงหนึ่ง ทว่า ยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี รวมถึงแบรนด์เสื้อผ้า “AlwaysWonder” ที่ได้รับฟีดแบ็กดีเกินคาด
“กรุงเทพธุรกิจ” พาไปดูพอร์ตโฟลิโอทั้ง 4 บริษัท ที่มีชื่อของ “ศิริลักษณ์ คอง” นั่งหุ้นส่วน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
บริษัท แฮปปี้ แอนด์ ลัคกี้ ไลฟ์ จำกัด: บริหารจัดการงานในวงการบันเทิง
บริษัท โนเบิล เวลท์ จำกัด: จำหน่ายเสื้อผ้า กระเป๋า และสินค้าเบ็ดเตล็ด
บริษัท วาสท์ เวลธ์ จำกัด: จำหน่ายเสื้อผ้า กระเป๋า และสินค้าเบ็ดเตล็ด
บริษัท ควอง กี่ จำกัด: จำหน่ายอาหาร ขนม และเบเกอรี่
ในบรรดาทั้งหมด บริษัท แฮปปี้ แอนด์ ลัคกี้ ไลฟ์ จำกัด มีผลประกอบมากที่สุดอยู่ที่ “122 ล้านบาท” กำไรสุทธิ “27 ล้านบาท” เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าทั้งรายได้และกำไร โดยรายได้ปีก่อนหน้าอยู่ที่ “32 ล้านบาท” มีกำไรสุทธิราว “7.5 ล้านบาท” ทั้งสองส่วนมีสัดส่วนเติบโตเฉลี่ยเกินกว่า 200%
ขณะที่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเสื้อผ้า อย่าง “วาสท์ เวสธ์” ก็เติบโตเช่นกัน จากปี 2567 มีรายได้ “43 ล้านบาท” ปีถัดมามีรายได้ก้าวกระโดดกว่า 96% อยู่ที่ “85 ล้านบาท” แต่ถึงอย่างนั้นก็พบว่า ส่วนของกำไรสุทธิลดลง จากเดิม “3.7 ล้านบาท” มาอยู่ที่ “1.7 ล้านบาท” ซึ่งคาดว่า มาจากการขยายสเกลธุรกิจที่ต้องเพิ่มกำลังการผลิต รวมถึงเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งไม่ใช่แค่ทางแพลตฟอร์มออนไลน์เท่านั้น แต่ “AlwaysWonder” แบรนด์ในเครือยังออกไปเปิด Pop-up Store บนห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองด้วย
แม้จะเป็นดารา-นักแสดงที่กระโดดเข้ามาทำธุรกิจได้ไม่นาน แต่หากดูรายละเอียดบนช่องทางต่างๆ ของแบรนด์ ก็จะเห็นถึงความตั้งใจในการสร้างแบรนด์จริง ไม่ได้เป็นเพียงการหยิบชื่อเสียงของตัวเองมาเป็นใบเบิกทางในการต่อยอดแบบโดดๆ แต่ยังออกแบบทั้งเมนูอาหาร เสื้อผ้า และราคา ให้อยู่ในระดับที่ผู้บริโภคหรือแม้กระทั่งแฟนคลับที่อยากอุดหนุนจับต้องได้
ดูกันไปยาวๆ ว่า หลังจากนี้ภายใต้บริษัททั้ง 4 ของ “หลิงหลิง” จะมีแบรนด์ใหม่ๆ ออกมาให้ติดตามเพิ่มเติมอีกหรือไม่

