ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งขับเคลื่อนสร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยว 365 วัน “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) มุ่งสนับสนุนภาครัฐและเอกชนในการจัดอีเวนต์และงานประเพณีต่างๆ เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวไปยังเมืองหลักและเมืองรอง พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าด้วยสินค้าท่องเที่ยวต่างๆ เช่น กลุ่มสุขภาพ (Health and Wellness) เจาะเทรนด์โลก
ณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า “โดยเฉพาะเรื่องของท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เราคิดว่าประเทศไทยมีศักยภาพด้านการรักษาพยาบาลที่ตอบโจทย์ตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางอยู่แล้ว แต่เราพยายามตีภาพให้กว้างขึ้น เพราะเรื่องการดูแลสุขภาพครอบคลุมถึงการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจ ได้ทั้งตลาดยุโรปและอเมริกา ดึงคนมาพักผ่อนในประเทศไทย จากความตึงเครียดเรื่องภาวะสงคราม”
สำหรับแผนของด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะมีสินค้าและอีเวนต์ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ทั้งตลาดระยะใกล้ (Short-haul) และระยะไกล (Long-haul) โดยพยายามสร้าง “Signature Thailand” ด้วยการยกระดับงานท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลมากขึ้น เช่น “งานแห่เทียนพรรษา อุบลราชธานี” นำเสนอแพ็กเกจทัวร์ดึงคนเที่ยวชุมชน เรียนรู้การทำเทียนพรรษา นอกจากนี้ยังมี “งานไหลเรือไฟ” หลังเล็งเห็นศักยภาพในการดึงดูดชาวยุโรปที่รู้จักการท่องเที่ยวเส้นทางแม่น้ำโขงดีอยู่แล้ว รวมถึง “เทศกาลลอยกระทง” หลังจากโปรโมต “เทศกาลสงกรานต์” จนติดหนึ่งในงานเทศกาลระดับโลกเป็นที่เรียบร้อย
ด้านสินค้าท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ในช่วงปลายปีจะมีงาน “Amazing Thailand Marathon” (ATM) ซึ่งปีนี้เตรียมจัดโรดโชว์ในต่างประเทศเพื่อดึงนักวิ่งชาวเอเชีย และงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไตรกีฬานานาชาติ “Amazing Race Festival Toyota Sattahip Triathlon 2026 Presented by MAMA” ระหว่างวันที่ 13-14 มิ.ย.นี้ที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
ณัฐ ครุฑสูตร
รวมถึงบิ๊กอีเวนต์ปลายปี ซึ่งจะมี “การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก” (IMF–World Bank Group Annual Meetings) อย่างเป็นทางการในวันที่ 12–18 ต.ค. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ โดย ททท. จะเข้าไปร่วมจัดกิจกรรมเสริมให้ผู้เข้าร่วมประชุมด้วย
นอกจากนี้ ยังมีไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวหลายคนรอคอย อย่างงานแสดงแสงสีเสียง “วิจิตรเจ้าพระยา” (Vijitr Chao Phraya) และงานเทศกาลดนตรี “Tomorrowland Thailand” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 ธ.ค.นี้ ณ วิสดอม วัลเลย์ จ.ชลบุรี ได้รับการตอบรับดีมากจากสาวกดนตรี EDM ทั่วโลก จองตั๋วเข้างานหมดภายใน 7 นาที โดยมีคนไทยจองได้แค่ 15% แปลว่า 85% เป็นชาวต่างชาติทั้งหมด และเมื่อดูสัดส่วนตลาด มีนักท่องเที่ยวเอเชียคิดเป็น 53% และอีก 47% เป็นชาวยุโรปและอเมริกา ทั้งนี้มีความจุผู้เข้าร่วมงานปีแรกจำกัดที่วันละ 50,000 คน เพื่อรักษาคุณภาพการจัดงาน หลังจาก Tomorrowland เลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียวในทวีปเอเชีย ที่สามารถที่จะขยายตลาดให้เขา
และงานใหญ่ส่งท้ายปี “Amazing Thailand Countdown 2027” จากจุดแข็งประเทศไทยมีชื่อเสียงในฐานะแลนด์มาร์กระดับโลก มี “กรุงเทพฯ” เป็นจุดหมายหลักที่ทั่วโลกรู้จัก โดย ททท.มีนโยบายกระจายการจัดงานและสนับสนุนการจัดกิจกรรมในทุกภูมิภาค เพื่อไม่ให้คนกระจุกตัวและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ท้องถิ่น
“เราต้องการให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ คนเดินทางออกเดินทางท่องเที่ยว ไม่ให้กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ ที่เดียว”
ณัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานการณ์ “การใช้จ่าย” (Spending) ของนักท่องเที่ยวต่าวชาติ ในช่วง 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.) ของปี 2569 จะยังติดลบราว 2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ทำให้ ททท.ต้องเดินหน้าเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยลงไปยังผู้ประกอบการได้โดยตรงซึ่งจะตอบโจทย์รัฐบาลมากกว่า
ล่าสุดโครงการ “Amazing Thailand Grand Sale 2026” หนึ่งในแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวที่จะเข้ามาสร้างความคึกคักและกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค.นี้ โดยจะยกระดับจากแคมเปญลดราคาสู่ “Grand Experience of Thai Brands” เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ค้นพบเสน่ห์ของแบรนด์ไทยที่เชื่อมโยงกับเรื่องราว คุณค่า และเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ คัดสรรประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวมาเป็น “สินค้าท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” สำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทางและการใช้จ่าย ควบคู่กับการเผยแพร่เสน่ห์สินค้า บริการ และการท่องเที่ยวไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ
โดยในปี 2569 ททท.ให้ความสำคัญกับคุณภาพของประสบการณ์มากขึ้น จึงตั้งใจผลักดัน “Thai Brands” ให้เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวไทย ภายใต้แนวคิด “Unforgettable Experience of Thai Brands” มุ่งผลักดันแบรนด์ไทยให้เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวไทย ผ่านการนำเสนอจุดแข็งด้านคุณภาพ งานออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่มีศักยภาพต่อยอดสู่ตลาดโลก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจท่องเที่ยวและเปิดโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการไทยในระยะยาว
“ททท.คาดหวังว่าโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวของประเทศ และสร้างรายได้ระหว่างจัดกิจกรรมมากกว่า 700 ล้านบาท”


