ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากพา “ชาไทย” ไป 100 ประเทศทั่วโลก “ชาตรามือ” ลุยแฟรนไชส์ต่างประเทศสุดตัว ยิ้มรับออสเตรเลีย-สหรัฐ-เม็กซิโก กระแสแรงเกินคาด สาขาเมลเบิร์นยังขายได้หลักพันแก้วต่อวัน วางเป้าภายใน 5 ปี ต้องไปให้ครบทุกทวีป มองอนาคตสัดส่วนต่างประเทศต้องมากกว่าในไทย เชื่อโอกาสมีอีกเยอะ หวังสักวันพูดได้เต็มปากเป็น “Global Brand”
แม้จะมีร้านชาไทย ชานม หรือแม้กระทั่งมัทฉะที่ได้รับความนิยมสูงสุดในรอบปีที่ผ่านมา แต่ท่ามกลางสมรภูมิที่ดุเดือด “ชาตรามือ” (ChaTraMue) ก็ยังเติบโตทั้งในแง่รายได้และจำนวนสาขา เฉพาะในไทย “ชาตรามือ” ขยายไปแล้ว 250 แห่ง พร้อมกับแผนเปิดเพิ่มในปีนี้อีก 20% ระบุว่า ยังมีโอกาสอีกเยอะ ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ชาตรามือไปไม่ถึง
ขณะเดียวกันโอกาสของ “ชาตรามือ” นอกประเทศก็เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ “กชกร อมรสิทธิวัฒน์” ส่วนงานฝ่ายขายต่างประเทศ บริษัท ชาไทย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน “ชาตรามือ” ขยายไปแล้ว 13 ประเทศ ประเทศล่าสุดที่เพิ่งไป ได้แก่ เม็กซิโก แคนาดา และออสเตรเลีย รวมทุกสาขาในต่างประเทศมีทั้งสิ้น 142 สาขา
ประเทศที่มีจำนวนสาขามากที่สุด ได้แก่ “มาเลเซีย” มีอยู่ 69 สาขา เนื่องจากเป็นประเทศแรกๆ ที่ “ชาตรามือ” ออกนอกประเทศ บวกกับพฤติกรรมการกินของคนมาเลเซียที่มีความใกล้เคียง-ชื่นชอบเหมือนกับคนไทยอยู่แล้วด้วย
“กชกร” ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า วิธีคัดเลือกว่า จะไปประเทศไหนหรือเมืองไหน อันดับแรกพิจารณาจากสัดส่วนคนเอเชียในพื้นที่นั้นๆ ก่อน ดูว่ามีคนเรียกร้องเข้ามามากน้อยแค่ไหน แต่ก็มีบางประเทศที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้ทีมเหมือนกัน อย่าง “เม็กซิโก” ไปเปิดแล้ว 1 สาขา และกำลังจะขยายสาขาที่ 2 เพราะผลตอบรับดีเกินคาด
แม้ว่าคนเม็กซิโกจะยังไม่คุ้นชินกับรสชาติชาไทย แต่ในทางกลับกันก็เป็นโอกาสทางธุรกิจ เพราะคู่แข่งน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย คนเม็กซิโกนิยมกินกาแฟ พอ “ชาตรามือ” ไป ก็นับเป็นแบรนด์ชาต่างประเทศแบรนด์ที่สองที่เข้าไปเปิดตลาด กลายเป็นคนรู้จักชาไทยเพิ่มขึ้น ลูกค้าบางคนเคยมากินที่ไทยแล้วมีโอกาสได้กินอีกก็บอกว่า เหมือนได้กลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง
อีกประเทศที่สร้างไวรัลจนเป็นที่พูดถึงในโซเชียลมีเดีย คือ “ออสเตรเลีย” แม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่า มีคนไทยอาศัยอยู่เยอะ แต่ฟีดแบ็กวันแรกก็มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ “กชกร” ระบุว่า วันแรกที่เปิดร้านขายไปได้ 2,500 แก้ว ถือว่าเยอะมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ก่อนหน้า ยังครองสถิติเยอะที่สุด และจนถึงทุกวันนี้สาขาที่ออสเตรเลียก็ยังขายดีเฉลี่ยหลักพันแก้วต่อวัน
สำหรับเมนูที่ขายดีที่สุด ยังคงเป็น “ชาไทย” ขายดีไม่แพ้กัน คือ “โกโก้” ระบุว่า คนไทยที่อยู่ต่างแดนคิดถึงรสชาติโกโก้แบบไทยๆ จึงติดอันดับเมนูขายดีด้วย รวมถึง “ชาซีลอน” ได้รับความนิยมใกล้เคียงกัน สาขาที่ต่างประเทศมีเมนูหลักกลุ่มออริจินัลราวๆ 20-30 เมนู ส่วนกลุ่ม Seasonal ค่อยๆ ทยอยตามมาภายหลัง
“พอร์ตโฟลิโอต่างประเทศตอนนี้มีสัดส่วนประมาณ 30% ร้านที่ไทยมี 250 สาขา ต่างประเทศมี 142 สาขา คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% เมื่อเทียบกับจำนวนร้านทั้งหมด อนาคตเราวางแผนไว้ว่า อยากให้สัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 50:50 หรืออาจจะเป็น 90:10 ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ต่างประเทศมีสัดส่วนมากสุดที่ 90% เรามีโอกาสอีกเยอะ”
ส่วนแผนไปต่างประเทศปีนี้ “พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิพย์ธารี จำกัด และทายาทรุ่นที่ 3 “ชาตรามือ” ระบุว่า ปีนี้มีแผนเปิดเพิ่มอีกหลายแห่ง กำลังจะเปิดที่ “ชิคาโก” เร็วๆ นี้ รวมถึงขยายไปยังประเทศกลุ่มเอเชียตะวันออกให้ครบ ตอนนี้ขาดเพียง “ญี่ปุ่น” และหากสถานการณ์ดีขึ้นวางแผนขยายไปประเทศแถบตะวันออกกลางด้วย ด้านประเทศที่ไปมาแล้วก่อนหน้านี้อย่าง “แคนาดา” มีแล้ว 2 สาขา และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา เช่นเดียวกับ “ออสเตรเลีย” ที่น่าจะมีตามมาอีกเร็วๆ นี้
โมเดลในการขยายสาขาต่างประเทศเป็นการขยายผ่านแฟรนไชส์ซีทั้งหมด เคยทดลองไปเปิดด้วยตัวเองมาแล้ว พบว่า การไปแบบมีพาร์ทเนอร์ที่รู้จักตลาดให้ผลลัพธ์ดีกว่า โมเดลนี้ตอบโจทย์และประสบความสำเร็จ ตอนนี้มีอีกหลายประเทศติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ พยายามคัดเลือกจากแพชชัน รู้จักแบรนด์ชาตรามือจริงๆ และมีศักยภาพในการสร้างแบรนด์
ความตั้งใจในอนาคตอยากไปทั่วโลก ถ้ามีเกิน 100 ประเทศได้ก็จะดีมาก เบื้องต้นอยากไปให้ครบทุกทวีปก่อน ตอนนี้ยังขาด “แอฟริกา” และ “ตะวันออกกลาง” วางเป้าภายใน 5 ปีหลังจากนี้ต้องทำให้ได้ หวังให้พอร์ตต่างประเทศใหญ่กว่าในประเทศ เพราะหากพูดถึงในเชิงตัวเลขการขยาย สเกลต่างประเทศให้การเติบโตที่มากกว่าอยู่แล้ว พร้อมกับความฝันที่อยากพา “ชาตรามือ” สู่แบรนด์ระดับโลกจริงๆ ให้คนทั่วโลกรู้จักว่า ชาตรามือขายอะไร ชาไทยรสชาติเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ภายในปีนี้จะได้เห็น “ชาตรามือ” สาขานอกประเทศไทยทั้งหมด 150 แห่ง ปีนี้เปิดไปแล้ว 5-10 สาขา นับจนถึงสิ้นปีต้องการเปิดอีก 5-10 สาขาเช่นกัน ส่วนในประเทศมีแผนขยายเพิ่มด้วย ยังขาดหัวเมืองชั้นในอีกหลายแห่ง นอกเมืองก็อยากไป ยังขาดอีกหลายจังหวัด มีทั้งสเกลเล็กและสเกลใหญ่มาพร้อมที่นั่งทำงาน รองรับนักศึกษาและคนทำงานในส่วนของสาขาที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย
“เราไม่ได้อยากขยายเร็วมากแต่คุมคุณภาพไม่ได้ รอความพร้อมก่อนแล้วค่อยไป ต่างประเทศพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดที่เราไปอยู่ที่ 100 ตารางเมตร ที่เวียดนามเขาชอบนั่งทานในร้าน ก็ทำเป็น 3 ชั้น นั่งได้ทั้ง 3 ชั้น เป็นคาเฟ่สไตล์ อย่างที่ออสเตรเลียร้านชาเปิดเยอะแต่เราก็ยังได้รับการตอบรับที่ดี ส่วนหนึ่งเพราะเขารอเราอยู่ มีคนเอเชียอยู่เยอะ และคนที่นู่นอาจจะรู้จักเราอยู่แล้วด้วย อีกส่วนคือเราแตกต่าง แม้จะมีร้านชาเยอะมากแต่ส่วนใหญ่เป็นชานม”
-พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช ทายาทรุ่นที่ 3 ชาตรามือ-
เมื่อถาม “พราวนรินทร์” ว่า วันนี้พูดได้เต็มปากหรือยังว่า เราเป็น “Global Brand” ระบุว่า ยังไม่ถึงตรงนั้นแต่อยากทำให้ได้ จะพูดได้ว่า เป็นแบรนด์ระดับโลก ต้องมีสัดส่วนสาขาและรายได้เกินครึ่งของพอร์ตโฟลิโอ ตอนนี้มีสัดส่วนที่ 30% เป็นเป้าหมายระยะไกลที่ไม่อยากกำหนดระยะเวลา ยังทำตามแผนในทุกๆ วัน

