วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน 2569

Login
Login

ผ่าทางรอดสิ้นสุด ‘ไลเซนส์ทีวี’ รุกน่านน้ำใหม่ รับยุคสื่อออนไลน์ทรงพลัง-คนดูเปลี่ยน

ผ่าทางรอดสิ้นสุด ‘ไลเซนส์ทีวี’  รุกน่านน้ำใหม่ รับยุคสื่อออนไลน์ทรงพลัง-คนดูเปลี่ยน

‘ทีวีดิจิทัล’ ดิ้นเพื่อรอด ท่ามกลางภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน ออนไลน์ทรงพลังไม่หยุด พฤติกรรมคนดูทีวีน้อยลง ผู้ประกอบการ หาน่านน้ำใหม่ มุ่งออนไลน์ ย้ำจุดแข็งแต่ละค่าย ทั้งความครบวงจรต้นน้ำถึงปลายน้ำ ลุยแพลตฟอร์ม “สตรีมมิง” หวังคนดูยินดีจ่ายเงินเสพคอนเทนต์ไทย อีกด้านมองขุมทรัพย์ “การบริหารจัดการศิลปิน” ปั้นมาสตอต โกยงานพรีเซ็นเตอร์

แม้ภาคธุรกิจพยายามปรับตัวเพื่ออยู่รอด แต่ทุกฝ่ายประสานเสียงยากคลำทาง หลัง กสทช.ไร้ความชัดเจนแผนแม่บทอนาคตทีวีดิจิทัล หลังสิ้นสุดใบอนุญาต(ไลเซนส์)ประกอบกิจการ เมษายน ปี 2572 เผยส่วนใหญ่ “ไม่ต้องการประมูล” กระตุกรัฐตระหนักการมี “แพลตฟอร์มสัญชาติไทย” ป้องอธิปไตยการสื่อสาร สกัดเงินไหลออกนอกประเทศให้แพลตฟอร์มต่างชาติ

ผ่าทางรอดสิ้นสุด ‘ไลเซนส์ทีวี’  รุกน่านน้ำใหม่ รับยุคสื่อออนไลน์ทรงพลัง-คนดูเปลี่ยน

นับเวลาถอยหลังเหลือเวลาประมาณ 2 ปี 10 เดือน ที่ใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลจะสิ้นสุดลง แต่ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มีการทวงถามถึงความคืบหน้าแผ่นแม่บททีวีดิจิทัล แต่ไม่ได้รับคำตอบ กระทั่งล่าสุด สมาคมโทรทัศน์ดิจิตอล (ประเทศไทย)ต้องยื่นหนังสือทวงถามโรดแมป เพื่อให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เร่งพิจารณาและให้ความชัดเจนภายใน 30 มิถุนายน 2569 หากไม่มีความคืบหน้า จะเดินหน้ารวมตัวผู้ประกอบการเพื่อพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ช่วยผ่าทางตัน 

หาน่านน้ำใหม่ เพื่อรอด 

นายศิริ บุญพิทักษ์เกศ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า จริงๆ อย่างแรกที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องการในขณะนี้คือความชัดเจนของโรดแมปจาก กสทช.หากสิ้นสุดไลเซนส์ทีวีดิจิทัล ว่าจะมีการเปิดประมูล หรือโมเดลอื่น เพื่อให้สามารถวางแผนธุรกิจในอนาคต โดยเบื้องต้น หากมีการประมูล แล้วทีวีดิจิทัลถูกำกับดูแล แต่ออนไลน์ไม่มีการกำกับดูแลย่อมไม่เอื้อต่อการแข่งขัน 

“ถ้าหากแผนแม่บททีวีดิจิทัลออกมา แล้วไม่ถูกใจผู้ประกอบการ คือทีวีดิจิทัลยังคงถูกำกับ แต่แพลตฟอร์มออนไลน์ไม่มีการกำกับ ถ้าเป็นเช่นนั้น ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะประมูลเพื่ออะไร ไปทำสื่อออนไลน์ดีกว่า และวันนี้บอกตรงๆ ผู้ประกอบการหลายช่องไม่ต้องการประมูลแล้ว เนื่องจากธุรกิจหากำไรไม่ได้ รูปแบบการหารายได้เปลีี่ยนแปลงไปมาก โดยกว่า 10 ปีก่อน ลูกค้าซื้อสปอตโฆษณา แต่ตอนนี้สปอตโฆษณาหายไป ฐานเม็ดเงินบนทีวีดิจิทัลเหลือไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาท จากเดิมมูลค่ากว่าแสนล้านบาท” 

ทั้งนี้ หากพิจารณาอุตสากหรรมสื่อ โดยเฉพาะทีวีจะไปต่อได้ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การกำกับดูแลจากภาครัฐ แต่ต้องมีการส่งเสริมด้วย ให้สื่อเข้าถึงได้ แม้บางรายการไม่สามารถหารายได้ได้ แต่จำเป็นต้องมี ส่วนรายการคอนเทนต์ต่างๆ ผู้บริโภคชาวไทยยังนิยมดูรายการสาระ บันเทิงเป็นหลัก 

นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย อุปนายกสมาคมโทรทัศน์ ฯ ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล กล่าวว่า เดทไลน์ของความชัดเจนอนาคตทีวีดิจิทัลยิ่งเร็วยิ่งดี เพื่อผู้ประกอบการจะได้ไปต่อ แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรชัดเจนเลย เช่น โครงข่ายทีวีดิจิทัล(มักซ์) 

ช่องทีวี ปรับตัวทุกกระบวนท่า 

แหล่งข่าวอุตสาหกรรมสื่อโฆษณา กล่าวว่า ระหว่างทางก่อนสิ้นสุดไลเซนส์ทีวีดิจิทัลช่อง 3 จะมุ่งหน้าสู่ออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เร็วๆนี้ยังเห็นช่องโมโน29 เปลี่ยนไปสู่การเป็นศูนย์กลางคอนเทนต์กีฬา พร้อมใช้ชื่อMonomax Sports TV สร้างพรีเมียมสปอร์ตอีโคซิสเทม บริหารคอนเทนต์ต่อยอด ใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า ที่ผ่านมาจึงมีการลดคนจำนวนหลักร้อยชีวิต เช่น ในส่วนของคอนเทนต์ข่าว 

“ทีวีดิจิทัลค่อนข้างประสบปัญหาการขาดทุน กรณีของโมโนที่มุ่งไปลุยคอนเทนต์กีฬา หากมองการซื้อโฆษณาของลูกค้า อาจไม่มากนัก เพราะบริษัทเผชิญภาวะขาดทุนต่อเนื่อง ส่วนงบที่ใช้จ่ายไป หากไม่มากอาจให้ฟาล์วเล็กน้อย”

สำหรับการปรับตัวของทีวีช่องชั้นนำของเมืองไทย ต่างมุ่งหาน่านน้ำใหม่ ไม่พึ่งพารายได้จากเม็ดเงินโฆษณาเหมือนในอดีต โดยขุมทรัพย์แห่งโอกาส มีหลากหลาย เช่น บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือช่อง 3 ไตรมาส 1 รายได้โฆษณาลดลง 19.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่บริษัทเดินหน้าธุรกิจจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์ต่างประเทศ ชูดิจิทัลแพลตฟอร์ม 3Plus สร้างสมาชิกที่พร้อมจ่ายเงินเพื่อเสพคอนเทนต์พรีเมียม การจัดอีเวนต์และบริหารจัดการศิลปิน เช่น มีหลิง-ออม เป็นดาวเด่นทำเงิน รวมถึงการจับมือพันธมิตรเพื่อสร้างภาพยนตร์ เป็นต้น  

ด้านบริษัท เดอะ วัน วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือช่องวัน31 และช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ได้เดินหน้าตอกย้ำภาพผู้นำคอนเทนต์ ครีเอเตอร์และไลฟ์สไตล์เอ็นเทอเทนเมนต์ ด้วยจุดเด่นความครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ขณะที่การสร้างรายได้จะมาจากหลายช่องทาง โดยธุรกิจที่มาแรง ได้แก่ ไอดอลมาร์เก็ตติ้ง ไตรมาส 1 ขยายตัว 64.2% และสร้างสัดส่วนรายได้เป็น 59.3% แซงทีวีแล้ว  อีกทั้งยังมีมาสคอตเป็นอีกจิ๊กซอว์สร้างการเติบโตเพื่อชิงขุมทรัพย์พรีเซ็นเตอร์เช่นเดียวกับศิลปิน ส่วนการมุ่งออนไลน์ ไม่เพียงมีแพลตฟอร์ม OneD มีคอนเทนต์เอ็กซ์คลูสีฟ แต่บริษัทยังนำคอนเทนต์ที่มีไปหารายได้บนแพลตฟอร์มฟอร์มสตรีมมิงอื่นๆด้วย  

ขณะที่ เวิร์คพอยท์ ทีวี การปรับตัวท่ามกลางรายได้โฆษณาลดลง คือขยายธุรกิจรับจ้างจัดงานและงานที่พัฒนาเอง เช่น CJ MORE ไมค์ทองคำออนทัวร์  รวมถึงรุกธุรกิจบริหารจัดหานักแสดงและจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับนักแสดง โดยไตรมาส 1 มีการจัดตั้งบริษัท เวิร์คพอยท์ อินสไปเรชั่น เน็กซ์ จำกัด เพื่อลุยธุรกิจบริหารจัดการศิลปินเพิ่มมากขึ้น และผลิตคอนเทนต์ออนไลน์ พร้อมทั้งชู T-Pop เพื่อกรุยทางสู่ตลาด 

นายชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม หรือ GROUP CEO บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในท่าที่ถนัดสุดของเวิร์คพอยท์คือการสร้างสรรค์รายการทีวี และการทำวงดนตรีประกวดง่ายสุดในการหาศิลปิน แต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้ทำการเซ็นต์สัญญาไว้ การตั้งบริษัท เอ็กซ์โอเอ็กซ์โอเอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจและ T-Pop อีกด้านหากดูรายการของเวิร์คพอยท์จะพบว่ารายการเพลงดังระดับโลกบนแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วย  

ขณะที่การปั้นศิลปิน จะมองการสร้างรายได้จากแฟนเพลงที่ยินดีจ่ายเงินเพื่อฟังเพลง สตรีมมิง(อดีตคือการซื้อเทป ซีดี) และแฟนคลับที่ยินดีจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้า คอนเสิร์ต อีเวนต์ งานโขว์ตัว รวมถึงอีเวนต์ของลูกค้า แต่โจทย์ยากของการปั้นศิลปินให้ดัง เกิดโมเมนต์วิเศษเมื่อไหร่เพื่อครองใจกลุ่มเป้าหมาย

หายนะหาก “ไร้สื่อสัญชาติไทย”

อีกประเด็นที่น่าจับตา ไม่ใช่แค่การปรับตัวทางธุรกิจ เม็ดเงินโฆษณา เนื่องจากประเด็นเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการเดินหน้า ทว่า ที่ห่วงคือประเทศไทยจะไม่มีแพลตฟอร์มสื่อของตนเอง หรือแพลตฟอร์มแห่งชาติให้คนไทยได้รับชมคอนเทนต์เลยหรือ

นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป จำกัดหรือ MI GROUP กล่าวว่า แม่บททีวีดิจิทัลจะชี้อนาคตสื่อของประเทศไทย หากไม่มองแค่ทีวีดิจิทัล  หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ถ้าไม่มีสื่อที่เป็นของไทยเลย ถือเป็นหายนะ เพราะจะเป็นการสูญเสียสื่อที่น่าเชื่อถือหรือทรัสเต็ดมีเดีย เสียอธิปไตยการสื่อสาร รวมถึงเม็ดเงินต่างๆในระบบเศรษฐกิจ เช่น งบโฆษณาจะไหลไปอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ปัจจุบันล้วนเป็นของต่างประเทศ และสื่อทีวีที่เป็นธุรกิจไทย ครองเม็ดเงินไม่ถึง 40% ของมูลค่าแสนล้านบาท  

อย่างไรก็ตาม  หากมองฉากทัศน์สื่อในอนาคต หลังสิ้นสุดไลเซนส์ มองว่าทีวีที่เหมาะกับประชากรควรมี 4-5 ช่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการมีกระสุนทุน ทีมงาน ทั้งองคาพยพสามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่น่าสนใจตอบโจทย์คนดู ส่วนช่องที่มีจะเป็นสาธารณะ สังคมอุดมปัญญา เป็นการบ้านที่กสทช.ต้องไปศึกษา 

“ไทยเรามีแพลตฟอร์มสื่อของเราเองจริงไหม..ไม่มีเลย การกอบกู้ให้มีสื่อของประเทศไทย มีแพลตฟอร์มแห่งชาติตอนนี้ยังทัน ส่วนอนาคตการมีจำนวนช่อง หากลืมมิติผู้ประกอบการไปก่อน ทีวีเหลือน้อยช่องที่สุดยิ่งดี เพื่อให้แต่ละช่องมีเงินไปทำคอนเทนต์ที่น่าสนใจ” 

นายศิริ กล่าวว่า สื่อแห่งชาติมีความจำเป็นและสำคัญ โดยเฉพาะทีวี เพื่อรายงานข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐ สื่อสารถึงประชาชน ไม่ว่าจะเป็นพระราชพิธีต่างๆ รวมถีงภัยพิบัติ การช่วยเหลือผู้ประสบภัย 

นายเดียว วรตั้งตระกูล เลขาธิการสมาคมโทรทัศน์ฯ กล่าวว่า 3 ปีก่อนสมาคมฯ เคยเดินหน้าให้พัฒนาแพลตฟอร์มสตรีมมิงแห่งชาติ ด้วยงบประมาณ 300 ล้านบาท แต่โครงการไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ขณะที่ประเทศเวียดนาม มีการสร้างแพลตฟอร์มสื่อแห่งชาติแล้ว 

“โอทีทียังเทาๆ ไม่รู้จะไปซ้ายหรือขวา ขณะที่คนดู เทคโนโลยี ไม่รอแล้ว ที่น่าน่าหวงกว่าคือ ผู้ประกอบการจะเจออะไร เพราะตอนนี้ไม่ทันแล้ว 2 ปี ทุกคนต้องเอาตัวรอด”