วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2569

Login
Login

Trip.com Group เปิดวิสัยทัศน์ ปลดล็อกนวัตกรรม AI ก้าวสู่ยุคใหม่ ‘ท่องเที่ยว’ เครื่องจักร GDP โลก

Trip.com Group เปิดวิสัยทัศน์ ปลดล็อกนวัตกรรม AI ก้าวสู่ยุคใหม่ ‘ท่องเที่ยว’ เครื่องจักร GDP โลก

Trip.com Group เปิดเวที ‘Envision 2026’ รวมผู้นำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากทั่วโลก โชว์วิสัยทัศน์ตอกย้ำความเชื่อมั่น ก้าวสู่ยุคใหม่ของ ‘การท่องเที่ยว’ ซึ่งปัจจุบันครองสัดส่วน 10% ของ GDP โลก มูลค่ามหาศาลถึง 11.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 พร้อมกางโรดแมปด้านความร่วมมือกับพันธมิตร ปลดล็อกนวัตกรรม เทคโนโลยี AI อัจฉริยะ และการสร้างคุณค่าร่วมกันในทุกอุตสาหกรรมของระบบนิเวศการท่องเที่ยว

Trip.com Group (ทริปดอทคอม กรุ๊ป) ผู้ให้บริการการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก ตอกย้ำความเชื่อมั่นต่ออนาคตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกในระยะยาว จัดงานประชุมครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี “Envision Global Partner Conference 2026” พร้อมเผยนวัตกรรมใหม่ แผนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ และโครงการสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมในยุคถัดไป

งานนี้รวบรวมแขกคนสำคัญมากมาย ทั้งกลุ่มผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยว พันธมิตรสายการบินและโรงแรม รวมถึงชุมชนครีเอเตอร์ รวมกว่า 3,500 คนจาก 78 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก เพื่อร่วมสำรวจโอกาสใหม่ๆ และอนาคตของการเดินทางที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง

การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ดีมานด์ทุบสถิติ และโมเมนตัมที่เกิดขึ้นทั่วภาคธุรกิจ

ในการกล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน เจน ซุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Trip.com Group ได้ประกาศการมาถึงของ "ยุคใหม่แห่งการท่องเที่ยวระดับโลก" ซึ่งเกิดจากปัจจัยจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ การเร่งเครื่องด้านนวัตกรรม และความมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรเชิงลึก

ปัจจุบันการท่องเที่ยวมีสัดส่วนราว 10% ของ GDP โลก โดยคิดเป็นมูลค่ามหาศาลถึง 11.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ที่ผ่านมา และยังเป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในโลก ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกถึง 2 เท่า (ข้อมูลจากสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก หรือ World Travel & Tourism Council : WTTC)

ภายใต้บริบทดังกล่าว Trip.com Group และพันธมิตรมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ยอดการจองรวมบนแพลตฟอร์ม OTA ระหว่างประเทศของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นถึง 60% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน

ในขณะที่ยอดการจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบินขาออกพุ่งสูงกว่าปี 2562 ถึง 140% ส่วนธุรกิจการออกตั๋วเครื่องบินของบริษัทฯ มีมูลค่าการจำหน่ายชั้นโดยสารพรีเมียมและบริการเสริม (Upsell) เพิ่มขึ้นราว 60% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่รายได้จากกลุ่มที่พักเติบโตขึ้นกว่า 20%

"โมเมนตัมนี้สะท้อนถึงดีมานด์การเดินทางที่แข็งแกร่งขึ้นในทุกภูมิภาค โดยมีทวีปเอเชียเป็นศูนย์กลาง เสริมด้วยแรงหนุนจากการเติบโตที่พุ่งขึ้นทั้งในยุโรปและอเมริกา"

“3 Ds” เจาะลึก 3 แนวโน้มสำคัญที่นิยามการท่องเที่ยวโลก

งานประชุมครั้งนี้เน้นย้ำถึงโอกาสการเติบโตครั้งสำคัญในบทใหม่ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกผ่านแนวคิด “3 Ds” ได้แก่ Discovery การค้นพบจุดหมายปลายทางใหม่ที่กำลังมาแรง เช่น อุซเบกิสถาน อาร์เจนตินา และโคลัมเบีย ซึ่งเป็นกลุ่มจุดหมายที่เติบโตเร็วที่สุดในปี 2568 Diversity ความหลากหลายของประสบการณ์ ตั้งแต่การดำน้ำที่บาหลี สัมผัสธรรมชาติที่คัปปาโดเกีย ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ในกีซาและอิสตันบูล และ Depth การเดินทางเชิงลึก โดย 15 จาก 20 เส้นทางที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด สะท้อนถึงการเดินทางระยะไกล มีการเชื่อมเส้นทางหลายต่อ และระยะเวลาพำนักเฉลี่ยที่สูงราว 6 วันในทุกภูมิภาค

เจน ซุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Trip.com Group กล่าวว่า “การท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังฟื้นตัวอย่างเหลือเชื่อ และด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่ทำสถิติสูงสุด ทำให้เรากำลังก้าวเข้าสู่บทใหม่ของการเติบโต พันธกิจร่วมกันของเราคือการเปลี่ยนโมเมนตัมนี้ให้กลายเป็นคุณค่าที่ยั่งยืนทั่วทั้งระบบนิเวศการเดินทาง ผ่านการลงทุนในด้านนวัตกรรมและบริการ เพื่อตอบสนองความคาดหวังของนักเดินทางที่ต้องการประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่ง Trip.com Group ได้ช่วยปลดล็อกโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ เพื่อสร้างอนาคตของการท่องเที่ยวที่ครอบคลุมและยั่งยืน ซึ่งจะส่งเสริมพันธมิตร เอื้อประโยชน์ต่อชุมชน และมอบการเดินทางอันทรงคุณค่าแก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก”

Trip.com Group เปิดวิสัยทัศน์ ปลดล็อกนวัตกรรม AI ก้าวสู่ยุคใหม่ ‘ท่องเที่ยว’ เครื่องจักร GDP โลก

ทั้งนี้ Trip.com Group ยังให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ทั้งกับแพลตฟอร์ม ผลิตภัณฑ์ และบริการของบริษัทฯ โดยเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ ในทุกหน่วยธุรกิจหลัก ดังนี้

  • สายการบิน: เปิดตัวบริการแบบบูรณาการแนวใหม่ เช่น บริการเช็กอินออนไลน์ (Online Check-in) โดยระบบวิเคราะห์ตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะช่วยให้พันธมิตรสายการบินได้รับข้อมูลที่แม่นยำขึ้นในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
  • โรงแรม: ระบบ One-click Personalisation และ Smart Carts จะช่วยสร้างยอดห้องพักเพิ่มขึ้น 10,500 คืน และยอดจองหลายห้องอีก 4,000 รายการต่อวัน
  • รถไฟ: แพลตฟอร์มบริการรถไฟแบบครบวงจรที่เชื่อมต่อการเดินทางได้หลายรูปแบบ ช่วยเพิ่มยอดขายการเดินทางแบบเชื่อมต่อรถไฟและเที่ยวบิน (rail-flight) ให้เติบโตถึง 50% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมขยายการเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการรถไฟทั่วยุโรป
  • สถานที่ท่องเที่ยวและธุรกิจทัวร์: โซลูชัน Smart Ticketing รวมถึงเครื่องจำหน่ายตั๋วแบบบริการตัวเองตามสถานที่ท่องเที่ยวอันพลุกพล่าน รองรับการใช้งานแล้วกว่า 1 พันล้านครั้งใน 8 ตลาด นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2567
  • Trip.Biz: AI agents สามารถอนุมัติคำขอเดินทางเพื่อธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำโดยอัตโนมัติ โดยมีอัตราการอนุมัติมากกว่า 98% และ Trip.Biz ยังรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหาก AI ของบริษัทเกิดความผิดพลาด
  • คอนเทนต์และชุมชนครีเอเตอร์: ระบบขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยจับคู่อินฟลูเอนเซอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเชื่อมโยงผู้ขายเข้ากับครีเอเตอร์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด ช่วยให้พันธมิตรสามารถเปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นดีมานด์และการค้นพบใหม่ๆ

 

จับตาสู่อนาคตอย่างเชื่อมั่น

ในการก้าวไปสู่อนาคตข้างหน้า บริษัทฯ ได้วางเสาหลัก 3 ประการ สำหรับการลงทุนและนวัตกรรมในอนาคต ภายใต้หลักการ “Intelligence with Care”

ประการที่ 1 คือการขับเคลื่อนทางเลือกที่ดีและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ผ่านระบบการค้นหาและการจองที่ใช้ AI พร้อมเสริมระบบวิเคราะห์ตลาดที่ฉลาดยิ่งขึ้นให้แก่พันธมิตร

ประการที่ 2 คือการผสานประสิทธิภาพของ AI เข้ากับวิจารณญาณและความเข้าอกเข้าใจของมนุษย์ เพื่อมอบความน่าเชื่อถือในจุดที่มีความสำคัญมากที่สุด

และประการที่ 3 คือการเสริมความแข็งแกร่งของตำแหน่งทางการตลาด ในฐานะแพลตฟอร์มระดับโลกที่น่าเชื่อถือ พร้อมรับประกันการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพและสอดคล้องตามกฎระเบียบในตลาดทุกแห่ง ทั้งสำหรับพันธมิตรและนักท่องเที่ยว