หลังเกิดวิกฤติความขัดแย้งใน “ตะวันออกกลาง” นาน 3 เดือน ล่าสุด “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) ประเมินแนวโน้ม “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เดินทางเข้าไทยว่าน่าจะ “ดีกว่า” ฉากทัศน์เดิมที่เคยคาดการณ์ว่าปี 2569 จะมีจำนวน 30-32 ล้านคนในกรณีสงครามยืดเยื้อ 3 เดือน
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไม่น่าเท่ากับที่ ททท. เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เพราะล่าสุดเริ่มเห็น “สัญญาณบวก” ในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งเดิมเคยคาดว่าจะลดลงประมาณ 40% แต่จากสถิติ 5 เดือนแรกของปี 2569 ลดลงไม่ถึง 30%
และในงานเทรดโชว์ด้านการท่องเที่ยว “Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2026” ระหว่างวันที่ 10-12 มิ.ย. ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา จ.ชลบุรี พบว่ามีผู้ซื้อ (Buyer) จากตะวันออกกลางเดินทางมาร่วมเจรจาซื้อขายสินค้าท่องเที่ยวจำนวนมาก จึงมองว่าเมื่อถึงเวลาที่นักท่องเที่ยวพร้อม เขาจะกลับมาเลย ระหว่างนี้ผู้ซื้อจะเน้นมาดูโปรดักต์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แคมเปญใหม่ๆ และแนวทางการทำตลาดหลังสถานการณ์คลี่คลาย
โดย ททท.จะดึงสายการบินตะวันออกกลางมาเปิดเส้นทางบินในฮับบินต่างๆ ของไทย เช่น สนามบินอู่ตะเภา เพื่อรองรับโอกาสที่จะเกิดขึ้น
“สำหรับการปรับเป้าหมายใหม่อีกครั้ง จากก่อนหน้านี้คาดการณ์ว่า ปี 2569 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 5-10% แต่เนื่องจากสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่จบ ยังอยู่ในขั้น Wait & See จึงประเมินว่าน่าจะติดลบน้อยกว่า 5% แน่นอน โดยอาจจะลดลง 1-2% หรือไม่ติดลบเลย เมื่อเทียบกับฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2568 ซึ่งเดินทางเข้าไทย 32.97 ล้านคน ถือว่าเป็นการลดลงที่ไม่ได้มากอย่างที่เราคิดแล้ว หรืออาจจะดีขึ้น”
ทั้งนี้ ททท.ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และนำตัวเลขหลังปรับเป้าหมายใหม่ไปหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและคณะกรรมการ ททท.เพิ่มเติม โดยจะเน้นเพิ่มการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนเป้าใหม่ของรายได้จะขอไปเคาะอีกที แต่ไม่ต่ำกว่าปีที่แล้วแน่นอน ซึ่งต้องพิจารณาแต่ละตลาดด้วยว่ายอดการใช้จ่ายต่อหัวจะอยู่ที่เท่าไร
ประกอบกับตอนนี้มีความท้าทายจากปัจจัยเรื่อง “วีซ่า” ในบางตลาด เช่น “อินเดีย” หลังจากที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 ได้เห็นชอบในหลักการ “ยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน” แก่นักท่องเที่ยวจาก 93 ประเทศ/ดินแดน ทำให้ต้องกลับไปใช้มาตรการฟรีวีซ่าตามหลักเกณฑ์เดิมของแต่ละประเทศ แม้ยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ แต่ต้องเร่งพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาการเติบโตของตลาดอินเดีย เพราะนอกจากจะกระทบต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มทั่วไปแล้ว ยังกระทบต่อกลุ่มไมซ์ (MICE: ประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และงานแสดงสินค้า) และกลุ่มแต่งงานอีกด้วย
“ไม่อยากให้ติดภาพเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในภาพรวมเพียงอย่างเดียว หรือประเทศคู่แข่งได้จำนวนนักท่องเที่ยวเท่าไร แต่อยากให้ดูว่าประเทศไทยสามารถดึงฐานนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลเข้ามาจำนวนมาก โดยในส่วนของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยคือสิ่งที่เราพยายามผลักดัน อย่าไปยึดติดกับตัวเลขจำนวนคน เพราะโจทย์สำคัญคือการกระตุ้นการใช้จ่าย และส่งเสริมปัจจัยที่มีผลต่อการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ด้วยการเปิดกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ๆ เปิดกลุ่มพาร์ตเนอร์ใหม่ๆ และเปิดกลุ่มความร่วมมือใหม่ๆ” ผู้ว่าการ ททท.กล่าว
รายงานข่าวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า จาก “สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติ” เดินทางเข้าไทยในช่วง “5 เดือนแรก” ของปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 พ.ค. พบว่ามีจำนวนสะสม 14,032,649 คน ลดลง 2.3% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 679,274 ล้านบาท ลดลง 2.48%
เมื่อดูนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลาง (ไม่รวมอิหร่านกับอิสราเอล) ในช่วง 5 เดือนแรก มีจำนวนสะสม 150,779 คน ลดลง 24.83% ส่วนนักท่องเที่ยวยุโรป 3,965,179 คน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.26% นักท่องเที่ยวอเมริกา 704,789 คน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.31% ขณะที่นักท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิก 9,146,708 คน ลดลง 3.08%
เฉพาะเดือน “พ.ค. 2569” จากสถิติพบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยจำนวน 2,346,845 คน เพิ่มขึ้น 3.54% เทียบเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว โดยนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมีจำนวน 47,726 คน ลดลง 1.9% ส่วนนักท่องเที่ยวยุโรป 365,345 คน ลดลง 0.35% ขณะที่นักท่องเที่ยวจากอเมริกา 102,389 คน เพิ่มขึ้น 3.56% ด้านนักท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิก 1,818,479 คน เพิ่มขึ้น 4.53%

