‘กวิน อินเตอร์เทรด’ เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยยังไม่หยุดนิ่ง เดินหน้าจัด 5 งานแสดงสินค้าในช่วง 7 เดือนที่เหลือของปี 69 ปักหมุดไบเทค บางนา เฉพาะวันที่ 4-7 มิ.ย. กำหนดจัด 2 งานใหญ่ TFBO และ ASEAN Retail 2026 เพื่อธุรกิจแฟรนไชส์และค้าปลีกยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งภูมิภาค
นายกวิน กิตติบุญญา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กวิน อินเตอร์เทรด จำกัด กล่าวว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโตช้า แต่ยังไปต่อได้ โดยในช่วง 7 เดือนหลังของปีนี้บริษัทฯ เตรียมจัดงานแสดงสินค้า 5 งานในกรุงเทพฯ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค แบ่งเป็น 3 ช่วงด้วยกัน
ช่วงที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 4-7 มิถุนายน 2569 มีกำหนดจัด 2 งาน ได้แก่ งาน “Thailand Franchise & Business Opportunities” หรือ TFBO 2026 ซึ่งถือเป็นงานแสดงแฟรนไชส์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 22 ในงานได้รวบรวมแบรนด์แฟรนไชส์ชั้นนำกว่า 200 แบรนด์ จาก 8 ประเทศ ได้แก่ ไต้หวัน มาเลเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ สเปน และไทย เข้ามาร่วมจัดแสดงแฟรนไชส์และเปิดโอกาสให้ผู้สนใจและอยากเริ่มต้นทำธุรกิจได้เจรจาธุรกิจกับเจ้าของแบรนด์หรือผู้บริหารแบบครบจบในงานเดียว ภายใต้ธีม Franchise Beyond Limits โดยมีจำนวนแบรนด์ที่เข้าร่วมงานปีนี้ทุบสถิติมีจำนวนแบรนด์แฟรนไชส์ที่มาร่วมงานสูงสุดในรอบ 22 ปีของการจัดงาน TFBO
สำหรับแฟรนไชส์ที่มานำเสนอครอบคลุมใน 13 ประเภทธุรกิจที่น่าสนใจ ประกอบด้วย อาหาร, เครื่องดื่มและชาไข่มุก ร้านกาแฟ, เบเกอรี่และของหวาน, ร้านสะดวกซัก, การศึกษา, คาร์แคร์และล้างรถอัตโนมัติ, ร้านค้าปลีกและมินิมาร์ท, ตู้บริการซักผ้าอัตโนมัติ ตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ, บริการ (โรงพยาบาลสัตว์เลี้ยง / บริการวีซ่า / งานพิมพ์), รับผลิต OEM และเครื่องปรุงรส, ระบบซอฟต์แวร์ POS และเทคโนโลยีจัดการร้านค้า, อุปกรณ์และสินค้าสำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม, ที่ปรึกษาด้านแฟรนไชส์และการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ ซึ่งงบลงทุนเริ่มต้นที่หลักหมื่นถึงหลักล้านสำหรับการซื้อมาสเตอร์แฟรนไชส์
ทั้งนี้ ในพื้นที่จัดงานเดียวกับ TFBO 2026 จะจัดพร้อมกับงาน “ASEAN Retail 2026” ภายใต้ธีม Retail XI – Experience. Expansion. E-Commerce Excellence นำเสนอเทคโนโลยีเพื่อธุรกิจค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค ซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 11 รวบรวมสินค้าและบริการทั้ง POS, ERP, CRM, AI, Martech อุปกรณ์ไลฟ์สด โซลูชันอี-คอมเมิร์ซ ระบบชำระเงิน ระบบบริหารคลังสินค้า ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ตู้ลอคเกอร์อัตโนมัติ Digital Signage จอ LED เทคโนโลยีสื่อสารหน้าร้านอัจฉริยะ และอื่นๆ อีกมากมายกว่า 100 แบรนด์ชั้นนำจากไทย จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน มาจัดแสดงสินค้าและบริการเพื่อธุรกิจค้าปลีกแบบครบวงจรทุกระดับตั้งแต่โมเดริน์เทรด ศูนย์การค้า ซุปเปอร์มาร์เกต ร้านค้าปลีกทุกกลุ่ม
ประกอบด้วย 4 ประเภทสินค้าหลัก ได้แก่ 1.ระบบบริหารธุรกิจค้าปลีกและซอฟแวร์อัจฉริยะ นำเสนอโซลูชั่นสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการธุรกิจทั้งหน้าร้านและหลังร้าน 2.ระบบชำระเงินและเทคโนโลยีธุรกรรม นวัตกรรมเพื่อความสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำในการซื้อขาย 3.เทคโนโลยีค้าปลีกอัตโนมัติและเครื่องจักรอัจฉริยะ ยกระดับประสิทธิภาพด้วยระบบอัตโนมัติสำหรับร้านค้า และ 4.เทคโนโลยีสร้างประสบการณ์หน้าร้านและสื่อดิจิทัล เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้ร้านค้าและดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น
“เราคาดว่าตลอด 4 วันของการจัดงาน TFBO 2026 และงาน ASEAN Retail 2026 จะมีผู้เข้าชมงานรวม 18,000 คนจาก 40 ประเทศ สร้างเม็ดเงินลงทุนสะพัดมากกว่า 500 ล้านบาท”
นายกวิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 9-12 กรกฎาคม 2569 มีกำหนดจัด 2 งาน ได้แก่ งาน “Thailand Retail, Food & Hospitality Services” หรือ TRAF 2026 จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 โดยเป็นงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับบริการด้านอาหารสำหรับธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม เช่น นวัตกรรม อุปกรณ์ และวัตถุดิบต่างๆ
ส่วนอีกงานคือ “Pub – Bar – Asia” หรือ PBA 2026 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เดิมเป็นส่วนหนึ่งของงาน TRAF แต่ได้แยกออกมาเป็นอีกงานเดี่ยว (Solo Show) เพราะเห็นการเติบโตเร็ว ไฮไลต์คือผลิตภัณฑ์สุราชุมชนของไทย ตอบสนองนโยบายของภาครัฐ รวมถึงกลุ่มสาเกจากญี่ปุ่น 20 ราย และผู้ผลิตคราฟต์เบียร์จากจีน 8 ราย
“บริษัทฯ คาดว่างาน TRAF และ PBA ซึ่งจะจัดระหว่างวันที่ 9-12 กรกฎาคมนี้จะมีผู้เข้าชมงานกว่า 18,000 คนจาก 30 ประเทศ สร้างมูลค่าการซื้อขายกว่า 600 ล้านบาท”
และในช่วงที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2569 มีกำหนดจัดงาน “Licensing Show ASEAN 2026” จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยเป็นงานเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เกี่ยวกับคาแรกเตอร์ ภาพยนตร์ วรรณกรรม อีสปอร์ต และอื่นๆ ประกอบกับเห็นเทรนด์การเติบโตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ตัวอย่างความสำเร็จที่เห็นชัดคือ คาแรกเตอร์ “Butterbear” (หมีเนย)
หลังจากงาน Licensing Show ASEAN ที่จัดครั้งแรกเมื่อปี 2568 ถือว่าประสบความสำเร็จดีเกินคาด ทำให้ในปีนี้ญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าพ่อด้านคาแรกเตอร์ของเอเชียมีผู้เข้าร่วมแสดงงานเพิ่มขึ้นเท่าตัว จาก 12 บริษัท เป็น 20 บริษัท และยังมีจากประเทศอื่นๆ ที่กำลังติดต่อให้มาร่วมแสดง ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ และไต้หวัน เขามองว่าตลาด IP ในเมืองไทยนั้นใหญ่มาก และยังเป็นศูนย์กลางของกลุ่มประเทศ CLMVT (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย) อีกด้วย
“เราคาดว่าจะมีผู้แสดงในงานปีนี้ประมาณ 100 ราย จาก 8 ประเทศ และมีผู้เข้าชมงานเทรดโชว์นี้ 3,000 รายจาก 30 ประเทศ เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายบริษัทหรือโรงงานผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) และสินค้าไลฟ์สไตล์ สร้างเงินสะพัด 100 ล้านบาท ทั้งยังมองว่าศักยภาพของงาน Licensing Show ASEAN จะสามารถยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน และในอนาคตอันใกล้อีก 2-3 ปีข้างหน้าจะสามารถแซงหน้าฮ่องกงได้อีกด้วย”

