วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ความสวยคือปัจจัยที่ห้า ‘ศศิ’ พลิกภาพแบรนด์วัยรุ่น ขยายฐานสู่กลุ่มเป้าหมายทุกคน

ความสวยคือปัจจัยที่ห้า ‘ศศิ’ พลิกภาพแบรนด์วัยรุ่น ขยายฐานสู่กลุ่มเป้าหมายทุกคน

ศรีจันทร์สหโอสถ ยกเครื่องแบรนด์น้อง "ศศิ"(sasi) ขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ปรับแท็กไลน์สู่ Because We Can เจาะกลุ่มเป้าหมาย เผยความงามคือปัจจัยที่ห้าของผู้คน ด้านตลาดบิวตี้ 4-5 เดือนแรก ผู้บริโภคชะลอใช้จ่าย

“ศรีจันทร์” ผ่านการพลิกแบรนด์ระดับตำนาน 7 ทศวรรษให้ทันสมัย จนสร้างการเติบโตกลายเป็นอาณาจักรสินค้าความงาม(บิวตี้) พันล้านบาท 

ล่าสุดถึงคิวแบรนด์น้อง “ศศิ”(sasi) ที่ยกเครื่องแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 9 ปี จากเดิมสินค้ามุ่งเจาะกลุ่มวัยรุ่น กลุ่ม “ผู้หญิง” เป็นส่วนใหญ่ ได้ปรับใหม่เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ไม่จำกัด เพศ อายุ หรือรูปแบบชีวิตอีกต่อไป มาพร้อมกับ tag line ใหม่ “Because We Can” เป็นการตอกย้ำตัวสินค้าเข้าถึงคนทุกกลุ่มมากขึ้นหรือ Product inclusive จากเดิมคือ “Because Girls Can”

รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด พร้อมด้วย ขุนพลการตลาด ระบิล สิริมนกุล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด และ เกล็ดดาว จิตต์ชื่นโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ร่วมฉายภาพการรุกตลาดสินค้าความงามของ “ศศิ” ถือเป็นครั้งที่ 3 ของการเปลี่ยนจุดยืนหรือ repositioning ในการปรับ Brand Belief จากจุดเริ่มต้นคือ Live A Little 

ทั้งนี้ การปรับสู่ “Because We Can” เพราะ “ศศิ” ต้องการเป็นแบรนด์ที่เปิดกว้างต่อความหลากหลายทุกประเภทและทุกตัวตนของผู้บริโภค 

เพื่อให้การปรับใหญ่มีความคึกคัก “ศศิ” ยังดึง 9 ศิลปินดัง มาเป็นตัวแทนของแบรนด์หรือ Face of sasi  ประกอบด้วย 6 หนุ่ม วง PROXIE สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์แป้งทั้งหมด “เก่ง หฤษฎ์ - น้ำปิง นภัสกร” สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์รองพื้น แป้ง และบลัชออน และเก้า สุภัสสรา สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ลิปสติก และหมวดสีสัน

ทั้งนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่ใช้ศิลปิน 9 คน ในการเป็น Face of sasi พร้อมกันในครั้งเดียว และยังมีการใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงดนตรี หรือ music marketing สร้างสรรค์ผลงานเพลงออกมา เพื่อสร้างแบรนด์เป็นหัวใจสำคัญ ที่สำคัญศิลปินทั้ง 9 จะเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ และส่งต่อพลังไปยังผู้คนด้วย 

“แบรนด์ศศิ เติบโตจากกลุ่มบิวตี้ บีกินเนอร์ หรือกลุ่มเป้าหมายที่เริ่มแต่งหน้า ตามมาด้วยกลุ่มวัยรุ่นกลางๆที่ทันกระแส ขยายสู่กลุ่มผู้บริโภคมองหาสินค้าอย่างชาญฉลาด ฉลาดเลือกที่เหมาะกับตนเองด้วยราคาที่คุ้มค่า ไม่ต้องจ่ายแพงเพื่อให้ได้สินค้าบิวตี้ที่ดี นอกจากการมุ่งขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น การปรับครั้งนี้ของ ศศิ ยังมุ่งสู่การเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้าด้วย”  

ความสวยคือปัจจัยที่ห้า ‘ศศิ’ พลิกภาพแบรนด์วัยรุ่น ขยายฐานสู่กลุ่มเป้าหมายทุกคน

จากแท็กไลน์ Because We Can “ศศิ" ยังต้องการสร้าง We ให้เป็นคอมมูนิตีของแบรนด์เชื่อมต่อกับผู้บริโภคด้วย 

“ภาพกว้างแบรนด์ศศิต้องการ inclusivity กับผู้คนมากขึ้น อนาคตสินค้าจะตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ผู้ใช้สินค้าหรือ usage จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย เพราะวันนี้ผู้บริโภคมองความสวยเป็นปัจจัยที่ห้า ความสวยคือพลัง ไม่ใช่แรงกดดันเหมือนในอดีต”  

ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา “ศศิ” เป็นแบรนด์ที่สร้างการเติบโตต่อเนื่องอัตรา 2 หลัก และมีบางปีที่เติบโตก้าวกระโดด ส่วนสินค้าในพอร์ตโฟลิโอมีหลากหลายจาก 3 กลุ่ม และมีสินค้าฮีโร ขายดี เช่น Jolly Sweet Lip แป้งกระป๋องที่จากมี 2 สูตร ปัจจุบันขยายเป็น 7 สูตร เป็นต้น 

แม้ “ศศิ” จะพลิกโฉมแบรนด์ครั้งสำคัญรอบ 9 ปี ทว่า จุดยืนเดิมที่ยึดมั่นคือ “ราคาสินค้าย่อมเยาเข้าถึงได้” โดยมีสินค้าราคาตั้งแต่ 39 บาท ไปจนถึงหลักร้อยบาท ควบคู่กับสินค้าตอบโจทย์ด้านฟังก์ชัน ประโยชน์การทำให้สวยงาม พัฒนาสินค้าที่อยู่ในกระแสเป็นที่ต้องการของกลุ่เป้าหมาย ซึ่งเทรนด์บิวตี้ในปัจจุบันสั้นลง 

“ยุคใหม่ เทรนด์สั้นลง แบรนด์เราต้องปรับตัวให้ทัน” 

ความสวยคือปัจจัยที่ห้า ‘ศศิ’ พลิกภาพแบรนด์วัยรุ่น ขยายฐานสู่กลุ่มเป้าหมายทุกคน

ปี 2569 ตลาดสินค้าความงามหรือบิวตี้ เป็นอีกหมวดที่เผชิญความท้าทาย ทั้งจากต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น เศรษฐกิจชะลอตัว กระทบการใช้จ่ายของผู้บริโภคให้ “ชะลอตัวลง” มีการเปลี่ยนหรือสวิชท์แบรนด์จากแพง มาซื้อสินค้าราคาจับต้องได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม จากการทำตลาดทั้งปี “ศศิ” ตั้งเป้ายอดขายเติบโตในอัตรา 2 หลัก 

ขณะที่เป้าหมายระยะยาว ต้องการผลักดัน “ศศิ” เป็นแบรนด์ระดับภูมิภาค จากปัจจุบันส่งออกไปยังตลาดอาเซียน ขายดีในฟิลิปปินส์ เป็นต้น และร่วมเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนสินค้าความงามไทยหรือ T-Beauty ให้ผงาดในเวทีโลก โดยมี “Made in Thailand” เป็นแรงส่งที่ศักดิ์สิทธิ์

“ตลาดสินค้าความงาม 4-5 เดือน ถือเป็นปีที่ค่อนข้างยาก ด้วยสภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ต้นทุนธุรกิจปรับตัวสูงขึ้น กำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว แต่การซื้อสินค้ายังไม่หายไปเสียทีเดียว แต่ผู้บริโภคคิดมากขึ้นในการใช้จ่าย”