วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ศึก ‘เนสกาแฟ’ ไม่จบ ‘มหากิจศิริ’ สู้ยิบตายื้อธุรกิจ ‘เนสท์เล่’ งัดคำชี้ขาดศาลฯยุติสัญญา

ศึก ‘เนสกาแฟ’ ไม่จบ  ‘มหากิจศิริ’ สู้ยิบตายื้อธุรกิจ ‘เนสท์เล่’ งัดคำชี้ขาดศาลฯยุติสัญญา

เป็นเวลากว่า 1 ปี นับตั้งแต่ “ข้อพิพาท” ของ 2 พันธมิตรที่แปรเป็น “คู่ขัดแย้ง” สำหรับบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง “เนสท์เล่” กับตระกูล “มหากิจศิริ” ที่ห้ำหั่นกันชิง “เนสกาแฟ” ภายใต้กิจการร่วมทุนคือ บริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด (QCP)

หากย้อนไทม์ไลน์กว่า 1 ปี​ โดยสังเขป ช่วงเมษายนปีที่แล้ว ตระกูลมหากิจศิริ ได้ร้องต่อศาลเพื่อขอให้ “เนสกาแฟ” หยุดผลิตและจำหน่ายชั่วคราวในประเทศไทย แต่สามารถโฆษณาสร้างแบรนด์ได้

ผลกระทบคือ ร้านค้าไม่มีสินค้าจำหน่ายในเวลาอันสั้น แต่กระนั้น เนสท์เล่ ได้ต่อสู้ในชั้นศาล เพื่อหาทางจำหน่ายสินค้ากลับคืนสู่ตลาดได้ค่อนข้างเร็ว 

ทว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้น เนสท์เล่ เองได้ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายที่ไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้ มูลค่าอยู่ระดับหลักร้อยล้านบาท  

ศึก ‘เนสกาแฟ’ ไม่จบ  ‘มหากิจศิริ’ สู้ยิบตายื้อธุรกิจ ‘เนสท์เล่’ งัดคำชี้ขาดศาลฯยุติสัญญา

ระหว่างที่สินค้าไม่สามารถผลิตในประเทศได้ “เนสกาแฟ” กลุ่มสินค้ากาแฟปรุงสำเร็จ ทรีอินวัน ฯ มีการนำเข้าสินค้าจากหลากประเทศมาจำหน่าย เช่น เวียดนาม มาเลเซีย ฯ ส่วนกาแฟพร้อมดื่มมีการจ้างผลิตในประเทศ เป็นต้น ที่ผ่านมา ต่างฝ่ายต่างหาทางชี้แจงต่อสาธารณะชนเกี่ยวกับ “ข้อเท็จจริง” ที่เกิดขึ้น เหตุใดต้องยุติสัญญาการทำธุรกิจภายใต้ QCP และหนึ่งในการนำเสนอเนื้อหาที่เห็น เช่น ฝั่งมหากิจศิริ มีการใช้อินฟลูเอนเซอร์ระดับโลก "Nas Daily" เล่าเรื่องโดยมี "ประยุทธ มหากิจศิริ" ฉายา "เจ้าพ่อเนสกาแฟเมืองไทย" ให้สัมภาษณ์ถึงการบ่มเพาะกิจการ ฟูมฟักเหมือนลูก ร่วมสร้างการเติบโตกับบริษัทระดับโลกมาอย่างยาวนาน

เมื่อพันธมิตรธุรกิจ กลายเป็นปรปักษ์ ทำให้ทั้ง 2 ฝ่าย เดินหน้าพึ่งพากระบวนการยุติธรรมทั้งในและต่างประเทศ เพื่อหาทางออกที่ดีสำหรับตนเอง

ล่าสุด “กึ้ง เฉลิมชัย มหากิจศิริ” ทายาทของ “ประยุทธ มหากิจศิริ” ยังออกมาเปิดเผยเบื้องลึกเบื้องหลังการ “ฉีกสัญญา” เนื่องจากถูกยักษ์ใหญ่ “บีบซื้อหุ้น” ในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม กลายเป็นประเด็นร้อนอีกระลอก 

จากกรณีดังกล่าว ทำให้ "เนสท์เล่" ออกแถลงการณ์ตอบโต้ ถึงการเดินหน้าสร้างความสำเร็จของ "เนสกาแฟ" ด้วยการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภค และสนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง

โดยรายละเอียดระบุว่า เนสกาแฟ ย้ำว่ายังครองความเป็นแบรนด์กาแฟยอดนิยมของคนไทย และเป็นหนึ่งแบรนด์ที่คนไทยไว้วางใจสูงสุด จากการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลมาอย่างต่อเนื่อง ความมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟรูปแบบใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพสูงเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย พร้อมเดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะปลูกกาแฟชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผู้รับซื้อรายใหญ่สำหรับเมล็ดกาแฟที่เพาะปลูกในประเทศไทยมาเป็นเวลานานหลายปีติดต่อกัน

ศึก ‘เนสกาแฟ’ ไม่จบ  ‘มหากิจศิริ’ สู้ยิบตายื้อธุรกิจ ‘เนสท์เล่’ งัดคำชี้ขาดศาลฯยุติสัญญา

ในอดีตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ ได้ผลิตในประเทศไทยโดยบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด (QCP) ซึ่งเป็นบริษัทที่ร่วมทุนแบบ ถือหุ้นฝ่ายละ 50% เท่ากัน ระหว่าง “เนสท์เล่” และตระกูล “มหากิจศิริ” ภายใต้สัญญาการร่วมทุนนี้ เนสท์เล่ มีอำนาจในการบริหารงานบริษัท QCP ซึ่งรวมถึงการผลิต การจัดจำหน่าย และการทำการตลาดผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ โดยเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาที่ใช้ในการผลิตเนสกาแฟนั้นเป็นของเนสท์เล่ เมื่อสัญญาการร่วมทุนสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นมา บริษัท QCP จึงไม่มีสิทธิในการผลิตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟอีกต่อไป

กรณีการสิ้นสุดลงของสัญญากับบริษัท QCP ได้ถูกยื่นต่อคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศให้ไต่สวน โดยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2567 ทางคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศได้มีคำตัดสินชี้ขาดว่า การยุติสัญญาทั้งหมดชอบด้วยกฎหมายตามข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง คำร้องที่ผู้ถือหุ้นอีกฝั่งยื่นต่อศาลสิงคโปร์ในเวลาต่อมาก็ถูกยกคำร้องทั้งหมดเช่นกัน โดยศาลสูงสิงคโปร์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ยืนตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ทั้งนี้ จึงเป็นการยืนยันโดยถึงที่สุดแล้วว่าการยุติสัญญากับบริษัท QCP เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถือหุ้น QCP อีกฝั่ง ได้รับทราบคำพิพากษาของศาล และได้มีการชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามคำสั่งศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในส่วนของคดีแพ่งที่นายประยุทธ มหากิจศิริและครอบครัวได้ยื่นฟ้องเนสท์เล่และบริษัทในเครือในประเทศไทย ปัจจุบัน ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษได้มีคำสั่งให้โอนมาพิจารณาที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีเขตอำนาจโดยตรง โดยคดีกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ศึก ‘เนสกาแฟ’ ไม่จบ  ‘มหากิจศิริ’ สู้ยิบตายื้อธุรกิจ ‘เนสท์เล่’ งัดคำชี้ขาดศาลฯยุติสัญญา

เนสท์เล่ยังคงยืนหยัดและยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลในการประกอบธุรกิจ รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลักการเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจของเนสท์เล่ทั่วโลกและเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เนสท์เล่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค คู่ค้าทางธุรกิจ พนักงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่าง ๆ ในนานาประเทศทั่วโลก

เนสท์เล่ ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 130 ปี และยังคงมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภค พนักงานของเรา เกษตรกรที่ทำงานร่วมกับเรา ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจของเรา และจะยังคงเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยต่อไป

สำหรับเนสท์เล่เป็นบริษัทอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยดำเนินธุรกิจใน 185 ประเทศทั่วโลก บริษัทยึดมั่นในเจตนารมณ์ “เปิดพลังแห่งอาหารและเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตที่ดี สำหรับทุกคนในวันนี้และในอนาคต (Unlocking the power of food and beverages to enhance quality of life for everyone, today and for generations to come)” เนสท์เล่นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายสำหรับผู้คนและสัตว์เลี้ยงในทุกช่วงวัย โดยมีแบรนด์มากกว่า 2,000 แบรนด์ ซึ่งรวมถึง แบรนด์ระดับโลก อาทิ เนสกาแฟ เนสเปรสโซ ไมโล และแม็กกี้ ปัจจุบัน เนสท์เล่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเวเวย์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และก่อตั้งขึ้นเมื่อกว่า 160 ปีก่อน