"ตู้เต่าบิน" โชว์ผลงานไตรมาสแรกโกยยอดขาย 505 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% แต่ยอดขายเชิงปริมาณ หรือจำนวนแก้ว ลดลง 2.9% อยู่ที่ 15 ล้านแก้ว เผยไตรมาส 2 ลุยเปิดตัวตู้เต่าทอด ตลาดว้าวแน่ แต่บทเรียนตู้เต่าบินทำให้ไม่เร่งติดตั้งตู้
สถานการณ์ธุรกิจไตรมาส 1 หลายเซ็กเตอร์อยู่ในภาวะหืดจับ เพราะเผชิญยอดขายที่เติบโต หดตัวแตกต่างกันไป ทว่า ที่น่าจับตากว่าคือ “กำไรสุทธิ” เพราะสะท้อนถึงผลกระทบด้านฐานะการเงิน ความมั่งคั่งที่ลดลง
“เต่าบิน” หนึ่งในธุรกิจดาวรุ่งเมื่อ 3 ปีก่อน เพราะเมื่อเปิดตัวสร้างความว้าวให้ตลาด ผู้บริโภคฮือฮา ให้การตอบรับอย่างดี แต่เพียงไม่นานก็เสื่อมมนต์ เพราะยุคนี้ กระแสที่มาเร็ว ก็หายไปเร็วเช่นเดียวกัน
สำหรับไตรมาส 1 ตู้เต่าบิน ที่อยู่ภายใต้ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) รายงานผลประกอบการตู้เต่าบินสร้างยอดขาย 505 ล้านบาท เติบโต 2.2% แต่ยอดขายเชิงปริมาณ “ลดลง” 2.9% หรือหายไปราว 4.35 แสนแก้ว ทำให้ยอดขายอยู่ที่ 15 ล้านแก้ว เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ยอดขาย 505 ล้านบาท ที่เติบโต มีแรงสนับสนุนจากการขยายจำนวนตู้เต่าบินมากขึ้น และมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่อเนื่อง ทั้งการออกแบบแก้วลายพรีเมียม การพัฒนาเมนูพิเศษ เมนูใหม่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ
ทั้งนี้ เต่าบิน มีตู้ชงเครื่องดื่มอัตโนมัติให้บริการแก่ผู้บริโภคเกือบ 8,000 ตู้ และตามเป้าหมายปี 2569 จะต้องเพิ่มการติดตั้งตู้ให้ครบ 1 หมื่นตู้ ในจำนวนนี้ที่น่าสนใจคือการส่ง “ตู้เต่าบินพรีเมียม” เพื่อเจาะทำเลห้างค้าปลีก โรงพยาบาลต่างๆ และมีการพัฒนาเมนูเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายกำลังซื้อสูง หากวิเคราะห์บริบทของการเสริมทัพตู้พรีเมียม คือการมุ่ง “ทำกำไร” จากการขายเครื่องดื่มต่อแก้ว
นอกจากตลาดในประเทศ “ตู้เต่าบิน” ยังขยายสู่ต่างประเทศ ไตรมาส 1 สยายปีกสู่ประเทศใหม่ โดยเฉพาะบุกตลาดยุโรป ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ มี 16 ตู้ ราคาขายเมนูเครื่องดื่มเฉลี่ยที่ 141 บาท โรมาเนีย 3 ตู้ ลิทัวเนีย 3 ตู้ กำลังจะเข้าไปยังลัตเวีย และเอสโตเนีย จากฐานเดิมมีอยู่ใน ฮ่องกง 110 ตู้ ราคาเครื่องดื่มเฉลี่ย 70 บาท ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 51 ตู้ ราคาเครื่องดื่มเฉลี่ย 80 บาท มาเลเซีย 254 ตู้ ราคาเครื่องดื่มเฉลี่ย 44 บาท สิงคโปร์ 103 ตู้ ราคาเครื่องดื่มเฉลี่ย 77 บาท และออสเตรเลีย 248 ตู้ ราคาเครื่องดื่มเฉลี่ย 105 บาท
ตู้เต่าบินที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ สถานีกลาง KL Sentral
เต่าบิน ไม่เพียงเดินหน้าเพิ่มตู้เต่าบินให้แตะ 1 หมื่นตู้ภายในปีนี้ แผนระยะยาว 3 ปี หรือภายในปี 2572 จะต้องเพิ่มตู้แตะ 2 หมื่นตู้ทั่วไทย
ส่วนการออกตู้ใหม่ “ตู้เต่าบินเต่าทอด” และ “ตู้เต่าบิน น้ำแข็งและโซดา” รวมถึง “ตู้เต่าบินก๋วยเตี๋ยว” จะทยอยบุกตลาดอย่างต่อเนื่อง นำร่องคือ “ตู้เต่าทอด” ที่จะเห็นไตรมาส 2 นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวีกรรมการผู้จัดการ บริษัทฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิสจำกัด (มหาชน) หรือ FSMART ให้ข้อมูลว่า ตู้เต่าบินเต่าทอดที่จะออกมา สร้างความว้าวให้กับตลาดอย่างแน่นอน โดยทำเลที่ตั้งเชื่อว่ามีให้เลือกค่อนข้างมาก เพราะเต่าบินนำร่องทำเลศักยภาพไว้หมดแล้ว อาจติดตั้งตู้ประกบคู่กันได้ เพื่อช่วยประหยัดด้านต้นทุนการขนส่งโลจิสติกส์ รวมถึงการบริหารจัดการเติมวัตถุดิบต่างๆ และเป็นการทดสอบตลาด ผลตอบรับจากผู้บริโภคไปในตัว และตู้เต่าทอดจะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญเพื่อต่อยอดไปยังโปรดักท์ใหม่อื่นๆต่อไป
“ตู้เต่าบินเต่าทอดว้าวแน่นอน แต่การขยายจำนวนตู้เต่าทอดจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่รีบเร่งหรือพรวดพราดแบบออกตู้เต่าบิน ที่มากถึง 5,000 ตู้ สุดท้ายต้องมีการเรียกกลับมาอัปเกรด ทำให้มีต้นทุนส่วนเพิ่ม ซึ่งตู้เต่าทอดเห็นประสบการณ์ บทเรียนตรงนี้ สำหรับตู้เต่าทอดจะเปิดตัวไตรมาส 2 และจะมีตู้ก๋วยเตี๋ยว ตู้น้ำแข็ง ตู้โซดาตามมา จุดเด่นน้ำแข็งละลายช้า”

