วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘สุรศักดิ์’ สั่ง ‘ททท.’ ลดเป้าต่างชาติเที่ยวไทยปี 69 ต่ำกว่า 33 ล้านคน หากสงครามยืดเยื้อเกินไตรมาส 2

‘สุรศักดิ์’ สั่ง ‘ททท.’ ลดเป้าต่างชาติเที่ยวไทยปี 69 ต่ำกว่า 33 ล้านคน หากสงครามยืดเยื้อเกินไตรมาส 2

วิกฤติความขัดแย้งใน “ตะวันออกกลาง” ยาวนานร่วม 3 เดือนนับตั้งแต่การสู้รบปะทุเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 กดดันราคาพลังงานแพงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนของซัพพลาย “อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” หนึ่งในเครื่องจักรสำคัญของไทยที่ดูจะอ่อนแรงไป ผิดไปจากเป้าหมายแรกเริ่มที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เคยตั้งไว้ว่าจะดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยให้ได้ 36.7 ล้านคนในปี 2569

วานนี้ (20 พ.ค.) สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในงานประชุมประจำเดือน พ.ค. 2569 ของสมาคมโรงแรมไทย (THA) ว่า วิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาพลังงาน และภาวะเศรษฐกิจโลก เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง โดย ททท. ได้ตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยตลอดปี 2569 ไว้ที่ประมาณ “33 ล้านคน” ในกรณีสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อและยังไม่สามารถยุติลงภายในไตรมาส 2 นี้

ล่าสุดได้มอบหมายให้ ททท. ไปพิจารณาตัวเลข “เป้าหมายใหม่” อย่างรอบคอบ เพราะมองว่าจากตัวเลขการประเมินเดิมที่คาดว่าสงครามจะไม่ยืดเยื้อนั้น อาจดู “เข้าข้างตัวเองเกินไป” และหากสงครามยืดเยื้อเกินไตรมาส 2 ก็อาจจะต้องปรับลดเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวก็ต้องเน้นสร้างมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายต่อหัวมากขึ้น พึงพอใจในบริการมากขึ้น เพื่อรักษาเป้าหมายรายได้เอาไว้

‘สุรศักดิ์’ สั่ง ‘ททท.’ ลดเป้าต่างชาติเที่ยวไทยปี 69 ต่ำกว่า 33 ล้านคน หากสงครามยืดเยื้อเกินไตรมาส 2

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

“ผมมอบหมายให้ ททท.ทบทวนเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 จากล่าสุดคาดการณ์ไว้ที่ 33 ล้านคน แต่ด้วยแนวโน้มอาจลดลงตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและยังไม่สามารถยุติได้ภายในไตรมาส 2 แต่ถ้าหากความขัดแย้งยุติได้ในไตรมาส 2 ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะดูดีขึ้น”

‘สุรศักดิ์’ สั่ง ‘ททท.’ ลดเป้าต่างชาติเที่ยวไทยปี 69 ต่ำกว่า 33 ล้านคน หากสงครามยืดเยื้อเกินไตรมาส 2

ด้านสถิติล่าสุดจากรายงานของ “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” ระบุว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-17 พ.ค. 2569 จำนวนสะสม 12,908,321 คน ลดลง 3.31% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 629,569 ล้านบาท โดยตลาดนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 2,151,898 คน มาเลเซีย 1,459,942 คน อินเดีย 948,960 คน รัสเซีย 912,085 คน และเกาหลีใต้ 509,762 คน

โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มนักท่องเที่ยว “ตลาดระยะใกล้” (Short-haul) ฟื้นตัวด้านการเดินทาง จากการท่องเที่ยวในรูปแบบครอบครัว (Family) ช่วงวันหยุดปิดภาคเรียนใน “อินเดีย” ทำให้มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้ามาแตะระดับกว่า 50,000 คนในสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงการมีวันหยุดต่อเนื่องใน “อินโดนีเซีย” และนักท่องเที่ยวจาก “ตะวันออกกลาง” เดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้นจากเที่ยวบินที่เริ่มกลับมาให้บริการในเส้นทางปกติ

ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยว “ตลาดระยะไกล” (Long-haul) ชะลอตัวด้านการเดินทางจากการเข้าสู่โลว์ซีซัน ซึ่งถือเป็นแนวโน้มปกติของการเดินทาง ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 469,173 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 3,584 คน หรือ 0.76% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 67,025 คน โดยตลาด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 86,394 คน มาเลเซีย 69,445 คน อินเดีย 49,999 คน รัสเซีย 16,528 คน และไต้หวัน 16,024 คน  

สําหรับในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเพิ่มมากขึ้น โดยมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การมีวันหยุดต่อเนื่องในหลายประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ ฮ่องกง และอิสราเอล สถานการณ์พลังงานในไทยที่เข้าสู่ภาวะปกติและปรับราคาสอดคล้องกับภาวะตลาดโลก และการมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย “Trusted Thailand”

เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวว่า หลังจากได้เข้าประชุมหารือร่วมระหว่างภาคเอกชนกับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้เชิญซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ในส่วนของกลุ่มโรงแรมและการท่องเที่ยว ได้เสนอประเด็นต่างๆ อาทิ สถานการณ์ขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาตั๋วเครื่องบินสูงขึ้นและมีการยกเลิกเที่ยวบิน ควรทำให้การมาท่องเที่ยวไทยมีราคาถูกลง

นอกจากนี้ยังเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนโครงการลักษณะ “โค-เปย์เมนต์” (Co-payment) สำหรับกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เพราะสถานการณ์ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางแพงขึ้น และอยากให้มีการสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) ในหลายเส้นทางเพื่อให้การเดินทางมาเมืองไทยมีค่าใช้จ่ายถูกลงอีกด้วย

‘สุรศักดิ์’ สั่ง ‘ททท.’ ลดเป้าต่างชาติเที่ยวไทยปี 69 ต่ำกว่า 33 ล้านคน หากสงครามยืดเยื้อเกินไตรมาส 2 เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์

รวมถึงควรสนับสนุนให้มีการสร้างแพลตฟอร์มสำหรับจองห้องพักของคนไทยกับโรงแรมที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้มีการคิดค่าการตลาดถูกกว่าแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) ของต่างชาติ เพื่อให้นักท่องเที่ยวจ่ายค่าห้องพักได้ถูกลง และโรงแรมได้ราคาดีกว่าขายผ่าน OTA ต่างชาติ โดยเงินหมุนเวียนจากการท่องเที่ยวภายในประเทศปี 2568 มีรายได้ถึง 1.16 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการใช้จ่ายสำหรับห้องพักประมาณ 20% หรือมากกว่า 2 แสนล้านบาท

ขณะเดียวกันควรออกกฎหมาย “ควบคุม OTA ต่างชาติ” ให้มีการจ่ายภาษีค่าการตลาดให้กับภาครัฐและพิจารณากำหนด “ค่าคอมมิชชั่น” ให้เป็นธรรมซึ่งปัจจุบันสูงมาก และยกเลิก Rate Parity (ราคาขายที่เท่ากันบนทุกช่องทางการขาย ภายใต้ห้องพักประเภทเดียวกัน และในวันเข้าพักวันเดียวกัน) ซึ่งหลายประเทศในยุโรปได้มีการยกเลิกไปแล้ว

“ทั้งนี้มองว่าภาครัฐยังไม่ควรเก็บ Exit Tax หรือค่าภาษีขาออกสำหรับคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ อัตรา 1,000 บาทต่อคนในตอนนี้ เพราะจังหวะเวลายังไม่ได้ อยากให้หยุดไว้ก่อน และควรพิจารณาให้รอบคอบ”