“ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม เดือนเม.ย.2569” จัดทำโดย สมาคมโรงแรมไทย (THA) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 16-30 เม.ย.69 จากผู้ตอบแบบสำรวจ 134 แห่ง ประเมินแนวโน้มลูกค้า “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” ในไตรมาส 2 ปี 2569 พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่กว่า 62% คาดว่าลูกค้าตลาดระยะไกลจะลดลงมากกว่า 10% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่โดยเฉพาะโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป ประเมินว่าภาพรวมจำนวนลูกค้าต่างชาติในไตรมาส 2 ปี 2569 มีแนวโน้มลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
เฉพาะกลุ่มลูกค้า “ตลาดระยะไกล” (Long-haul) ผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 34% คาดว่าจะลดลงมากกว่า 20% ขณะที่อีก 28% ระบุว่าน่าจะลดลง 11-20% เท่ากับว่ากว่า 62% คาดว่าจะลดลงมากกว่า 10% จากปัจจัยสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางซึ่งกดดันให้ค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวสูงขึ้น เช่น ราคาตั๋วเครื่องบินเพิ่มขึ้น และความเชื่อมั่นด้านการเดินทางลดลง
ด้านกลุ่มลูกค้า “ตลาดระยะใกล้” (Short-haul) ไม่รวมตลาดจีน ผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 22% คาดว่าในไตรมาส 2 นี้จะลดลงมากกว่า 20% และอีก 30% มองว่าน่าจะลดลง 11-20% ส่วน 18% ระบุว่าน่าจะลดลงไม่เกิน 10%
เมื่อดูเฉพาะลูกค้า “ตลาดจีน” พบว่าผู้ตอบแบบสำรวจ 17% มองว่าน่าจะเดินทางเข้าไทยลดลงมากกว่า 30% ขณะที่ 11% คาดว่าจะลดลงในช่วง 21-30% นอกจากนี้อีก 23% คาดว่าจะลดลง 11-20% และอีก 16% คาดว่าจะลดลงไม่เกิน 10%
“อย่างไรก็ดี โรงแรมราว 10% โดยเฉพาะระดับไม่เกิน 3 ดาว ประเมินว่าจำนวนลูกค้าชาวจีน และตลาดระยะใกล้อาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยความกังวลเรื่องความปลอดภัยในประเทศที่เบาบางลง อีกทั้งอาจได้อานิสงส์จากการที่ลูกค้าเลือกเปลี่ยนจุดหมายปลายทาง (Destination) มาท่องเที่ยวไทยแทน”
สำหรับ “อัตราการเข้าพัก” เดือนเม.ย.2569 คาดเฉลี่ยอยู่ที่ 62% ลดลงจากเดือนก่อน และช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ขณะที่คาดการณ์เดือนพ.ค.2569 อยู่ที่ 52% ต่ำกว่าปีที่แล้ว
เมื่อเจาะอัตราการเข้าพักเป็นรายภูมิภาคในเดือนเม.ย.2569 พบว่าภาคเหนือ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 40% ลดลงจากเดือนมี.ค.ที่มี 44% ด้านภาคตะวันออก มี 65% ลดลงเล็กน้อยจาก 66% ขณะที่ภาคกลาง มี 63% ลดลงจาก 75% และภาคใต้ มี 67% ลดลงจาก 76%
เทียนประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยในเดือนเม.ย.2569 เป็นไปในทิศทางบวก จาก “เทศกาลสงกรานต์” ที่ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติเดินทางกันอย่างคึกคัก ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ภาคการท่องเที่ยว
และเมื่อต้นเดือนพ.ค. 2569 ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชุมเตรียมความพร้อม เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยผ่านโครงการ “Amazing Thailand Grand Sale 2026” มอบส่วนลด และสิทธิพิเศษทั้งในเมืองหลัก และเมืองน่าเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ในเดือน มิ.ย.- ส.ค.2569 ซึ่งเป็นช่วงกรีนซีซัน (Green Season) โดยมีพื้นที่หลักในการดำเนินกิจกรรม ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี (พัทยา) เชียงใหม่ อุดรธานี ภูเก็ต และสงขลา (หาดใหญ่) เพื่อเร่งกระตุ้นการใช้จ่าย และตอบโจทย์แคมเปญ “Unforgettable Experience” ในการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่นักท่องเที่ยว
“สมาคมโรงแรมไทย” หวังว่าแม้การท่องเที่ยวต้องเผชิญกับความกดดัน จากปัจจัยลบสถานการณ์ “ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง” ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่น และต้นทุนการเดินทางทั่วโลกซึ่งยากต่อการควบคุม แต่ด้วยกลยุทธ์จากความร่วมมือกันของภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากทุกภาคส่วน จะสามารถขับเคลื่อนการท่องเที่ยว และช่วยพยุงเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
สำหรับ “มาตรการช่วยเหลือ” ที่ผู้ประกอบการต้องการจากภาครัฐ โรงแรมส่วนใหญ่ต้องการดังนี้
1.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว และรายได้ มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ และมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะตลาดระยะใกล้ อาทิ มาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายสำหรับเดินทาง นอกจากนี้ต้องการให้เพิ่มการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลัก และเมืองรอง เช่น เพิ่มการจัดประชุมสัมมนาภาครัฐ และเอกชน เพิ่มกิจกรรมสันทนาการ รวมถึงการเพิ่มความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
2.มาตรการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนพลังงาน มีมาตรการลดหย่อนภาษี อาทิ ภาษีนิติบุคคล ภาษีบุคคลธรรมดา และภาษีโรงเรือน
3.มาตรการด้านการเงิน มีมาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง อาทิ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) สำหรับปรับปรุงโรงแรม สนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานยั่งยืน
4.มาตรการด้านแรงงาน จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานต่างๆ อาทิ มาตรฐานอาคาร
5.มาตรการอื่นๆ อำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาตหรือการตรวจสอบต่างๆ เช่น การตรวจสอบอาคาร และแก้ปัญหาค่าโดยสารที่ไม่เป็นธรรม
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





