วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2569

Login
Login

โลกป่วน–น้ำมันผันผวน ความขัดแย้งยืดเยื้อท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว

โลกป่วน–น้ำมันผันผวน ความขัดแย้งยืดเยื้อท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว

น้ำมันโลกผันผวนหนัก! ตะวันออกกลางเดือด–สงครามยืดเยื้อ ดัน Dubai แตะ 120 ดอลลาร์ ขณะ IMF หั่น GDP โลก เศรษฐกิจใหญ่เริ่มชะลอ

สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ในเดือน เม.ย. 2569 มีความผันผวนสูง ราคาน้ำมันดิบ Brent เคลื่อนไหวในกรอบ 90-109 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ขณะที่ WTI อยู่ที่ 83-112 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และ Dubai เคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 95-120 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล  

โดยคาดการณ์ ราคาน้ำมันดิบ Dubai เฉลี่ยในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2569 จะอยู่ในกรอบ 98-103 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบยังไม่คลี่คลาย โดยสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยังคงไม่คลี่คลาย แม้มีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 สหรัฐฯ และอิหร่าน บรรลุข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ โดยมีปากีสถานเป็นคนกลาง จากนั้นได้มีการเจรจาสันติภาพระหว่าง สหรัฐฯ–อิหร่าน ณ กรุง Islamabad ปากีสถาน แต่ท้ายที่สุดยังไร้ข้อสรุป 

นอกจากนี้สหรัฐฯ มีการปิดล้อมท่าเรือของ อิหร่าน ส่งผลให้คลังสำรองน้ำมันดิบบนเกาะ Kharg เต็ม ภายในไม่กี่วัน และอาจทำให้ต้องลดกำลังการผลิต เพื่อกดดันให้กลับมามีการเจรจาสันติภาพกันอีกครั้ง ซึ่งอิหร่านมองว่าไม่ต่างจากการ โจมตีทางทหาร

อย่างไรก็ดี ข้อมูลจาก JPMorgan และ Kpler (เคปเลอร์) ระบุว่า อิหร่าน ยังมีน้ำมันสำรองแบบลอยน้ำกว่า 176 ล้านบาร์เรล ซึ่งส่วนใหญ่อยู่นอกอ่าวเปอร์เซีย ทำให้การปิดล้อม ท่าเรือ อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนจึงจะเห็นผลชัดเจน

ส่วนความขัดแย้งระหว่าง อิสราเอล–เลบานอน เริ่มมีทิศทางผ่อนคลายลง หลังทัั้งสองฝ่ายส่งสัญญาณพร้อมเจรจาสันติภาพ อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลจะยังคงปักหลักรักษา เขตปลอดภัย ทางตอนใต้ของเลบานอน ในขณะที่สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ยังคงดำเนินต่อเนื่อง และกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก 

โดยยูเครนได้โจมตีท่าส่งออกน้ำมันของรัสเซียหลายแห่ง กระทบทุ่นเทียบเรือกลางทะเลและถังเก็บน้ำมันสำเร็จรูปบางส่วนเสียหาย อีก 1 ปัจจัยที่มีผลกระทบกับตลาดน้ำมันคือ UAE ประกาศถอนตัวจาก OPEC และ OPEC+ มีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การผลิตน้ำมันระยะยาวของตนเอง

นอกจากประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดย IMF ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2569 จาก 3.3% เหลือ 3.1% ภายใต้สมมติฐานว่าความขัดแย้ง จะคลี่คลายภายในกลางปี 2569 แต่หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อต่อเนื่องและรุนแรงจนกดดันให้ธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม การเติบโตของ เศรษฐกิจโลกอาจเหลือเพียง 2% ในปี 2569-2570

ขณะที่ เศรษฐกิจสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อที่เร่งขึ้นสู่ 3.3% สูงสุดในรอบ 22 เดือน พร้อมความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลงและภาคบริการเริ่มหดตัว โดยการประชุม Fed มีมติคงดอกเบี้ยที่ 3.5–3.75% จากการประชุมเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา

ด้านเศรษฐกิจจีน คาดการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าจะชะลอลง จาก 5% ในไตรมาสแรก โดยมีแรงกดดันจากการบริโภค การลงทุนที่โตต่ำ และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น