วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘คนอร์’ เขย่าเครื่องปรุงรสครั้งใหญ่รอบ 10 ปี ชิงร้านอาหารภาคอีสาน หวังโกยแชร์ 5%

‘คนอร์’ เขย่าเครื่องปรุงรสครั้งใหญ่รอบ 10 ปี  ชิงร้านอาหารภาคอีสาน หวังโกยแชร์ 5%

8 ปีที่ผ่านมา จีดีพีไทยโตถดถอยเหลือ 2% ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลด กระทบการใช้จ่ายและทานอาหารนอกบ้าน ส่งผลต่อธุรกิจร้านอาหาร แต่ภาพรวมยังมีร้านอาหาร 8 แสนแห่งทั่วไทย "คนอร์" ยกเครื่องใหญ่เครื่องปรุงรส เดิมพันเพิ่มแชร์ 5% ในปี 2569 จากปกติแชร์เพิ่มราว 1% ต่อปี

“ยูนิลีเวอร์” เป็นยักษ์ใหญ่สินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลก และขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทยยาวนานกว่า 90 ปีแล้ว

สำหรับตลาดประเทศไทย “ยูนิลีเวอร์” มี 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย สินค้าสุขภาพและความงามมีแบรนด์ดัง เช่น ลักส์ โดฟ ซันซิล เคลียร์ ฯ ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล เช่น พอนนด์ส เรโซนา แอ๊กซ์ ฯ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น โอโม บีซ ซันไลต์ คอมฟอร์ทฯ และอาหาร เช่น แบรนด์ คนอร์ เบสท์ฟู้ดส์ ฯ

‘คนอร์’ เขย่าเครื่องปรุงรสครั้งใหญ่รอบ 10 ปี  ชิงร้านอาหารภาคอีสาน หวังโกยแชร์ 5%

นอกจากการรุกตลาดผู้บริโภคทั่วไป “ยูนิลีเวอร์” ยังเร่งเครื่องเจาะกลุ่มลูกค้าภาคธุรกิจ(B2B) ภายใต้ “ยูนิลีเวอร์ ฟู้ด โซลูชั่นส์”(UFS) โดยมีแบรนด์เรือธงอย่าง “คนอร์” และ “เบสท์ฟู้ดส์”

สุรีรัตน์ ลีลาศิริวณิช ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประจำประเทศไทยและกัมพูชา บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า พันธกิจสำคัญของ ยูนิลีเวอร์ ฟู้ด โซลูชั่นส์ คือการเป็นมากกว่าซัพพลายเออร์ ผลิตสินค้าผงปรุงรส “คนอร์” ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม โรงงานผลิตสินค้าอาหาร ฯ แต่จะมุ่งสู่การเป็น “พันธมิตร” ที่นำเสนอสินค้าอร่อย มาพร้อม “โซลูชัน” ให้ลูกค้าเพียงฉีกซองผงปรุงรส และใช้งานได้ทันที เพื่อให้ประหยัดเวลา แรงงาน อีกด้านยังเป็นการคุมคุณภาพ รสชาติอาหารให้มีมาตรฐานคงที่สม่ำเสมอ

ขณะเดียวกันการเผชิญ “ต้นทุน” ท้าทายขึ้น การนำเสนอสินค้า “ราคาเหมาะสม” เพื่อต่อยอดธุรกิจของผู้ประกอบการมีความสำคัญมากขึ้นด้วย

“คนอร์” ที่เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ประกอบการมืออาชีพ ปี 2569 ได้ยกเครื่องครั้งใหญ่รอบ 10 ปี พัฒนาสูตรใหม่เข้มข้น 2 เท่าตัว ตอบอินไซต์ลูกค้า หากจะใช้สินค้าใหม่ การประกอบ ปรุงสูตรอาหารจะต้อง “คงเดิม” เช่น เคยใช้เครื่องปรุง 1 ช้อนโต๊ะ จะต้องไม่เปลี่ยนแปลง เพราะบริบทการทำอาหาร ลูกค้ายังมีความภักดีต่อแบรนด์ อีกด้านคือการรักษา “ต้นตำรับอาหาร” จากคุณแม่ คุณย่า คุณยาย เป็นต้น

‘คนอร์’ เขย่าเครื่องปรุงรสครั้งใหญ่รอบ 10 ปี  ชิงร้านอาหารภาคอีสาน หวังโกยแชร์ 5%

นอกจากนี้ อินไซต์ของการผู้ประกอบการมองความคุ้มค่าเงิน ไม่ใช่คำว่าถูก แต่ต้องบาลานซ์ต้นทุน รสชาติ หน้าร้านดึงดูดลูกค้า หลังร้านจัดการครัว สินค้าช่วยเหลือได้แค่ไหน ทั้งการคุมสต๊อก ประหยัดเวลาและแรงงาน เพราะร้านอาหารที่คุมไม่ได้คือ ลูกค้าจะเข้ามามากตอนไหน แต่หากออเดอร์มาจะต้องพร้อมเสิร์ฟทันที ซึ่งการจัดการเวลาเป็นสิ่งท้าทายอย่างมาก รวมถึงคุณภาพ รสชาติอาหารที่เป็นจุดทำให้ผู้บริโภคเกิดการทานซ้ำ

สำหรับเครื่องปรุงรส “คนอร์” ขนาด 800 กรัม ราคาขายปลีกอยู่ระดับ 87-89 บาท ขณะที่คู่แข่งขายราคา 98 บาท ช่วงโปรโมชันสินค้าใหม่ยังลดราคาเหลือ 69 บาทด้วย

“ลูกค้าฟู้ดเซอร์วิส ไม่ได้เลือกราคาเป็นอันดับแรก คนอร์ 87-89 บาท คู่แข่งขาย 98 บาท คือข้อพิสูจน์ว่าลูกค้าไม่กังวลราคา การพัฒนาสินค้าของคนอร์ จึงมีโจทย์ทำให้ลูกค้ากระทบน้อยสุด เคยตัก 1 ช้อน ต้องใช้เท่าเดิมเพิ่มเติมคือหอม อร่อย นั่นคือแนวคิดพัฒนาสินค้า”

เมื่อปรับสูตรสินค้ารอบ 10 ปี ปี 2569 การสื่อสารตลาดยังเป็น “ครั้งแรก” ที่คนอร์สร้างสรรค์โฆษณา(TVC)ออกอากาศทางทีวี จากปกติจะใช้โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างๆสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายโดยตรง รวมถึงดึง 2 คนดัง “อี๊ด โปงลางสะออน” และ “เซียนหรั่ง” เป็นพรีเซ็นเตอร์ พร้อมปูพรมป้อนสินค้าสู่ตลาด(Route to maeket) ทั้งนำสินค้าไปแจกชิม ยึด “เขียงหมู” เพื่อแจกสินค้าตัวอย่าง ทำสื่อโฆณาเจาะห้างค้าปลีกให้ “ลูกค้ามองเห็นแบรนด์” เมื่อเข้าไปช้อป เป็นต้น

‘คนอร์’ เขย่าเครื่องปรุงรสครั้งใหญ่รอบ 10 ปี  ชิงร้านอาหารภาคอีสาน หวังโกยแชร์ 5%

การทำตลาดครั้งนี้ “คนอร์” โฟกัสกลุ่มลูกค้าร้านอาหาร โดยเฉพาะพื้นที่ “ภาคอีสาน” เนื่องจากมีร้านอาหารสัดส่วนราว 30% จากร้านอาหารในประเทศไทยมีราว 8 แสนแห่ง ส่วนใหญ่ 50% อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่เหลือ 20% อยู่ตามหัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต เมืองท่องเที่ยวต่างๆ

ตลาดเครื่องปรุงรสเฉพาะกลุ่มธุรกิจ(B2B) “คนอร์” มีส่วนแบ่งตลาด 8% เป็นเบอร์ 2 ส่วนผู้นำตลาดคือรสดี) มีส่วนแบ่ง 74% เบอร์ 3 ฟ้าไทย ส่วนแบ่ง 7.8% และอื่นๆ 10.2% ซึ่งปีนี้การแข่งขันเดือดเมื่อแบรนด์ท้องถิ่นโดดเข้ามาชิงส่วนแบ่งมากขึ้น ส่วนเป้าหมายธุรกิจ “คนอร์” ต้องการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด 5% หรือเป็น 13% ในสิ้นปี 2569 เป็นการเติบโตสูง จากปกติส่วนแบ่งเติบโตราว 1% เท่านั้น ส่วนไตรมาส 1 “คนอร์” มีการเติบโต 6.8% กลุ่มร้านอาหารต่างๆเติบโต 23% และโรงงานอาหาร ผู้ประกอบการอาหาร(Commissary) และครัวกลาง หรือกลุ่ม CPU เติบโต 14%

สุรีรัตน์ กล่าวอีกว่า ตลาดเครื่องปรุงรสภาคธุรกิจมีการเติบโต 5% ต่อเนื่อง และมีศักยภาพโตต่อจากร้านอาหารขยายตัว ทว่า โจทย์ท้าทายเกิด เมื่อ 8 ปีก่อนโควิด-19 ระบาด เศรษฐกิจ(จีดีพี)เคยเติบโต 4% ปัจจุบันโตต่ำเพียง 2% แนวโน้มยังต่อเนื่องถึงปี 2573 ด้วย ตัวแปรหลักคือท่องเที่ยวเครื่องยนต์หลักฉุดจีดีพี เพราะก่อนโควิดนักท่องเที่ยวเยือนไทย 40 ล้านคน ปีนี้คาดการณ์ 35.5 ล้านคน ฟื้นตัว 80% สะท้อนยังไม่กลับไปเท่าเดิม

อีกด้านผู้บริโภคแบก “หนี้ครัวเรือน” ก่อนนี้ความเชื่อมั่นสูง ทำให้การจับจ่ายใช้สอยง่าย ปัจจุบันผู้คนคิดมากขึ้น ใช้จ่ายช้าลง กระทบการบริโภคอาหารนอกบ้าน และมีผลต่อธุรกิจร้านอาหาร เพราะล้วนมองหา “ความคุ้มค่ามากขึ้น”

“คนอร์ ไม่ต้องการเป็นแค่ซัพพลายเออร์ มิชชันเราต้องการเป็นพาร์ทเนอร์ให้ผู้ประกอบการ สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจบันลูกค้าต้องการความช่วยเหลือ มิชชันเราจึงอยากช่วยเพื่อทำให้การเติบโตมั่นคง เราจะเติบโตไปด้วย"