วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘หมาล่าสายพาน’ ยังไม่ตาย ลูกค้ากินฉ่ำสัปดาห์ละ 4 วัน ‘อี้จาสุกี้หม่าล่า’ เล็งเปิดอีก 10 สาขา

‘หมาล่าสายพาน’ ยังไม่ตาย ลูกค้ากินฉ่ำสัปดาห์ละ 4 วัน ‘อี้จาสุกี้หม่าล่า’ เล็งเปิดอีก 10 สาขา

ใครบอกว่า คนไทยเลิกกินหมาล่า ? “อี้จาสุกี้หม่าล่า” ยืนยัน หมาล่ายังครองใจคนไทยเหมือนเดิม ชอบรสจัดจ้าน-เปลี่ยนจากสายพานเป็นหมาล่าทั่ง เผย ตั้งเป้ารายได้ทั้งปี 30 ล้าน แต่ทำเกินคาดตั้งแต่ 3 เดือนแรก เตรียมวางเป้าใหม่พร้อมขยายสาขาอีก 10 แห่ง ดึง Gen Z-เด็กจบใหม่เปิดใจ ระบุ ลูกค้ากินมากสุดสัปดาห์ละ 4 วัน เฉลี่ยต่อบิลสูง 700-800 บาท

หลังจากเคยเป็นกระแสฮอตฮิตจนมีร้านอาหารประเภทเดียวกันผุดขึ้นแทบทุกหัวมุมถนน ปัจจุบัน “หมาล่าสายพาน” ถูกธรรมชาติคัดสรรจนเหลือเพียงร้านที่ยังรักษาฐานลูกค้าไว้ได้เหนียวแน่น บางแห่งตัดสินใจยกสายพานออก ปรับใหม่เป็น “หมาล่าทั่ง” หรือ “ตู้หมาล่าบาร์” จาก Pain Point ที่หลายคนหยิบเพลินจนเกินงบในกระเป๋า

ไม่เว้นแม้กระทั่งร้านเชนที่เข้ามาปักธงในตลาดเป็นเจ้าแรกๆ อย่าง “อี้จาสุกี้หม่าล่า” ที่ปัจจุบันมีทั้งหมด 32 สาขา ขยายผ่านแฟรนไชส์ซี 2 แห่ง และที่เหลืออีก 30 แห่งบริหารงานโดยแบรนด์ทั้งหมด

“อี้จาสุกี้หม่าล่า” มีจุดเริ่มต้นจาก “ธนวรรธน์ ชินประภากร” หนึ่งในผู้ก่อตั้งที่คิดทำร้านหมาล่าสายพานจากความชอบส่วนตัว ไม่ได้มองว่า จะมีคู่แข่งเยอะมากแค่ไหน ด้วยพื้นฐานจากการทำธุรกิจทัวร์จึงมีโอกาสได้ชิมรสชาติหมาล่าแท้ๆ แบบเสฉวนที่จีน ตัดสินใจนำกำไรที่ได้จากธุรกิจมาเปิดร้านหมาล่าสายพาน โดย “อี้จา” แปลว่า ครอบครัว เพราะอยากให้ลูกค้าได้กินของอร่อยเหมือนกับในครอบครัวจริงๆ

‘หมาล่าสายพาน’ ยังไม่ตาย ลูกค้ากินฉ่ำสัปดาห์ละ 4 วัน ‘อี้จาสุกี้หม่าล่า’ เล็งเปิดอีก 10 สาขา

“ณัฐณิชา เกษรสังข์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด อี้จาสุกี้หม่าล่า ระบุว่า จุดแข็งที่ทำให้ร้านยังยืนระยะได้ท่ามกลางเทรนด์หมาล่าที่ท้าทายมาจากราคาและรสชาติที่ไม่เคยเปลี่ยน ถ้าเป็นส่วนของหมาล่าทั่ง “อี้จาสุกี้หม่าล่า” เริ่มต้นที่ขีดละ 30 บาท ขณะที่ร้านอื่นเริ่มต้นที่ขีดละ 35-39 บาท ปัจจุบันการปรับเปลี่ยนรูปแบบทั้งสายพานและทั่งจะดูตามลักษณะกลุ่มเป้าหมายแต่ละโลเคชัน สาขาที่เริ่มจากสายพานก็ยังคงรักษาตรงนั้นไว้ และจะเลือกพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อทำสาขาหมาล่าทั่งคู่ขนานไปด้วยกัน 

ปีที่ผ่านมา “อี้จาสุกี้หม่าล่า” ทยอยรีโนเวทหลายสาขา อาทิ สาขาบรรทัดทอง สาขาสะพานควาย ตัดสินใจปิดถาวรสำหรับบางสาขา เช่น สาขางามวงศ์วาน ที่แม้จะมีทราฟิกบริเวณดังกล่าวเยอะมาก แต่ยังไม่สามารถดึงดูดลูกค้าเข้ามาที่ร้านได้ ปิดตัวลงเพื่อรักษากระแสเงินสดไว้ สาขาไหนอยู่รอดก็ไปต่อและปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม

“ณัฐณิชา” บอกว่า ตอนนี้สาขาสะพานควายและสาขาพญาไทยอดขายดีขึ้นกว่าเดิมมาก จากการเข้ามาทำการตลาด-สื่อสารกับผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น กลายเป็นตอนนี้ยอดขายจากเดลิเวอรี่เยอะกว่าหน้าร้านไปแล้ว ที่ผ่านมา “อี้จาสุกี้หม่าล่า” ต้องเจอกับความท้าทายหลายอย่าง ต้นทุนจากการนำเข้าสายพานก็ค่อนข้างสูง เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์บางสาขาเป็นหมาล่าทั่ง

‘หมาล่าสายพาน’ ยังไม่ตาย ลูกค้ากินฉ่ำสัปดาห์ละ 4 วัน ‘อี้จาสุกี้หม่าล่า’ เล็งเปิดอีก 10 สาขา

-ณัฐณิชา เกษรสังข์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด อี้จาสุกี้หม่าล่า-

ยอมรับว่า กระแสฟีเวอร์ในช่วงปีก่อนหน้าลดลง สายพานเป็นความแปลกใหม่ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าคนกินหมาล่าหายไป คนไทยยังชอบกินหมาล่าเพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการกินไปก็เท่านั้น รสชาติหมาล่ายังเป็นที่ถูกใจคนรุ่นใหม่สะท้อนได้จากการตอบรับของสาขาบรรทัดทองที่ปัจจุบันเปิดเพิ่มรวมเป็น 2 สาขา มีสาขาสายพาน และสาขาหมาล่าทั่ง

ด้านกำลังซื้อในปีนี้ ผู้บริหาร บอกว่า ยังไม่กระทบมาก แม้ว่ากลุ่มเป้าหมายจะเป็นเด็กๆ นักศึกษาจนไปถึงคนทำงาน แต่พบว่า ลูกค้าที่มากินแทบจะไม่ได้คิดคำนวณราคากันมากมาย เน้นมากินเพราะอยากกิน กินเอาอร่อย ถ้าเป็น “หมาล่าทั่ง” ยอดสั่งซื้อเฉลี่ยต่อบิลอยู่ที่ 150-200 บาท ส่วน “หมาล่าสายพาน” ราวๆ 400-500 บาท สมาชิกในระบบ CRM ตอนนี้มีทั้งหมด 20,000 คน มีจำนวนลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำมากถึง 15,000 คน โดยพบว่า ลูกค้าที่กินซ้ำด้วยความถี่มากสุดสูงถึงสัปดาห์ละ 4 วัน

สำหรับแผนธุรกิจปีนี้ “อี้จาสุกี้หม่าล่า” ยังมีแผนรีโนเวทที่สาขารัชโยธินอีก 1 แห่ง เปิดสาขาใหม่ภายในปีนี้อีก 10 แห่ง เน้นพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังไม่มีแผนไปต่างจังหวัดหัวเมืองใหญ่ เริ่มใกล้ๆ กรุงเทพฯ ก่อนที่จังหวัดนครปฐมภายในปีนี้ ส่วนเป้ารายได้ “ณัฐณิชา” บอกว่า ตอนแรกตั้งไว้ 30 ล้าน แต่ปรากฏว่า ทะลุเป้าตั้งแต่ 3 เดือนแรกของปี จึงต้องกลับมาทำแผนใหม่ พร้อมกับเป้าหมายใหม่ที่สูงกว่าเดิม

‘หมาล่าสายพาน’ ยังไม่ตาย ลูกค้ากินฉ่ำสัปดาห์ละ 4 วัน ‘อี้จาสุกี้หม่าล่า’ เล็งเปิดอีก 10 สาขา

“เราตั้งไว้ว่า ปีนี้จะทำเงินให้ได้ 30 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ก็ถึงแล้วเพราะเราเริ่มทำออนไลน์จริงจัง ปกติอี้จาจะมีแต่ออฟไลน์ ตอนนี้เรามีจัดเซตให้ทุกแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ อยากควบคุมคุณภาพให้ดี ที่ผ่านมาได้รับฟีดแบ็กที่ไม่ค่อยดี อาจจะมีเรื่องตกหล่นสินค้าไปบ้าง ตอนนี้กำลังปรับปรุงคุณภาพให้สูงขึ้น อยากเพิ่มเป้าในปีนี้อีกแต่เราก็จะไม่เพิ่มราคากับลูกค้าแน่นอน อาจจะไปลดต้นทุนตรงไหนเพื่อให้ลูกค้าได้ราคาและคุณภาพเท่าเดิม”

ปีนี้จะเป็นปีของการรื้อระบบหลังบ้าน ยกระดับให้ร้านมีมาตรฐานมากกว่าเดิม จากจุดเริ่มต้นของคนชอบกินที่อยากให้ลูกค้าได้กินของอร่อยๆ จากธุรกิจครอบครัวที่เติบโตได้ด้วยการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน วันนี้อยากทำให้องค์กรเป็นระบบมากขึ้นเพื่อควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานจริงๆ 

ส่วนของการนำสินค้าขึ้นเชลฟ์ในรูปแบบรีเทลโปรดักต์ ระบุว่า ยังไม่มีแผนขยายไลน์ธุรกิจไปตรงนั้น เนื่องจาก ติดข้อจำกัดเรื่องน้ำจิ้มที่ไม่ได้ใส่สารกันบูดทำให้เก็บได้ไม่นาน มีลูกค้าถามเข้ามาเยอะมากเพราะอยากซื้อน้ำจิ้มเก็บไว้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีแผน ขอโฟกัสที่การปรับระบบหลังบ้าน รีโนเวทสาขาเดิม และเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ก่อน