วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘ทีเส็บ’ คาดรายได้ ‘ไมซ์ไทย’ วูบ 2 หมื่นล้าน ‘วิกฤติตะวันออกกลาง’ ทุบแรงกว่าโควิด?

‘ทีเส็บ’ คาดรายได้ ‘ไมซ์ไทย’ วูบ 2 หมื่นล้าน ‘วิกฤติตะวันออกกลาง’ ทุบแรงกว่าโควิด?

เมื่อมิติของตลาด “ไมซ์” (MICE: การประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และแสดงสินค้า) ไม่ได้มีแค่ “การเดินทาง” แต่เกี่ยวพันไปยังการค้าการลงทุน ผลิตภัณฑ์ อาหาร การจัดเลี้ยง และอื่นๆ ซึ่งล้วนมี “น้ำมัน” เป็นตัวตั้งต้น “วิกฤติพลังงาน” จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งนี้จึงเป็นเรื่องซีเรียสสำหรับผู้ประกอบการอย่างมาก

ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บปรับลดเป้าหมายตลาดไมซ์ของประเทศไทยในปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือน ต.ค.2568 - ก.ย.2569 จากเดิมตั้งเป้า “รายได้รวมตลาดไมซ์” ทั้งในและต่างประเทศไว้ที่ 1.6 แสนล้านบาท คาดลดลงกว่า 2 หมื่นล้านบาท เหลือประมาณ 1.3-1.4 แสนล้านบาท โดยจำนวนนักเดินทางไมซ์ต่างชาติน่าจะลดลงมากกว่า 20% จากเป้าหมายกว่า 1 ล้านคน ส่วนนักเดินทางไมซ์ในประเทศคาดว่ากรณีเลวร้ายที่สุดน่าจะลดลง 28% แต่กรณีดีที่สุดน่าจะลดลง 15%

“ตัวเลขนี้เป็นการประเมินถึงแค่สิ้นปีงบประมาณในเดือน ก.ย.2569 ถ้าปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อนานกว่านั้น ช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดและเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันดิบ จะเป็นเรื่องใหญ่ ตอนนี้หลายๆ สายการบินประกาศลดเส้นทางและความถี่เที่ยวบินแน่นอน ในมุมของตลาดไมซ์ถือว่าเป็นความท้าทายใหญ่พอๆ กับวิกฤติโควิด-19 หรือมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะวิกฤติน้ำมันสะเทือนถึงตลาดไมซ์ในประเทศด้วย ยานยนต์ในบ้านเราส่วนใหญ่ต้องใช้น้ำมัน ยังไม่ได้ปรับตัวเป็น EV ทั้งหมด”

ตลาดไมซ์ไทยครึ่งแรกปีงบ 69 ลดลงเกือบ 8%

หลังภาพรวมตลาดไมซ์ไทยในครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2568 จนถึงปัจจุบัน พบว่าลดลงเกือบ 8% หลังได้รับผลกระทบจากวิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมากว่า 2 เดือนครึ่ง โชคดีที่ในเดือน ต.ค.2568 - ม.ค.2569 ซึ่งเป็นพีคซีซันของตลาดการประชุม (Meeting) การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) และงานส่งเสริมการขาย (Tradeshow) สามารถตุนจำนวนและรายได้ตลาดไมซ์เอาไว้ได้ดี  ต่างจากเดือน มี.ค.-เม.ย.2569 เห็นได้ว่าจำนวนนักเดินทางไมซ์ต่างชาติลดลงจริงๆ เพราะความไม่แน่ใจต่อสถานการณ์ อย่างนักเดินทางไมซ์จากตลาดตะวันออกกลางยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่มีลูกค้ากลุ่มองค์กรเดินทางเข้าไทยนัก

แต่ในวิกฤติก็ยังมีโอกาส ทีเส็บพบว่าหลายๆ งานได้นักเดินทางไมซ์และนักธุรกิจจากกลุ่มตะวันออกกลางที่ไม่สามารถเข้าร่วมงานไมซ์ในประเทศเขา เปลี่ยนแผนเลือกมาร่วมงานในไทยแทน เช่น งาน Money20/20 Asia 2026 ซึ่งจัดไปเมื่อปลายเดือน เม.ย. เป็นอีกตัวอย่างที่นอกจากจะได้วิทยากรมาเพิ่มแล้ว ยังได้สปอนเซอร์เพิ่ม และมีนักเดินทางไมซ์ตะวันออกกลางมาร่วมงานจำนวนมาก

ส่วนนักเดินทางไมซ์ “ตลาดระยะไกล” (Long-haul) จากยุโรป ถือเป็นกลุ่มที่อ่อนไหวมาก โดยเฉพาะกลุ่มองค์กร ประเมินว่าน่าจะลดลงไปมากเกือบ 20% ด้วยซ้ำไป หลังเห็นแนวโน้มจากบางงานที่จัดในช่วงวิกฤติแม้ไม่ได้ยกเลิกงานก็จริง แต่จำนวนคนเดินทางมาร่วมลดลง

‘ทีเส็บ’ คาดรายได้ ‘ไมซ์ไทย’ วูบ 2 หมื่นล้าน ‘วิกฤติตะวันออกกลาง’ ทุบแรงกว่าโควิด? ศุภวรรณ ตีระรัตน์

เตรียมโรดโชว์ "Meet Thai Plus" ปักหมุด "เซินเจิ้น" ซิลิคอนวัลเลย์แห่งเอเชีย

ศุภวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทีเส็บจึงต้องปรับกลยุทธ์มาช้อน “ตลาดระยะใกล้” (Short-haul) มากขึ้น โดยในเดือน ก.ค.นี้จะจัดงานโรดโชว์ “Meet Thai Plus” ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน เจ้าของฉายาซิลิคอนวัลเลย์แห่งเอเชีย นำเสนอบริการทั้งด้านไมซ์และท่องเที่ยวเพื่อเจาะตลาดพรีเมียม รวมถึงดึงหน่วยงานด้านการค้าการลงทุนอย่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ร่วมกันส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อาหาร เซมิคอนดักเตอร์ และดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม พอวิกฤติตะวันออกกลางยืดเยื้อกระทบต่อธุรกิจ “สายการบิน” ต้องลดจำนวนเที่ยวบิน และบางเส้นทางราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น 2-3 เท่า ทำให้ตลาดลูกค้าองค์กรต้องคุมงบด้วยการลดคนเดินทาง อย่างงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย กำหนดจัดระหว่างวันที่ 26-30 พ.ค. ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ทางทีเส็บกำลังติดตามตัวเลขนักเดินทางไมซ์ที่เข้าร่วมงานว่าจะลดลงหรือไม่

“ถ้าวิกฤตินี้ยังไม่ยุติ ยังมีความไม่แน่นอน มองว่าจะไม่ได้กระทบแค่ภาคการท่องเที่ยวและไมซ์เท่านั้น แต่จะกระทบวงกว้างไปยังภาคการลงทุนและการส่งออกนำเข้าแน่นอน เนื่องจากต้นทุนน้ำมันที่แพงขึ้นส่งผลต่อโลจิสติกส์ และหากในอนาคตเกิดการขาดแคลนน้ำมันจริงๆ จะทำให้การเดินทางหยุดชะงัก และกระทบต่อตลาดไมซ์ที่ต้องเดินทางประชุมสัมมนาและเพื่อเป็นรางวัลข้ามพื้นที่”

‘ทีเส็บ’ คาดรายได้ ‘ไมซ์ไทย’ วูบ 2 หมื่นล้าน ‘วิกฤติตะวันออกกลาง’ ทุบแรงกว่าโควิด?

 

ลูกค้าองค์กรลดไซส์กรุ๊ปเดินทางประชุม-อินเซนทีฟ

ประชุม ตันติประเสริฐสุข รองประธานฝ่ายปฏิบัติการประจำภาคกลางและภาคใต้ โรงแรมและรีสอร์ตในเครือดุสิตธานี และนายกสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ TICA กล่าวว่า จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ตลาดกลุ่มประชุมสัมมนาและเดินทางเพื่อเป็นรางวัลยังไม่พบการยกเลิกในไตรมาส 2 แต่ขนาดกลุ่มเดินทางจะเล็กลง และบางกลุ่มขอเลื่อนเดินทางด้วยเหตุผลหลายอย่าง เช่น ตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น หาตั๋วเครื่องบินไม่ได้ และบางองค์กรมองเรื่องความปลอดภัยระหว่างเดินทางเป็นสำคัญ

“ในไตรมาส 3-4 ตั้งแต่เดือน ก.ค.-ธ.ค. 2569 ถือเป็นไฮซีซันของตลาดไมซ์ เป็นช่วงที่เราควรจะต้องทำเงินมากที่สุด มันน่ากลัวตรงที่ผู้ประกอบการได้ส่งข้อเสนอ (Proposal) ไปยังลูกค้าองค์กรแล้ว แต่ลูกค้าไม่กล้าคอนเฟิร์ม บอกว่าขอ Wait and See หรือรอดูสถานการณ์ก่อน เพราะยังขาดความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางผ่านฮับบินตะวันออกกลาง เกรงว่าเกิดเดินทางแล้วระหว่างนั้นมีการสู้รบกันหนักกว่านี้ แล้วต้องไปติดค้างที่สนามบินในตะวันออกกลาง”

โดย “ตลาดยุโรป” ได้รับผลกระทบหนักจาก “ปัญหาเที่ยวบิน” บริษัทเอเย่นต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ที่ทำตลาดกลุ่มพูดภาษาเยอรมัน ทั้งจากเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย สะท้อนว่ายอดจองในไตรมาส 2 หายไปกว่า 30-40% และจะหนักกว่านี้ในไตรมาส 3 เพราะส่วนใหญ่ตลาดยุโรปใช้บริการสายการบินตะวันออกกลางซึ่งลดเที่ยวบินลงกว่าครึ่งหนึ่ง ส่วนตลาดอเมริกาและออสเตรเลียไม่ค่อยได้รับผลกระทบนัก ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับแผนหาทางรอด ด้วยการดึงนักเดินทางไมซ์ตลาดระยะใกล้เข้าไทยมากขึ้น เช่น จีนและอินเดีย ที่จะกลายเป็นกลุ่มหลักพยุงอุตสาหกรรมไมซ์ในช่วงนี้

“จากการได้พูดคุยอัปเดตสถานการณ์กับผู้ประกอบการไมซ์ ต่างมองว่าถ้าหยุดรบเมื่อไร ประเทศไทยจะกลับมาดีมากๆ อย่างตอนนี้สายการบินตะวันออกกลางเริ่มลดราคาตั๋วเครื่องบินแล้ว ใครไปเที่ยวยุโรปตอนนี้ได้ราคาถูกมากๆ และนับจากนี้จะสู้กันด้วยสงครามราคา เพราะเขาไม่แคร์ เขามีน้ำมันของเขาเอง สามารถเดินกลยุทธ์ลดราคาเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดคืน ทำให้ประเทศไทยจะได้อานิสงส์จากตรงนี้”

‘ทีเส็บ’ คาดรายได้ ‘ไมซ์ไทย’ วูบ 2 หมื่นล้าน ‘วิกฤติตะวันออกกลาง’ ทุบแรงกว่าโควิด? ประชุม ตันติประเสริฐสุข